บนสะพานเดินเรือ คาสุมิได้ถามโทยะว่ามันจบลงแล้วเหรอ โทยะตอบว่าใช่ เดวิชตายแล้ว ทุกอย่างจบลงแล้ว ไอก็ยินดีที่จะได้กลับโลกเดิม โอเลรี่พูดว่าผ่านเรื่องต่างๆมากมายแต่พอรู้ว่าจบลงแล้วก็รู้สึกเหงาขึ้นมาลึกๆ แล้วเซริก้าจะชวนทุกคนไปงานปาร์ตี้ฉลองสนธิสัญญาสันติภาพที่แผ่นดินศักดิ์สิทธ์ ซึ่งชุดไม่ต้องห่วงบาร์ทจะจัดการให้เอง ไอรู้สึกรอไม่ไหวจึงชวนกลับแผ่นดินศักดิ์สิทธ์กัน

  

     แต่แล้วคาฮอนก็รีบปรี่เข้ามาในสะพานเดินเรือและบอกให้ทุกคนรอก่อนจากนั้นก็รายงานว่า หลังจากพวกเราออกไปสู้รบ ก็ไปพบเลโอเน่เลือดออกล้มอยู่บนทางเดิน โทยะเลยถามว่าเธอเป็นอะไร คาฮอนเลยบอกให้ก่อนอื่นสงบใจไว้ก่อน โทยะเลยถามอีกว่าหรือว่าเธอป่วยหนัก เขาตอบว่าถ้าเรื่องนั้นก็อาจจะเป็นไปได้แต่อาการน่าเป็นห่วงมากเพราะเลโอเน่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา โทยะเลยโกรธที่คาฮอนทำอะไรลงไป แต่คาฮอนก็บอกให้ใจเย็นๆก่อนเพราะเค้าแค่เห็นว่าอาการแปลกๆก็เลยลองตรวจอย่างละเอียดดูซึ่งพอตรวจดูแล้วพบว่าไม่มีบันทึกการเจริญเติบโตในพันธุกรรมของเลโอเน่ สรุปว่าทำให้รู้ได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาในฐานะมนุษย์เทียมที่แข็งแกร่ง ทำให้ทุกคนตกใจมาก คาฮอนก็บอกอีกว่า วิทยาการสมัยนี้ยังไม่สามารถสร้างของที่เหมือนมนุษย์แบบนี้มาก่อนเลยแถมยังเป็นร่างมนุษย์นี้ยังถูกสร้างมาตั้งแต่เมื่อ100 กว่าปีก่อนอีก ไอเลยถามว่าหรือเบรุนซ์จะเป็นคนสร้าง เซริก้าก็เห็นด้วยเพราะได้ยินเค้าบอกว่าเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีชีวภาพ แล้วเลโอเน่จะเข้ามาได้ยินพอดี ทำให้เธอรับไม่ได้ที่รู้ว่าตัวเองถูกสร้างขึ้นมา เลยวิ่งหนีไป

 

  

     โทยะได้ตามเลโอเน่ออกมาจนถึงทางเดินระเบียงภายในยาน เธอบอกให้โทยะไม่ต้องตามมาแต่โทยะก็ไม่ยอม เธอเลยถามเหตุผลว่าเพราะสงสารเธอเหรอไง?แต่โทยะตอบว่าไม่ใช่ ถึงจะพูดไม่ค่อยเก่งแต่ก็คิดว่าไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียว จนสุดท้ายเธอก็หยุดวิ่ง โทยะถามว่าฉันเป็นมนุษย์หรือเปล่าล่ะ เลโอเน่ก็ตอบว่า ก็ต้องใช่อยู่แล้วนี่ ดูภายนอกไม่ออกหรือไง โทยะเลยถามว่าแล้วทำไมถึงยอมรับอย่างนั้นได้ล่ะ อาจจะถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงยิ่งกว่าก็ได้ ตัวตนของเราก็มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นแหล่ะที่จะรับรู้ได้การที่เธอเจ็บปวดได้หัวเราะได้มันต่างกับฉันตรงไหนเหรอ ทำให้เลโอเน่ตอบไม่ได้ โทยะเลยพูดต่อไปว่า ตัวตนของเธอจะเป็นยังไงก็ไม่ใช่ปัญหาไม่ใช่เหรอ เธออยากจะคิดกับตัวเองยังไงนั่นล่ะเป็นสิ่งที่จำเป็น เชื่อมั่นในตัวเองสิไม่ว่าเธอจะเป็นใคร ฉันก็คือมิตรของเธอ แล้วโทยะก็ขอมือเธอ เลโอเน่จับมือโทยะและกล่าวขอบคุณเขา โทยะเลยถามเธออีกว่ากำลังช็อคที่รู้ความจริงเหรอ เลโอเน่ตอบว่า ฉันน่ะ ไม่มีที่พึ่งอีกแล้ว ทั้งสายสัมพันธ์ที่เชื่อมั่นทั้งตัวตนของฉันทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องโกหกแม้แต่ที่พึ่งพาที่สามารถเชื่อถือได้ก็ไม่มีอีกแล้ว โทยะเลยบอกว่า งั้นก็พึ่งพาที่นี่ก็ได้อยู่ที่นี่ด้วยตัวเองค้นหาเรื่องที่เธอเท่านั้นที่ทำได้ถึงตัวฉันจะทำอะไรให้ไม่ได้แต่ก็ยินดีให้คำปรึกษา นอกจากนี้เธอน่ะเป็นมนุษย์นะถึงแม้จะวิธีการเกิดแตกต่างออกไป ไอที่ฟังอยู่ก็เข้ามาบอกว่า ใช่แล้วล่ะ การต่อสู้ก็จบลงแล้วและเธอเป็นคนดีมาก คาสุมิก็เข้ามาให้กำลังใจอีกคน เลโอเน่ก็เลยขอบคุณทั้งคู่ด้วยความซาบซึ้ง

