Spoil Singnal Heart ~Hikami Nagisa~Route 3
posted on 28 Oct 2009 09:48 by shion20มาต่อกันในส่วนที่3ล่ะครับ วันนี้รู้สึกกลัวหลุดดำตะหงิดๆ
วันรุ่งขึ้น เอย์โกะได้เข้ามาถามเรื่องที่จะมีการร่วมมือกันของทั้ง 2หอเพื่อออกร้านน้ำชา ฮาจิเมะเลยบอกว่าถ้าไม่ร่วมมือกันก็จะไม่ทันเวลา แต่เอย์โกะก็เลยหยอดว่า ถ้าจะทำจริงๆเธอช่วยหาอาสาสมัครให้ได้นะ ทำให้นางิสะรีบถามว่าจริงเหรอ แต่เคนก็ท้วงไม่ให้นางิสะผิดสัญญาเพราะตกลงกันแล้วทำให้นางิสะผิดหวัง เอย์โกะเลยเสียดายที่นางิสะน่าจะมาปรึกษาเธอก่อนสักนิด นางิสะจึงขอโทษเธอแต่เอย์โกะก็ไม่ใส่ใจแต่ขอเปลี่ยนเป็นขอหาข้อมูลจากคนแถวนี้แทน แล้วเคนก็เห็นด้วยว่าอยากถามฮาจิเมะเหมือนกันว่าทำยังไงให้นางิสะสามารถยอมรับได้ นางิสะเริ่มเคืองเลยถามว่าคิดยังไงถึงมาถามต่อหน้าเจ้าตัวแบบนี้
เคนกับเอย์โกะจึงบอกให้ฮาจิเมะช่วยบอกหน่อยสิ ฮาจิเมะเลยตอบว่า จะให้ราดน้ำมันในกองไฟหรือยังไงนะแต่ก็เอาเถอะก็แค่บอกว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้วันเปิดร้านจริงจะแย่เอานะเธอก็ยินยอมแค่นั้นแหล่ะ เอย์โกะก็ยังสงสัยว่าแค่นั้นเองเหรอ นางิสะก็ยอมรับว่าแค่นั้นจริงๆ ฮาจิเมะก็เสริมว่าถ้ามีเหตุผลพอแค่พูดกับนางิสะเธอก็เข้าใจแล้ว เอย์โกะเลยถามว่ากับนางิสะคนนั้นเนี่ยนะ นางิสะรู้สึกหงุดหงิดเลยถามว่าคำว่า”คนนั้น”มันหมายความว่ายังไง เคนเลยให้คำจำกัดความว่า”ซึนเดเระ”ไงล่ะ เพราะฮาจิเมะไม่เข้าใจความหมายเลยให้เคนอธิบายให้ฟังซึ่งฮาจิเมะก็เห็นด้วยว่านางิสะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่แล้วนางิสะก็เปล่งออร่าที่น่ากลัวขึ้นที่ด้านหลังและถามฮาจิเมะว่า ใครซึนเดเระเหรอ ฮาจิเมะเลยพึงเข้าใจสถานการณ์ว่างานเข้าเป็นแน่แท้ จึงโบ้ยไปให้เคนจนถูกเคนด่าว่าเพื่อนทรยศแต่ดูเหมือนนางิสะจะจงใจเล่นงานเขาโดยเฉพาะเคนเลยต้องเป็นฝ่ายไว้อาลัยให้เขาแทน
แล้วพวกเราก็จะมาแจ้งเรื่องรวมหอกันออกร้านให้มายูกิรู้ทำให้เธอโล่งใจที่แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาใหม่มาคือไม่มีใครทำเค้กเป็นนอกจากนางิสะ เคนเลยอ้อนขอให้เธอช่วยทำให้หน่อยเพราะพวกผู้ชายทำกันไม่เป็นเลย นางิสะเลยให้พวกเคนไปซื้อเค๊กมาขายกันเองสิแต่เขาก็ให้เหตุผลว่ามันราคาแพงเกินไปจึงขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ส่วนเรื่องชุดนั้นก็มอบให้อากิระที่พอจะตัดเย็บได้เป็นคนจัดการไป แล้วพอโคโคเนะจะให้คิดชื่อน่ารักๆให้ร้าน นางิสะกลับทำหน้าไม่ค่อยพอใจ
เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ฮาจิเมะกำลังจะกลับหอพร้อมกับนางิสะ แต่ก็ถูกมายูกิเรียกตัวไว้ เธอไหว้วานนางิสะช่วยไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารตามรายการที่เธอเตรียมไว้ให้ทีเพราะวันนี้ต้องกลับช้าเนื่องจากงานของสภานักเรียน นางิสะจึงรับปากเป็นธุระให้ พอเธอเดินออกไป มายูกิก็วานให้ฮาจิเมะไปช่วยถือของให้นางิสะหน่อย ฮาจิเมะเลยถามว่าที่เรียกเขาไว้มีแค่จุดประสงค์นี้จริงๆเหรอ มายูกิเลยบอกว่าจริงๆแล้วเธอห่วงที่นางิสะยังไม่คุ้นเคยกับผู้ชายเลยร่วมงานกันลำบาก ผู้ชายที่พอพึ่งพาได้เลยมีแค่ฮาจิเมะเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ฮาจิเมะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนางิสะกับพวกผู้ชายให้หน่อย เพราะอย่างน้อยเธอทำงานโรงเรียนด้วยกันทั้งทีเธอก็อยากให้ทุกคนได้สนุกรวมทั้งนางิสะด้วย ฮาจิเมะก็บอกว่าอย่าคาดหวังอะไรมากละกันและตามนางิสะไป
แล้วฮาจิเมะจะวิ่งตามนางิสะมาทันจนถึงหน้าโรงเรียนและบอกเธอว่าจะขอไปด้วย แต่นางิสะก็ปฎิเสธ ฮาจิเมะเลยต้องอ้างว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย แล้วก็ลากเธอด้วยกัน จนทั้งคู่กลับหอไปแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาซื้อของด้วยกัน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ระหว่างเดินเงียบกริบ นางิสะเลยชิงถามเพื่อทำลายความเงียบว่า เรื่องที่จะคุยคืออะไรเหรอ? ฮาจิเมะเลยสารภาพว่าอ้างไปอย่างนั้นและถามกลับว่าไม่ตามมาด้วยจะดีกว่าเหรอ นางิสะก็ปฎิเสธว่าไม่หรอกแต่พอดีเธอมีเรื่องที่ต้องคิดนิดหน่อย ฮาจิเมะเลยบอกให้ไปซื้อของให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันดีกว่า
หลังจากซื้อของเสร็จ ฮาจิเมะจะสังเกตว่าเธอดูท่าทางไม่สดชื่นเลยเสนอให้พักสักครู่ที่สวนสาธารณะ นางิสะก็ตกลงว่าขอพักสักหน่อยก็แล้วกัน ฮาจิเมะเลยพาเธอมาพักที่ศาลาและซื้อน้ำมาให้ เขาจะเลี้ยงน้ำนางิสะแต่เธอไม่ยอมเพราะรู้ว่าตอนนี้เขายังไม่มีเงินทำให้ฮาจิเมะต้องยอมรับเงินจากเธอ หลังจากดื่มน้ำเสร็จเธอก็ถอนหายใจและขอโทษฮาจิเมะที่สร้างความลำบากใจให้กับเขาสาเหตุเพราะในตอนที่ประชุมซึ่งเธอเองก็พอรู้ว่ามายูกิกับอากิระก็ระแคะระคายอยู่บ้าง ฮาจิเมะเลยบอกให้เธอไม่ต้องฝืน เพราะแต่แรกเธอก็ไม่ได้ยอมรับอยู่แล้ว เธอก็ปฎิเสธว่างานโรงเรียนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำร่วมกันจะให้เธอเอาแต่ใจอยู่คนเดียวก็คงจะไม่ดี ฮาจิเมะก็ให้เหตุผลว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องฝืนยังไงทุกคนต่างก็พยายามอยู่ แค่ให้เธอทำในส่วนของเธอให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เมื่อให้กำลังใจนางิสะแล้วเธอก็ขอบคุณฮาจิเมะและรู้สึกแปลกที่แม้เธอจะเกลียดผู้ชายคนอื่นๆแต่กับเขาแล้วกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย แต่แล้วเธอก็เผลอหลับไปซบลงบนไหล่ของฮาจิเมะ ฮาจิเมะเห็นว่าเธอคงจะเหนื่อยมากจึงปล่อยให้เธอหลับ
