โทยะจะโผล่เข้ามาถึงภายในจุดศูนย์กลางของวอเรียและพบว่าตัวเองอยู่เพียงลำพังและไม่สามารถกลับไปได้ ยูมิลเลยสันนิษฐานว่าการที่ผ่านเข้ามาในอีกด้านนึงได้เพราะอาจจะเป็นเพราะเรย์เบลดเป็นกุญแจที่ทำให้ทุกอย่างจบลงได้ก็ได้ ยามาโตะก็เห็นว่าเมื่อกลับไม่ได้ก็ต้องเดินหน้าอย่างเดียว โทยะก็เห็นด้วยเช่นนั้น และพอเดินหน้าไปก็ได้พบกับจุดศูนย์กลาง แต่แล้วก็มีเสียงมาจากในนั้นกล่าวขึ้นว่า ยินดีต้อนรับสู่ปราสาทของฉัน ซึ่งมันเข้ามาในหัวของโทยะโดยตรง ทำให้ยูมิลถามว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะเธอไม่ได้ยิน โทยะเลยอธิบายว่า มีคนสักคนกำลังคุยอยู่ในหัวของเขาโดยตรง

 

 

     เสียงนั้นเอ่ยชมที่โทยะสามารถมาถึงตรงนี้ได้ โทยะเลยถามว่าเค้าเป็นใครกัน เสียงนั้นตอบว่า อย่างนั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นแบบนี้เป็นไง ลองใช้เสียงที่คุ้นเคยดู โทยะจำได้ทันทีและถามว่านี่มัน เดวิช แกยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ แล้วเดวิชก็หัวเราะขึ้น โทยะเลยสงสัยว่าเขาขำอะไร เดวิชขอโทษและบอกว่า ความคิดของเธอนี่ช่างตื้นเขินจริงๆนะ แน่นอนว่าฉันอยู่ในตัวของเขาแต่ฉันก็ไม่ใช่เขาหรอก จริงสินะก็คิดเสียว่าเป็นตัวตนที่คล้ายๆกับชาวรินคาม่าที่ต่อสู้ร่วมกับเธอก็แล้วกัน โทยะถามว่าหมายถึงร่างสติสัมปชัญญะที่แม้จะเสียร่างเนื้อไปก็ยังมีตัวตนอยู่ได้น่ะเหรอ เสียงนั้นตอบว่า เป็นสิ่งที่เป็นคุณลักษณะที่แท้จริงที่บริสุทธ์ยิ่งกว่า ยังไงก็ตามพวกเธอพยายามได้ดีมาก ไม่น่าเชื่อว่าความผิดพลาดในตอนนั้นจะเกี่ยวเนื่องกับผลลัพธ์เช่นนี้ โทยะถามอีกว่าหมายถึงเมื่อ 109ปีก่อนเหรอ เสียงตอบว่าใช่ นึกว่าจะเป็นไปได้สวยแต่เพราะเหตุนั้นเป็นเหตุให้ผู้มีความสามารถเป็นเลิศอย่างเธอปรากฏตัวขึ้นและผลลัพธ์ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปเลย พวกเขาก็ทำได้ดีแล้วเดวิช,ไรล์,เบรุนส์และก็ชาลทุกคน ได้ทำประโยชน์เพื่อฉัน

  