 

      

     ในตอนกลางคืนที่ห้องนอนของโทยะในบ้านคราชิโอ้ ยามาโตะได้เร่งให้โทยะรีบแต่งตัวเร็วๆ แต่โทยะก็เถียงว่าเพิ่งจะกลับมาเมื่อกี้เองยังเหนื่อยอยู่เลยนะ ทำให้ยามาโตะบ่นว่า พูดอย่างนั้นได้ยังไงจำไม่ได้ว่าเคยเลี้ยงนายมาเป็นแบบนี้เลยนะ โทยะก็เถียงว่าฉันก็จำไม่ได้ว่าโดนเลี้ยงมาเหมือนกันล่ะ จากนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นซึ่งคนที่มาก็คือเมลวี่นั่นเอง เธอพูดขึ้นว่าพี่ชายยังไม่เสร็จเหรอคะ พี่สาวกับคุณแม่และคุณพ่อน่ะ เอ๋!ทำไมเหรอคะ? 

1.ชมว่าน่ารักสุดยอดไปเลย

2.ชมว่าชุดเหมาะมากเลย 

     เลือกข้อ 2 (ป้องกันการติดคุก) เมลวี่จะหัวเราะและตอบว่า ดีใจอยู่หรอกนะแต่คนที่ควรพูดด้วยน่ะไมใช่เมลวีหรอก ทำให้โทยะแปลกใจ เมลวี่เลยบอกอีกว่าพี่ชายน่ะไม่ว่ากับใครก็ใจดีด้วยไปหมดแต่นั่นน่ะจะทำให้คนที่สำคัญที่สุดต้องเจ็บปวดนะ จิตใจของเด็กผู้หญิงน่ะซับซ้อนมากนะ โทยะเลยถามเมลวี่ว่าไปจำมาจากใครน่ะ เธอเลยสารภาพว่าคุณแม่เป็นคนพูดไว้ แล้วก็บอกให้โทยะรีบแต่งตัวให้เสร็จไม่งั้นจะสายเอานะ แล้วก็ขอตัวไปก่อน พอลงมาข้างล่างดูเหมือนทุกคนจะไปกันหมดแล้ว ยามาโตะเลยตำหนิโทยะว่าทั้งๆที่เมลวี่บอกให้รีบแท้ๆ แต่โทยะก็เถียงว่าเป็นงานสำหรับแขกผู้มีเกียรติของอาคัลเทียกับจิคริมจะมาไม่ใช่เหรอ คิดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพวกเราอยู่ดี ยามาโตะก็เถียงกลับว่าพูดอะไรออกมาน่ะ ตัวเอกของงานก็คือพวกเราไมใช่เหรอและก็รีบเร่งให้โทยะรีบไป

 

  