เวลาผ่านไปสักพัก ฮาจิเมะจะรู้สึกว่านางิสะรู้สึกตัวแล้วแต่พอหันไปดูก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่เลยนึกว่าตัวเองคิดไปเอง (จริงๆตื่นแล้วแต่แกล้งเนียน) แล้วจู่ๆเสียงโทรศัพท์ของนางิสะก็ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งตื่นและรีบตอบโทรศัพท์ไปว่า ซื้อของเสร็จแล้วกำลังจะกลับแล้วก็วางหูไป(อากิระจังโหมดนิวไทป์เหมือนรู้ว่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยชิงขัดจังหวะ) พอหันไปหาฮาจิเมะ เขาก็ยิ้มให้และถามเธอว่าตื่นแล้วเหรอ ทำให้นางิสะอายจนหน้าแดงก่ำจึงด่าเขาว่า บ้า แล้วรีบเดินกลับไปที่หอ
เมื่อกลับมาถึงหอ อากิระได้ทักทายนางิสะและถามว่าทำไมไปซื้อของแล้วถึงกลับมามือเปล่า แล้วฮาจิเมะก็ตามเข้ามาพร้อมของเต็มมือ เธอเลยรู้ว่าที่อยู่ข้างๆนางิสะเมื่อตอนที่เธอโทรไปหาเมื่อสักครู่คือฮาจิเมะ แต่ฮาจิเมะก็ปรามให้อากิระอย่าเพิ่งพูดมากกว่านี้เพราะนางิสะกำลังอารมณ์ไม่ดีและขอตัวเอาของที่ซื้อมาไปเก็บก่อน
รุ่งเช้า ฮาจิเมะมาที่ห้องอาหารก็จะพบอากิระที่กำลังทานอาหารอยู่ เธอจึงทักทายเขาและชวนทานข้าวด้วยกัน หลังจากคุยกันเรื่องงานเล็กน้อยเธอก็บอกฮาจิเมะว่ามีนัดประชุมกับเพื่อนในชั้นเรียนตอน 10 โมง ให้อย่าลืมไปด้วย
ในห้องเรียน ฝ่ายหอทั้ง2 ก็ได้รวมตัวกันปรึกษาหารืออย่างเช่นเคย แต่เพราะนางิสะไม่คุ้นเคยกับฝ่ายชายทำให้ทำหน้าลำบากใจอยู่ตลอดและเวลามีฝ่ายชายมาถามเธอก็ตอบแบบขอไปที ทำให้มายูกิกับจิสะรู้สึกได้ว่าตอนนี้นางิสะคงยังไม่ไหวเลยฝากให้ฮาจิเมะช่วยเธอหน่อย แล้วก็ประกาศให้เลิกประชุมก่อนเพราะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ทำให้นางิสะรู้สึกโล่งอกและตามพวกโคโคเนะไปทานข้าว ฝ่ายหอชายจะขอคุยกับฮาจิเมะหน่อยเรื่องของนางิสะโดยอยากให้เธอเห็นแก่ส่วนรวมช่วยแสดงความเห็นหน่อย ฮาจิเมะก็อธิบายกับทุกคนว่าแต่แรกนางิสะเองก็มีความจำเป็นของเธอแต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวเลยไม่สามารถอธิบายได้
แต่แล้วเคนก็เผยเจตนาที่แท้จริงของตนกับทุกคนว่าจริงๆแล้วพวกตนอยากทานเค้กฝีมือของนางิสะ ฮาจิเมะก็ถามว่าก่อนหน้านี้เคนเคยไปกินกับโคโคเนะแล้วไม่ใช่เหรอ เคนก็ค้านว่าที่เขากินมันเป็นเค้กที่ซื้อมาแค่มีเงินจะซื้อเท่าไหร่ก็ได้ แต่เค้กของนางิสะนี่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหามากินได้ หลังจากเคนได้บรรยายความน่ากินของเค้กของนางิสะ(ที่มันเพ้อเจ้อเอาเอง)ก็ทำให้พวกผู้ชายที่เหลือแทบดิ้นทุรนทุรายด้วยความอยาก ฮาจิเมะจึงรับปากว่าจะไปเกลี้ยกล่อมให้(และคิดว่าตูคิดผิดเองที่ไปบ้าฟังพวกมัน) ฮาจิเมะเลยกลุ้มใจแค่เรื่องที่ทั้งรุ่นพี่จิสะและมายูกิฝากไว้ก็หนักกบาลพอแล้วยังมีเรื่องของไอ้พวกบ้านี่อีก ยิ่งรู้สึกหนักใจแต่ก็คิดว่าจะลองคุยกับนางิสะดู