     โทยะเลยถามเขาว่ามีเป้าหมายอะไรกันแน่ เสียงตอบว่าพวกเธอ มนุษย์ในระบบสุริยะแท้จริงแล้วเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารื่นรมย์ ถ้าเพื่อความต้องการของตัวเองล่ะก็สามารถเสียสละครอบครัวเดียวกันได้อย่างหน้าตาเฉยก็ได้แท้ๆ ก็ยังช่วยเหลืออีกฝ่าย เป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากโดยแท้ การกระทำของพวกเธอมองดูแล้วไม่น่าเบื่อเลยจะพูดว่ายังไงดีนะ ในโลกของพวกเธอคงต้องเรียกว่า สิ่งบันเทิงเริมรมย์สินะ พวกเธอน่ะทั้งดิ้นรน ทุกข์ทรมานและการเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย ความน่าสนุกของของการต่อสู้ที่แท้จริงที่มีความเป็นตายเป็นเดิมพันกับสิ่งที่ไม่สามารถชนะได้ โทยะเลยถามว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น เสียงตอบว่าทำไมน่ะเหรอ ถามได้น่าสนใจดีนี่ ก็เพราะสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่มันน่าเบื่อไงล่ะ สำหรับพวกเราที่ถูกปลดปล่อยจากคำสาปที่เรียกว่าเวลาและสร้างได้แม้แต่กระทั่งอนาคตแล้วชีวิตประจำวันถือเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก เพราะฉะนั้นตัวตนที่ถูกเลือกอย่างฉันก็เลยรู้สึกเพลิดเพลินกับการเล่นฆ่าเวลาไงล่ะโดยการเดิมพันกับการดับสูญของตัวเอง โทยะเลยบอกว่า รู้สึกเบื่องั้นเหรอเลยถึงกับทำเรื่องแบบนั้น เสียงตอบว่าเธอก็เพียงแค่การมีอยู่ของร่างกายภายในเวลาที่เลื่อนไหลไปโดยให้ขึ้นอยู่กับชะตาไม่ใช่เหรอ ?ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพียงแค่ผ่านไปในเวลาเดียวกันเท่านั้น ทีแรกฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแน่นอน ไม่เก็บคำถามเอาไว้แต่นั่นมันเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก ที่ดวงดาวอันไกลโพ้นที่แสนยาวจากของทางช้างเผือกของพวกเรา ในตอนที่ได้สังเกตุระบบนิเวทย์ของมนุษย์ที่มีชีวิตอยู่ในชั่วพริบตา นั่นทำให้ช่องว่างในใจของฉันได้ถูกเติมเต็ม ทำให้ได้เห็นประกายแห่งชีวิตโดยเดิมพันชีวิตของตัวเอง การต่อสู้ที่จ้องจะเอาชนะกัน ความรุนแรงของหัวใจของฉันที่โอบกอดไว้ทำให้สามารถเข้าใจได้แค่คนส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เรื่องนั้นจะเป็นอย่างไรก็ช่างตอนนี้ ฉันได้กำลังผ่านช่วงเวลาที่มีแก่นสารแล้ว

  