เมื่อกลับ ฮาจิเมะตามกลิ่นหอมจนมาถึงห้องอาหาร เมื่ออากิระเห็นเขาจึงถามว่าจะมาทานข้าวกลางวันเหรอ นางิสะที่อยู่ด้วยเพิ่งทำอาหารเสร็จจึงชวนเขามาทานข้าวด้วยกัน เขาก็ไม่ปฎิเสธนางิสะเลยจะเข้าไปเตรียมให้ แล้วฮาจิเมะก็ถามเธอว่าทำเค้กยากไหม นางิสะอธิบายคร่าวๆว่ามีทั้งแบบง่ายและยาก เขาจึงขอให้นางิสะช่วยสอนวิธีทำให้ตนหน่อย นางิสะเลยถามว่าก็ลองทำเองดูก็ได้นี่นา แต่ฮาจิเมะบอกว่าอยากได้เค้กทีตัวเขากับนางิสะเป็นคนทำ เมื่อได้ยินนางิสะกับอากิระก็ถึงกับตกใจเรื่องที่เขาพูดมา ฮาจิเมะจึงถามว่าถ้างั้นถ้าเขาขอร้องให้นางิสะทำเค้กให้เธอจะว่าอะไรไหม เธอก็ตอบอย่างเขินๆว่า จนป่านนี้แล้วจะบอกว่ารังเกียจก็.. และด้วยการออดอ้อนด้วยสายตาที่เหมือนจะร้องไห้ของฮาจิเมะและคำขอร้องอากิระก็เลยรัปปากจะให้ฮาจิเมะช่วยทำเค้กด้วย หลังทานอาหารเสร็จแล้วอากิระจะขอตัวไปทำเสื้อผ้าต่อ แล้วนางิสะจะเริ่มสอนทำเค้กให้ฮาจิเมะ เมื่อถามเขาว่าจะทำเค้กแบบไหน ฮาจิเมะก็เลยบอกว่าฝ่ายชายยกให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเลือก นางิสะจะท้วงว่าถ้าเป็นแบบนั้นก็ปรึกษาโคโคเนะก็ได้ แต่ไม่ทันพูดจบฮาจิเมะก็หนีไปแล้ว
ที่ห้องเรียน ฮาจิเมะได้มาแจ้งข่าวดีให้เคนและนักเรียนชายทั้งห้องทราบ เคนเลยบอกว่าคิดถูกแล้วที่ถ้าให้ฮาจิเมะเป็นคนไปขอร้องทำให้นางิสะยอมรับ เมื่อเอย์โกะได้ยินเธอก็คิดว่าจะเอาไปเป็นสกู๊ปทำให้นางิสะเข้ามาปราม แล้วเคนจะขอคุยเรื่องเมนูเค้ก จิสะเลยเสนอให้ทุกคนมาร่วมคุยด้วยกัน แต่เคนดันทำความแตกเรื่องที่ขอให้นางิสะทำเค๊กให้ทำให้นางิสะรู้เจตนาที่ฮาจิเมะมาขอให้เธอสอนทำเค๊ก แต่เธอก็ยอมรับปากจะทำให้แต่ต้องให้ฮาจิเมะมาเป็นคนช่วยด้วย ทำให้เหล่านักเรียนชายยินดีมาก เมื่อออกมาจากห้อง นางิสะก็ถอนหายใจและบอกว่ารู้สึกเหมือนตัวเองพูดอะไรแปลกๆออกไปซะแล้ว ฮาจิเมะก็เลยบอกว่าเขาดีใจที่เห็นเธอสนใจที่จะทำนะ นางิสะก็เห็นด้วยว่าเธอรู้สึกสนุกจริงๆ ก็เป็นงานโรงเรียนทั้งทีนี่นะ
ฮาจิเมะทำความสะอาดห้องน้ำตามเวลาปกติ ฮาจิเมะจะนึกถึงรอยยิ้มของนางิสะเมื่อกลางวันนี้น่ารักมากและคิดว่าถ้าเธอยิ้มตลอดเวลาคงจะดีกว่านี้ ระหว่างทำอยู่นั้นเองเค้าก็ได้ยินเสียงของนางิสะจากข้างในห้องน้ำ ทำให้เขาลนลานและพอมองไปดูที่ตะกร้าเสื้อผ้าก็พบว่ามีเสื้อผ้าของนางิสะอยู่จริงๆ แล้วนางิสะที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็กำลังบ่นถึงเรื่องที่ตัวเองพักนี้เอาแต่คิดถึงเรื่องของฮาจิเมะบ่อยๆ แล้วก็กำลังจะออกจากห้องน้ำ ฮาจิเมะได้พยายามตะโกนเตือนให้เธออย่าเพิ่งออกมาแต่สายไปแล้ว เมื่อเธอเดินออกมาเห็นฮาจิเมะก็ตกใจที่ฮาจิเมะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงและเกิดกลัวว่าเขาจะได้ยินเรื่องที่เธอเพิ่งพูดคนเดียวเมื่อครู่ แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจกับเรื่องที่สำคัญกว่าเพราะเธอกำลังเปลือยกายอยู่ตรงหน้าฮาจิเมะพอเธอรู้สึกตัวก็กรีดร้องออกมาจนดังสนั่น และตบฮาจิเมะจนกระเด็นล้มไปในอ่างน้ำร้อน
หลังจากนั้นทุกคนก็มารวมกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อสอบถามเรื่องราว ซึ่งฮาจิเมะกำลังจามเพราะยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า โคโคเนะเลยหัวเราะที่เค้าโดนนางิสะโจมตีจนตกลงไปในอ่างน้ำร้อน นางิสะเลยเข้ามาขอโทษเขา ฮาจิเมะก็ตอบว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่จิสะก็หาเรื่องให้เขาโดยถามว่าได้เห็นร่างเปลือยของนางิสะหรือเปล่า ทำให้อากิระและโคโคเนะสงสัยและบีบคั้นถามเขาว่าเห็นใช่ไหม ฮาจิเมะก็แก้ตัวไปว่า ตอนนั้นไอน้ำหนามากทำให้เห็นแค่ใบหน้าของนางิสะเท่านั้น
จิสะเลยเปลี่ยนมาถามว่าทั้งที่กำหนดเวลาไว้แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้หรือว่าฮาจิเมะวางแผนไว้ ฮาจิเมะก็ปฏิเสธว่า เขาทำความสะอาดหลังเวลาที่คนในหอใช้งานตามที่กำหนดไว้จริงๆ นางิสะก็ยอมรับผิดว่าเป็นเพราะเธอทำอะไรหลายๆอย่างเลยเข้ามาอาบน้ำสายไปหน่อยแล้วก็ลืมไปว่าฮาจิเมะต้องมาทำความสะอาดเวลานี้ด้วย จิสะจึงสรุปว่าเป็นความผิดของนางิสะฝ่ายเดียว เธอก็ยอมรับโดยไม่เถียง ฮาจิเมะเลยจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะหนาวมาก จิสะก็เห็นว่าเมื่อเขาพ้นผิดแล้วก็ควรปล่อยไป แต่โคโคเนะแอบเสียดายที่คิดว่าถ้าฮาจิเมะแอบเข้าไปทำมิดีมิร้ายนางิสะด้วยความหื่นล่ะก็เรื่องคงสนุกกว่านี้ แต่ฮาจิเมะก็ตอบว่า ไม่สนุกเฟ้ย นางิสะเลยต้องขอโทษเขาอีกครั้ง อากิระก็เตือนให้ต่อไปนางิสะระวังมากกว่านี้ แล้วฮาจิเมะก็คิดในใจรีบปล่อยผมไปเถอะครับ หนาวจะตายอยู่แล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ฮาจิเมะจะรู้สึกตาพร่าและรู้สึกกระหายน้ำมา จึงลุกขึ้นไปเพื่อหาน้ำดื่ม แล้วนางิสะก็เดินเข้ามาหาเขาในห้องพอดี เมื่อได้ยินเสียงเธอถามว่าเขาเป็นอะไรไหม ฮาจิเมะก็สลบไปทันที พอเขาได้สติก็พบว่านางิสะกำลังเฝ้าไข้เขาอยู่ เธอได้บอกเขาว่าอย่าฝืนลุกขึ้นมาสิ กำลังมีไข้อยู่นะ ทำให้เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีไข้สูงมาก นางิสะก็โทษตัวเองว่าเพราะเรื่องเมื่อวานทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ แต่ฮาจิเมะก็ปฎิเสธว่าไม่ใช่เพราะเธอแต่เป็นเขาที่ไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าต่างหาก แล้วก็บอกไว้แล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ นางิสะจึงยิ้มและบอกว่าเขาใจดีจังเลยนะ ฮาจิเมะจะคิดว่าพอเขาเห็นใบหน้าที่ดูเศร้าและน้ำเสียงที่ดูสงบของเธอก็ทำให้ในอกของเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่สามารถอธิบายได้
แล้วฮาจิเมะก็นึกได้ว่าวันนี้ต้องเตรียมงานโรงเรียน แต่ร่างกายตอนนี้ถึงเขาไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร นางิสะเลยบอกให้เขาไม่ต้องห่วงและคิดแต่เรื่องทำให้ตัวเองหายก็พอแล้ว แล้วก่อนหน้านี้ก็เคยสัญญาไว้แล้วฉะนั้นเธอจะเป็นคนพยาบาลเขาเอง แต่ฮาจิเมะก็บอกว่าเขาอยู่คนเดียวได้ เธอจะไปก็ได้นะ แต่นางิสะก็ยืนยันหนักแน่นว่า จะให้ปล่อยคนป่วยไว้ตามลำพังได้ยังไง ฮาจิเมะเลยถามว่า แต่เธอกลัวผู้ชาย ไม่ใช่เหรอ?ทำแบบนี้จะดีเหรอ? ทำให้นางิสะตกใจและถามว่า ไปได้ยินมาจากใคร ฮาจิเมะเลยสารภาพว่า มาจากมายูกิแม้จะไม่รู้ละเอียดก็ตาม นางิสะเลยกะไปคิดบัญชีกับเธอทีหลัง แล้วก็อธิบายว่า จะว่ากลัวมันก็แค่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้นเอง แม้จะบอกว่าเกลียดผู้ชายแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกลำบากหรอก ฮาจิเมะจึงชมเธอกลับว่า เธอที่อดทนต่อความรู้สึกไม่สบายใจที่อยู่กับผู้ชายแล้วมาพยาบาลเขา เธอเองก็ใจดีเหมือนกันแหล่ะ เธอก็เลยรู้สึกอายและปฎิเสธว่า ทำไปเพราะเธอเป็นต้นเหตุต่างหาก อีกอย่างเคยมีเด็กผู้ชายคนนึงบอกไว้ว่า ไม่ว่าใครก็ตามเดือดร้อนล่ะก็จงให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังคำขอบคุณ ซึ่งในตอนนั้น ตัวเธอก็ได้รู้สึกลำบากมาแต่ก็ได้เขาคนนั้นเป็นคนช่วยไว้ แต่ก็เพราะหมอนั่นเช่นกันที่ทำให้เธอไม่ชอบผู้ชาย
ฮาจิเมะเลยขอให้เธอช่วยเล่าให้ฟังหน่อย นางิสะจึงเริ่มเล่าว่า เด็กผู้ชายคนนั้นมักจะมาเล่นพร้อมกับพ่อเป็นประจำ ซึ่งพ่อของเขาเป็นคนที่ไม่ละเอียดอ่อนและเอาแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างไปทั่ว ซึ่งจุดนั้นแหล่ะที่เป็นสาเหตุทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ภรรยาของเขาเป็นคนที่ใจดีมากเลย ไม่ว่าสามีจะทำอะไรก็ยังยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วฮาจิเมะก็รู้สึกว่าเรื่องมันยังมีต่อ นางิสะที่มองหน้าเขาก็พอรู้เลยถามว่า อยากรู้จริงๆเหรอ? ฮาจิเมะก็ตอบว่าถ้าบอกว่าไม่อยากก็คงจะโกหก เธอเลยถามเขาอีกว่า ทำไมล่ะ? ถึงตอนนี้ฮาจิเมะพอมองหน้าเธอที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ก็รู้สึกว่าราวกับหัวใจเต้นไม่หยุด เขาจึงตอบเธอว่า ก็เพราะว่าเป็นเรื่องของเธอยังไงล่ะ ทำให้เธออายจนหน้าแดงก่ำ ฮาจิเมะจึงบอกเธอว่า ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องก็ได้ แต่เธอกลับยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไรหรอก นี่อาจจะเป็นโอกาสดีก็ได้