     โทยะเลยโมโหที่เสียงนั้นล้อเล่นกับชีวิตมนุษย์เพื่อแก้เบื่อจนไม่สามารยกโทษให้ได้ แล้วเสียงก็ตอบว่า ก็ดี จริงสินะมาด้วยสภาพนั้นแหล่ะ ตอนนี้อนาคตของมนุษยชาติอยู่ในมือของเธอแล้ว สิ่งที่เธอบังคับอยู่เรย์เบลดน่ะ โทยะถามว่าหมายความยังไง เสียงถามกลับว่า วิกฤตการณ์ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นับแต่นี้ไปมีสาเหตุที่จะต้องหยุดยั้งสิ่งนั้นให้ได้ไหมล่ะ เวลาเป็นทั้งของคน เวลานั้นเป็นดาบ เวลานั้นเป็นปรัชญา เป็นสิ่งที่ปรากฏในยุคสมัยนั้นเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ แล้วทำไมถึงเกิดโอกาสดีๆแบบนั้นขึ้นได้ล่ะไม่คิดว่ามันน่ามหัศจรรย์เหรอ? โทยะพูดขึ้นว่า หรือว่าจะเป็น เสียงตอบว่า ใช่แล้วล่ะ ฉันไงล่ะ เจ้าพวกบ้ารินคาม่าดูเหมือนจะคิดว่าเป็นของที่ใช้ผนึกวอเรียแต่สถานที่แบบนั้นถ้าคิดจะออกมาก็ออกมาได้ตลอดอยู่แล้ว ที่ไม่ทำแบบนั้นก็เพราะมันไม่จำเป็นเท่านั้นเอง นอกเหนือจากนี้ เป็นการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าเพื่อไม่ให้พวกเราไปเกะกะได้เท่านั้น ทำให้สะดวกที่จะได้เล่นกับมนุษย์ที่ไม่อาจเรียนรู้ได้ถึงแก่นแท้อย่างพวกเธอ แล้วครั้งนี้นั้นเรย์เบลดก็คือกุญแจที่จะช่วยเหลือมนุษยชาติได้ เพราะเป็นตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่จะสามารถหยุดยั้งวอเรียได้จนได้มาถึงที่นี่ได้ โทยะถามอีกว่า แต่แกก็ได้พ่ายแพ้ต่ออดีตที่พวกฉันมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอไง เสียงปฎิเสธว่า เปล่าเลย มันเป็นความผิดพลาด แม้กระทั่งการมายังที่เดิมของฉันก็ทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนั้นได้จมหายไปในประวัติศาสตร์ โทยะเลยบอกว่า งั้นก็ให้มันจบลงในคราวนี้เลยละกัน เสียงหัวเราะและตอบว่า จริงสินะ เป็นการเดิมพันที่เท่าเทียมกันดี ถ้าให้ตัวเองอยู่ในที่ปลอดภัยก็ยอมรับไม่ได้ว่าเป็นความสนุกที่แท้จริงสินะ จะบอกว่ารู้สึกประหม่าไหม?นั่นน่ะช่วยเพิ่มความสนุกไม่รู้กี่เท่าเชียวล่ะ เพราะฉะนั้นจะให้โอกาสเธอก็แล้วกัน ถ้าใช้เรย์เบลดทำลายจุดศูนย์กลางได้ล่ะก็ทั้งวอเรียและฉันก็จะไม่สามารถรักษาตัวตนไว้ได้และแหลกสลายไปและก็สามารถช่วยโลกไว้ได้ เอาล่ะมาเริ่มกันเถอะ

   

     แล้วยูมิลก็เรียกโทยะจนเขาได้สติ โทยะเลยบอกว่าเมื่อกี้เขาคุยอยู่ในหัว แล้วเสียงก็จะบอกให้เริ่มกันได้เลยแล้วก็เรียกเรย์เบลดสีดำออกมา ทำให้ยูมิลตกใจมาก แต่โทยะก็ถามว่าจะสู้ด้วยกันไหมถ้าเกิดล้มเจ้านี่ได้ดทุกอย่างก็จะจบ ยูมิลตอบว่าเข้าใจแล้ว ฉันจะไปด้วย จะอยู่ด้วยตลอดไป แล้วเสียงจะบอกว่า ดูเหมือนจะเสียหายอยู่นี่นะ ถ้าไม่ได้สู้ในสภาพเต็มร้อยก็ไม่สนุกสิ งั้นก็ดีล่ะ จากนั้นจู่ๆความเสียหายของเรย์เบลดก็ได้รับการฟื้นฟูโดยเสียง และมันก็บอกว่าทำให้ฉันสนุกหน่อยก็แล้วกัน จากนั้นการดวลตัวต่อตัวก็เริ่มต้นขึ้น

 

  