เธอเริ่มเล่าว่าตอนเด็กๆเธอมักจะชอบเล่นเป็นฮีโร่กับเด็กผู้ชายคนนึงเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงและก็ได้หลงรักเด็กผู้ชายคนนั้นเข้า ซึ่งในตอนนั้นเธอก็กำลังจะย้ายไปและตรงกับวันวาเลนไทน์พอดีเลยรวบรวมความกล้าเพื่อสารภาพรักไป แต่เพราะว่าอายจนไม่กล้าให้ต่อหน้าจึงฝากเด็กที่สนิทกันอีกคนเอาไปวางไว้ใต้โต๊ะของคนที่ชอบ พอวันต่อมาเธอก็ไปเล่นที่นั่นตามปกติก็พบกับกล่องช็อคโกแลตที่ละลายแล้วกับกระดาษที่เขียนว่า”ผู้ชายผู้หญิง” ทำให้เธอตกใจและช็อคมาก จึงได้รบกวนเด็กคนที่เอาไปส่งช่วยเรียกเขาออกมาพบหน่อย แต่เด็กคนนั้นก็ไม่ได้มาและจนกระทั่งเธอย้ายไป ท้ายสุดก็ไม่ได้ถามเหตุผล จากนั้นเธอก็พยายามจะทำตัวให้สมกับเป็นผู้หญิงและเริ่มทำอาหาร ในตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองสมกับเป็นผู้หญิงแล้วแต่เพราะเรื่องในตอนนั้นทำให้ยังไงก็ไม่สามารถเข้าใจผู้ชายได้ ทำให้ฮาจิเมะเข้าใจความรู้สึกของเธอเพราะถ้าให้เปลี่ยนเป็นเขายืนอยู่ตรงนั้นเขาก็คงไม่สามารถเชื่อใจผู้หญิงได้เช่นกัน นางิสะก็ขอบใจที่เขาเป็นห่วงแต่ก็อย่าไปใส่ใจเลยเพราะมันเป็นเรื่องนานมาแล้ว ฮาจิเมะเลยถามอีกว่า ไม่กลัวเขาจริงๆเหรอ ถึงขนาดมาเฝ้าไข้ให้จนป่านนี้ เธอตอบว่าตอนแรกก็กลัวมากเลยตอนที่เพิ่งเข้าหอมา แต่พอได้ผ่านเรื่องต่างๆด้วยกันมาก็เริ่มหายกลัวไป แล้วเธอก็บอกว่าเล่าจบแล้วให้ฮาจิเมะพักผ่อนซะ แล้วตัวฮาจิเมะก็หลับไป
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่ากลางวันแล้ว และไม่พบนางิสะอยู่ข้างกายจึงคิดว่าจะหลับต่ออีกครั้ง แต่เธอก็เข้ามาพอดีและถามอาการของเขา ฮาจิเมะบอกว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้วถ้าเป็นเมื่อตอนเช้าจะไม่รู้สึกอยากอาหารเลย เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางิสะจึงบอกให้รอสักครู่แล้วก็ออกไปข้างนอกห้อง สักครู่นึงเธอก็กลับมาที่ห้องและประคองเขาขึ้นแล้วลองวัดดูว่าตัวเขายังมีไข้อยู่ จึงป้อนข้าวต้มให้และช่วยเป่าจนหายร้อนเพื่อให้ทานได้ง่าย ฮาจิเมะจึงบอกว่าเขาทานเองได้ แต่นางิสะก็ไม่ยอมให้คนป่วยฝืนจึงดึงดันจะป้อนเขาให้ได้ แต่แล้วก็มีตัวทำลายบรรยากาศขึ้นนั่นก็คือรุ่นพี่จิสะ เธอพูดขึ้นว่า แหม ว่าจะมาดูอาการซะหน่อยแต่ดูเหมือนจะมาขัดจังหวะสินะ ก็ทำให้นางิสะตกใจและเขินอายจนแก้ตัวพัลวัน จนเผลอป้อนฮาจิเมะไปทั้งๆที่ข้าวต้มยังร้อนๆอยู่ ทำให้เธอยิ่งลนลานหนักแต่เธอก็พยายามป้อนจนฮาจิเมะอิ่มและรีบขอตัวไปเอาชามไปล้าง ทำให้จิสะแซวฮาจิเมะต่อว่าก้าวหน้าไปบ้างแล้วสินะ
ตัดกลับมาที่ห้องนอนของนางิสะ เธอก็พูดกับตัวเองว่า ตัวเธอเองทำอะไรลงไปนะ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายแท้ๆ จนถึงกระทั่งทำให้เข้าใจผิดจนได้ ตัวฮาจิเมะเองก็ไม่ได้รู้สึกทำให้เธอต้องสร้างกำแพงเข้าใส่เลย แล้วก็กังวลว่าตอนนี้รุ่นพี่จิสะคงกำลังล้อแซวฮาจิเมะอยู่แน่ๆเลย แล้วนางิสะก็คิดแต่ว่าแม้จะพยายามยังไงก็ไม่สามารถหยุดมันได้ พักนี้เธอคิดแต่เรื่องของฮาจิเมะตลอด จนเริ่มคิดว่าเธอจะมีความรู้สึกบางอย่างกับเขาเข้าแล้ว
แล้วที่ห้องของฮาจิเมะ อากิระได้เคาะประตูปลุกเขามาทานอาหารง่ายๆที่เธอทำเอาไว้ให้ พอถามถึงนางิสะเธอก็บอกว่า นางิสะออกไปกินข้าวข้างนอกแล้ว ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ พอตามอากิระออกมาจากห้องเขาก็พบโคโคเนะที่ถามอาการของเขา ฮาจิเมะเลยตอบว่าตอนนี้ดีขึ้นมากและไข้ก็ลดลงแล้ว โคโคเนะเลยแซวว่าเพราะได้นางิสะช่วยเฝ้าไข้สินะ ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจที่เธอก็รู้เรื่องนี้ด้วย เธอก็ยอมรับว่าไปแอบดูอาการของฮาจิเมะมา และถามถึงเรื่องที่ฮาจิเมะคุยกับนางิสะ ฮาจิเมะเห็นว่าอากิระอยู่ด้วยและก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กของนางิสะจึงไม่ค่อยเหมาะที่จะเล่าให้ฟัง จึงเอ่ยขึ้นเพียงว่า รักแรกน่ะ ทำให้โคโคเนะสนใจและอ้างว่าอากิระก็อยากรู้เหมือนกัน ฮาจิเมะจึงเล่าเรื่องรักแรกของตนให้ฟังว่า อีกฝ่ายเป็นใครก็จำไม่ได้เหมือนกัน เป็นเรื่องที่ตอนที่เค้ากำลังจะย้ายไปแล้วก็ได้รับจดหมายรักมา พอจะจำได้ว่าจากเด็กผู้หญิงที่มาเล่นด้วยกันบ่อยๆ เด็กคนนั้นก็มักจะเล่นกับผู้ชายคนอื่นอยู่เสมอแต่พอจู่ๆยัยนั่นบอกว่าชอบก็ตกใจมากเลย จะว่าไปเด็กคนนั้นตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ แล้วอากิระถามถึงว่าให้คำตอบไปยังไง ? ฮาจิเมะตอบว่า เพราะว่าจะย้ายไปแล้วก็เลยปฎิเสธไป นอกจากนี้แม้จะรู้สึกอย่างเพื่อนแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแบบความรัก ทำให้อากิระโล่งใจ แต่ก็โดนโคโคเนะแซวว่า น่าเสียดายนะ ทั้งๆที่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายแท้ๆ
แล้วก็เสร็จไปอีกส่วนนะครับ ในใจก็ภาวนาให้อย่าโดนหลุมดำเล้ย ผมก็ใช้ Brush ของ PS ไม่ค่อยเก่งเรื่องแต่งภาพอยู่ ใครคิดว่าไม่เหมาะสมก็โพสให้ลบได้นะครับ ผมก็กลัวเหมือนกัน
ไว้เจอกันในบทต่อไปครับ

ขนาดผมโง่ภาษาญี่ปุ่นยังไม่ได้เท่านี้เลย เหอๆๆ
#1 By The Producer M@ster on 2009-10-28 10:32