     แล้วผลการต่อสู้ก็ออกมา โทยะเสียท่าจนHPลดลงกว่า 25% เสียงก็ได้พูดขึ้นว่า น่าผิดหวังจริงๆแต่มาได้แค่ก็ดีแล้วละนะ ถึงแม้กระนั้นคราวนี้การเดินหมากก็ค่อนข้างดูน่าสนุกดี เพราะเริ่มต้นอย่างลำบากและยกเลิกในชั่วพริบตา แล้วเสียงก็เตรียมทำท่าจะปลิดชีพโทยะ แต่จู่ๆก็เกิดเสียงคล้ายกระจกแตกขึ้น ทำให้พรรคพวกที่เหลือเข้ามาช่วยโทยะได้ ทำให้เสียงตกใจที่พวกเขาทำลายบาเรียเข้ามาได้ยังไง เรย์ฟอนจึงปรากฏตัวมาพร้อมเอย์ดิอ้อนและตอบว่า อย่าดูถูกมนุษย์ของโลกนี้จะดีกว่าน่า มนุษย์เหล่านี้ค่อยๆรวมตัวกันทีละเล็กละน้อยถึงจะอ่อนแอแต่สิ่งนั้นก็แสดงพลังที่คาดไม่ถึงจนน่าตกใจได้เลยล่ะนี่แหล่ะลักษณะเด่นของมนุษย์ที่นี่ล่ะ เพราะว่าไม่สมบูรณ์แบบจึงได้ชดเชยโดยการหันหน้าร่วมมือกับผู้อื่น ทำให้เกิดพลังที่ไม่สามารถคาดเดาได้ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็ไม่อาจะประมาณค่าได้ ความเชื่อใจ มิตรภาพ ความรัก ชื่อของสิ่งนั้นก่อให้เกิดรูปร่างต่างๆนาๆนายก็คงรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เสียงเงียบไป เรย์ฟอนเลยตอบว่าชื่อของมันก็คือ สายสัมพันธ์ไงล่ะ พวกนายที่ลำพังแค่เพียงเชื่อในตัวเองและไม่เชื่อใจคนอื่น ไม่พึ่งพาใคร ไม่รักใครไม่มีทางเข้าใจหรอก แล้วเสียงก็หัวเราะออกมาและตะโกนว่า สนุก สนุกขึ้นเรื่อยๆ ก็ดีงั้นจะให้พวกเจ้ามีสิทธิ์ร่วมเดิมพันด้วยก็แล้วกัน

 

   

     แต่แล้วเสียงก็ตกใจพูดขึ้นว่า ทำไม ทำไมไม่ออกมา แล้วริชูน่ากับวอลก้าก็ปรากฏตัวออกมาบอกว่า เปล่าประโยชน์ เราได้ทำการปิดกั้นช่องว่างนี้เรียบร้อยแล้ว คุณไม่สามารถทำการอัญเชิญได้อีกแล้ว ทำให้เสียงเจ็บใจมาก วอลก้าเลยบอกว่า ได้เวลาจบเกมส์กันแล้วมั้ง เสียงเลยบอกว่า ถึงจะประมาทพวกแกไปหน่อยแต่ก็ยังสามารถทำแบบนี้ได้อยู่ แล้วเสียงก็เรียกร่างก็อปปี้ของทุกคนออกมา เพื่อทำให้ทุกคนต้องสู้กับตัวเอง แล้วโทยะจะถามว่าทุกคนไม่เชื่อในตัวฉันเหรอ แต่ยูมิลก็ปฎิเสธว่า ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นหรอก นอกจากนี้ทุกคนไม่มีทางที่จะคิดอย่างนั้นแน่ รวมทั้งฉันด้วย เพราะฉะนั้นโทยะก็จงมุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่ตัวเองเชื่อมั่นและฉันจะคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง ถึงจะมีอุปสรรคก็ยังมีฉันอยู่ โทยะตอบว่าใช่แล้ว ฉันยังมียูมิลอยู่ ยูมิลจะไปด้วยกันจนถึงที่สุดเลยสินะ? เธอตอบว่าแน่นอน แล้วโทยะก็ใช้พลังที่แท้จริงของเรย์เบลดอีกครั้งเพื่อเพิ่มพลังขึ้นเพื่อตัดสินครั้งสุดท้ายกับเสียงและเรย์เบลดสีดำ

 

 

     และแล้วการดวลครั้งสุดท้ายก็จบลงโดยชัยชนะเป็นของโทยะและเรย์เบลด เสียงได้กล่าวชมว่า ยอดเยี่ยมทำให้รู้สึกสนุกจริงๆ โทยะก็บอกว่าจบสิ้นกันซะที เสียงหัวเราะและตอบว่านั่นสินะ แต่ทุกอย่างยังไม่จบลงหรอกนะ เสียงตอบว่าถึงฉันจะหายไปแต่ถ้าไม่ทำลายจุดศูนย์กลางล่ะก็ไม่สามารถหยุดยั้งวอเรียได้หรอก ทำให้โทยะรู้สึกผิดคาด เสียงก็พูดขึ้นว่า น่าสนุกจริงๆ ได้ประสบการณ์ที่ชื่อว่าความตายก็ไม่เลวนักหรอก แล้วโทยะจะเรียกให้หยุดก่อนและถามวิธีทำลายจุดศูนย์กลาง เสียงจึงตอบว่า ก็บอกแล้วไงล่ะว่าเรย์เบลดคือกุญแจแล้วจะใช้ยังไงก็คิดเอาเองสิ โทยะทวนคำพูดว่ากุญแจงั้นเหรอ เสียงได้หัวเราะกล่าวเป็นครั้งสุดท้ายว่า น่าเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ดูจนถึงท้ายที่สุดได้ แต่ก็ขออวยพรให้พวกเธอโชคดีก็แล้วกัน ลาก่อน จากนั้นเรย์เบลดสีดำและเสียงก็สลายกลายเป็นแสงไป

 

  

     โทยะครุ่นคิดอยู่ตามลำพัง ยูมิลจึงเตือนเขาว่าอย่าแบกภาระไว้คนเดียวสิ คิดว่าฉันพึ่งพาไม่ได้เหรอ? โทยะปฎิเสธว่าไม่หรอก ยูมิลเลยบอกว่างั้นก็ให้ฉันช่วยแบ่งเบาภาระในใจครึ่งนึงเถอะนะ ฉันจะอยู่ด้วย อยู่เคียงข้างตลอดไป โทยะคิดได้จึงขอโทษยูมิลและถามว่าจะไปด้วยกันสินะ ยูมิลตอบว่า อืม โทยะกับฉันและก็ยามาโตะจังเรามาจบการต่อสู้ครั้งนี้ลงด้วยกันเถอะนะ แล้วจู่ๆก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นเป็นสัญญาณว่าวอเรียเริ่มทำงานแล้ว แล้วโทยะก็เลยเปิดระบบกระจายเสียงให้ทุกคนได้ยิน ยามาโตะเลยถามยูมิลว่าทำไมถึงไม่ห้ามเขา เธอก็ตอบว่าถ้าเป็นคำตอบที่โทยะเป็นคนเลือกล่ะก็พวกเราก็จงเชื่อมั่นเถอะ ยามาโตะก็เลยยอมรับ แล้วโทยะก็ประกาศให้ทุกคนทราบว่า จากนี้ไปจะทำลายจุดศูนย์กลางของวอเรีย แต่มีเพียงเรย์เบลดเท่านั้นทีทำได้เพราะฉะนั้นจึงขอให้ทุกคนถอยกลับไปก่อน ทำให้ทุกคนไม่ยอมรับ โทยะก็พูดต่อไปว่า ก็รู้อยู่ว่าได้พูดเรื่องเอาแต่ใจออกมาแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจทุกคนนะ แต่เพราะเชื่อใจจึงอยากให้กลับไปก่อนแล้วก็ ฉันจะต้องกลับไปที่ๆฉันจะกลับแน่นอนขอให้วางใจ โครบิสยังคงไม่ยอมรับเพราะร่วมทางมาจนถึงตอนนี้จะทิ้งกันได้ยังไง แต่เรย์ฟอนก็บอกว่า ยอมรับความจริงอย่างใจเย็นเถอะในตอนนี้พวกเราไม่สามารถทำอะไรได้ถึงจะน่าเจ็บใจแต่ก็เป็นความจริงเพราะฉะนั้นจึงไม่สมควรทำให้เขาลำบากใจ ถ้าเชื่อมั่นจริงๆล่ะก็ ถ้าเป็นเพื่อนแท้ล่ะก็ควรปล่อยที่นี่ให้เขาจัดการเถอะ แล้วก็หันไปหาโทยะและบอกว่า แต่ต้องสัญญานะว่าจะต้องกลับมาให้ได้ โทยะตอบว่า อืม จะพยายามนะ ทำให้ทุกคนยอมถอนตัวไปทีละคนจนเหลือคาสุมิ เธอได้บอกกับโทยะก่อนไปว่า ฉันจะรอนะเพราะฉะนั้นจะไม่พูดว่าลาก่อน แล้วก็ถอนตัวไป

 

  

     เมื่อทุกคนไปแล้วโทยะถามความพร้อมจากยูมิลและยามาโตะ ยูมิลเลยถามว่าคิดจะใช้เรย์เบลดเข้าปะทะตรงๆสินะ โทยะตอบว่า ใช่ มีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่จะทำลายมันได้ ยูมิลรู้สึกกลัวขึ้นมา โทยะเลยเรียกเธอมานั่งบนตักเขาและบอกว่าอยากจะอยู่กับเธอจนถึงวินาทีสุดท้าย เมื่อลงมานั่งแล้วยูมิลเลยเขินและถามว่าไม่หนักเหรอ? โทยะตอบว่าไม่เลยกลับรู้สึกดี ยูมิลก็ตอบว่าเธอก็เช่นกัน แล้วโทยะก็ถามว่าพร้อมไหม? ซึ่งยูมิลก็พร้อมแล้ว โทยะก็ได้เดินเครื่องเรย์เบลดสุดกำลังจนระเบิดพลังพลาน่าถึงขีดสุดและกำดาบไดโฟซันพุ่งกระโจนเข้าไปฟันใส่จุดศูนย์กลางของวอเรียสุดแรง ในขณะที่อีกด้านวอเรียได้เกิดการระเบิดขึ้น แต่รีโบเฟนก็ได้หนีออกมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับชินไกโอทั้ง3เครื่อง

 

  

     เมื่อหนีออกมาได้ เซริก้าจะให้รีบตรวจสอบปฎิกิริยาของเรย์เบลด แต่ชิสคูรายงานว่าไม่พบ ทำให้คาสุมิเป็นห่วงมาก เมื่อวอเรียเริ่มถล่มลงทุกคนก็รู้สึกหมดหวัง เสี่ยวเฉินพูดขึ้นมาว่า มาได้แค่นี้เองเหรอ ทำให้เฟย์อินโกรธมาก เสี่ยวเฉินก็พูดต่อไปว่า อยู่ที่นี่นานกว่านี้จะเป็นอันตราย ทำให้เฟย์อินตะโกนถามว่าคิดจะทิ้งพวกเขาเหรอ?แกยังเรียกตัวเองว่าเป็นสหายได้อีกเหรอ? แล้วเซริก้าจะปรามให้เฟย์อินหยุดแต่เขาไม่ยอมจนโดนเซริก้าตบไปทีนึงและบอกว่าถึงตัวเสี่ยวเฉินปากจะบอกว่าไม่ดูดำดูดีแต่คนที่เจ็บปวดก็ไม่ได้มีแค่เฟย์อินหรอกนะ แล้วเฟย์อินจะสังเกตุเห็นเสี่ยวเฉินกำหมัดจนเลือดออกแสดงออกถึงความเจ็บใจ เฟย์อินเลยขอโทษเขาที่เข้าใจผิดไป แต่เสียวเฉินก็เข้าใจและไม่ว่าอะไร แล้วเซริก้าจะขอให้กัปตันเอายานถอยมาก่อนเพื่อความปลอดภัย ทุกคนจะรู้สึกเป็นห่วงพวกโทยะมากแต่เซริก้าก็ให้กำลังใจว่า ถ้าเป็นพวกเขา2คนต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน

 

  

     โทยะได้สติอีกครั้งในห้องเรียน ซึ่งเป็นเหตุการณ์เหมือนตอนแรกที่เค้าสัปหงกจนและถูกอาจารย์อายากะมาเรียกจนตกโต๊ะ แต่แล้วเวลาภายนอกกลับหยุดนิ่งและอาจารย์อายากะกลับกลายเป็นเวนิมาสแทน เธอกล่าวตอนรับการกลับมาของโทยะ โทยะจึงถามว่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้เป็นแค่ฝันเหรอ? แต่เวนิมาสปฎิเสธว่ามันคือเรื่องจริงและวอเรียก็ดับสูญไปด้วยฝีมือของเขา โทยะเลยถามเพื่อย้ำความแน่ใจว่าเขาชนะแล้วใช่ไหม เวนิมาสตอบว่าใช่และขอบคุณ เป็นเพราะเขาถึงทำให้ช่วยโลกนี้เอาไว้ได้ โทยะปฎิเสธว่าไม่ใช่เฉพาะพลังของตนคนเดียวเป็นเพื่อความนึกคิดของทุกคนเหล่าเพื่อนที่เชื่อใจต่างหาก เธอก็เห็นด้วย แล้วโทยะก็ถามว่า ว่าแต่ทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นอย่างนี้ล่ะ นี่มันเหมือนกับภาพที่เห็นก่อนที่เขาจะไปอาคัลเทียเลย เธอตอบว่าที่โลกทางนี้เวลายังไม่ผ่านเลยไปน่ะสิ โทยะเลยถามความหมาย เวนิมาสอธิบายว่า ที่ๆเขาอยู่จนถึงตอนนี้ทั้งหมดเป็นโลกคู่ขนานไงล่ะ และก็ได้กลับมาจากที่นั่นมายังโลกเดิมแล้ว เมื่อฟังคำอธิบายแล้วโทยะก็บอกว่า ช่างเถอะ ยังไงก็ตาม โลกที่ฉันอาศัยอยู่ก็ยังมีคู่อื่นอยู่อีกใช่ไหม เธอตอบว่าเป็นเช่นนั้นแหล่ะ แล้วโทยะจะถามถึงโลกที่คาสุมิอยู่เป็นโลกอื่นหรือเปล่า เธอตอบว่า บอกไปแล้วเมื่อกี้ไงว่าความเป็นไปได้จะเกิดได้ที่โลกนี้เท่านั้น โทยะเลยถามถึงอาคัลเทีย เธอตอบว่า มันต่างกันนิดหน่อย ถ้าเป็นโลกคู่ขนานล่ะก็เจ้าตัวก็สมควรมีตัวตนอยู่แต่อาคัลเทียไม่มี ที่นั่นเป็นโลกที่อยู่ในช่องแคบอื่นของโลกนี้เท่านั้นเอง

 

 

 

     เมื่อเวนิมาสอธิบายความแตกต่างของโลกกับอาคัลเทียเสร็จแล้ว โทยะจะถามว่าแล้วทุกคนปลอดภัยดีไหม เธอตอบว่าปลอดภัยดีแต่ว่าต้องไปแล้ว โทยะเลยถามว่าเธอจะไปที่ไหน เวนิมาสได้ค่อยๆลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าและบอกว่า ไปยังที่ๆคนรักของฉันรออยู่ ขอบคุณนะที่ช่วยโลกที่ฉันและคนๆนั้นรักไว้ให้ และก็หายไป เวลาได้กลับมาเดินเหมือนเช่นเดิมและการต่อสู้ของเขาก็จบลงแล้ว เมื่อเวลากลับมาเดินดังเดิม อาจารย์อายากะและถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง โทยะได้ขอโทษเธอและบอกว่าคราวหลังจะระวัง เธอเลยตอบวา งั้นเหรอ ถ้างั้นขอความกรุณาด้วยนะ ทีหลังเวลาจะตื่นก็บอกก่อนล่ะ ทำให้โทยะแปลกใจ 

การต่อสู้ของฉันได้จบลงแล้ว

ในวันเวลาที่ผ่านไปในอาคัลเทียได้สร้างความทรงจำที่สำคัญขึ้นมากมายและได้พบปะผู้คนหลากหลายจนได้กลายเป็นมิตรสหายกัน ทุกคนจะเป็นอย่างไรบ้างฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแค่ คงจะกำลังรู้สึกอารมณ์สดใสเช่นเดียวกับท้องฟ้าสีครามอยู่อย่างแน่นอนล่ะมั้ง ทำไมถึงคิดเช่นนั้นนะ ชีวิตประจำวันที่เหมือนเคยได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งและชีวิตประจำวันใหม่ก็ได้เริ่มต้น,,,ตอนนี้สิ่งที่ดูน่าเบื่อนั้นได้เห็นเป็นประกาย ก็เพราะว่า,,,,,, 

Comment

Comment:

Tweet