     เมื่อโทยะเดินออกมาที่หน้าบ้านก็ต้องถึงกับตะลึงที่ได้เห็นหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวคนนึงยืนรอเขาอยู่ นั่นก็คือยูมิลนั่นเอง แล้วยามาโตะจะชมยูมิลว่าใส่ชุดนั้นกล้ามากเลย เธอเลยถามว่าดูแปลกเหรอ โทยะตอบว่าไม่อย่างอย่างนั้นหรอก ก็แค่….. ยูมิลเลยชิงตัดพ้อว่า อย่างที่คิดเลย ฉูดฉาดเกินไปใช่ไหมไม่ใช่สาวๆแล้วนี่นะ ควรจะดูรัดกุมกว่านี้สินะ โทยะปฎิเสธว่าไม่ใช่อย่างนั้นแค่คิดว่าดูสะดุดตาดีเท่านั้นเอง ยูมิลเลยเริ่มวิตกแล้วถามว่า เอ๋ อย่างที่คิดเลย พักนี้ไม่ได้ดูแลผิวเลยชุดแบบนี้คงไม่เหมาะกับวัยสินะ โทยะพยายามจะพูดแต่ยูมิลก็ชิงบอกว่า อืม ไม่เป็นไรหรอก ดูเหมือนฉันจะตื่นเต้นเกินไป โทยะเลยเรียกชื่อยูมิลให้เธอหยุดก่อนและบอกกับเธอว่า เป็นยังไงเหรอ?แปลกตรงไหนเหรอ?ดูไม่ดีตรงไหนล่ะ?นอกจากนี้ไม่เกี่ยวกับอายุสักหน่อย คิดมากเกินไปแล้ว ฉันไม่สนใจเรื่องแบบนั้นหรอก ชุดนี้เหมาะมากเลยล่ะนอกจากนี้วันนี้ยูมิลดูสวยมากเลย เมื่อได้ยินเธอก็ขอบคุณโทยะด้วยความดีใจจนน้ำตาไหล โทยะก็บอกให้เธออย่าร้องเลย ยามาโตะเลยทักว่านึกว่าไปก่อนแต่แรกแล้วซะอีก ยูมิลเลยตอบว่าพอดีตั้งใจว่าอยากให้โทยะเห็นเป็นคนแรกนอกจากครอบครัวน่ะแล้วก็ถามโทยะว่าถ้าจะขอไปงานด้วยกันจะเป็นการรบกวนไหม โทยะก็ตอบว่าไม่หรอก รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ไปเป็นเพื่อน และทั้งสองก็ไปที่งานด้วยกัน

 

  

     พอถึงที่งานจะพบเรสท์กับเฟย์อินเข้ามาทักทาย เรสท์จะทักยูมิลว่าได้เห็นเธอในชุดแบบนี้เป็นครั้งแรกเลยนะ เฟย์อินก็ชมยูมิลว่า สวยมากเลยปกติก็สวยอยู่แล้ว วันนี้ยิ่งดูสวยขึ้นไปอีก ยูมิลเลยตอบเฟย์อินไปว่า เขานี่ปากหวานจริงๆ เรสท์ก็ปฎิเสธว่าตนก็คิดเหมือนกับเฟย์อินเช่นกัน การที่ผู้หญิงจะเปลี่ยนไปได้นี่ก็เป็นเพราะเขา(โทยะ)สินะ ทำให้ยูมิลอายไม่กล้าตอบ เรสท์เลยหัวเราะและขอโทษที่เสียมารยาทพร้อมทั้งแซวว่า โทยะคุง ทำให้เธอเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ผลงานของนายนี่ช่างยิ่งใหญ่จริงๆแต่ในเวลาเดียวกันในฐานะลูกผู้ชายต้องรับผิดชอบด้วยนะ พอได้ยินคำว่ารับผิดชอบก็ทำให้เฟย์อินเข้าใจผิด ยูมิลที่รู้ทันทีจึงรีบปฎิเสธแต่เฟย์อินก็บอกว่าเค้าก็ล้อเล่นเช่นกัน แล้วเรสท์ก็ทำท่าจะกลับ ยามาโตะเลยถามว่าจะไปแล้วเหรอ เรสท์ตอบว่าใช่ ไม่ต้องห่วงหมอนั่น(เฟย์อิน)แล้วล่ะนอกจากนี้ตัวเอกของงานเลี้ยงคืนนี้ก็คือพวกเธอเตรียมตัวตอบคำถามเหล่าแขกที่มาเยือนไว้ดีกว่านะ ทำเอาโทยะรู้สึกหน่าย แล้วยูมิลจะถามเรสท์ว่าพิธิลงนามจบลงอย่างปลอดภัยแล้วเหรอ? เรสท์ตอบว่าใช่ ถึงแม้ลบล้างความบาดหมางไม่ได้แต่ ในตอนนี้ผู้นำของทั้ง2ประเทศก็มีท่าทีประนีประนอมกันดีก็คงจะมีวันที่สงบสุขไปสักพักนึงล่ะ โทยะถามว่าทำไมแค่สักพักเองล่ะ? เรสท์อธิบายว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายแต่อาจจะเป็นเพราะคนที่จะสร้างความมั่นคงของสันติภาพได้ยังอายุน้อยเกินไปก็ได้ แล้วเอมี่ก็จะวิ่งเข้ามาหายูมิลแต่กลับชนโทยะจนกระเด็นล้มลงไป ยูมิลเลยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วเอมี่จะบอกว่าบังอาจะมาควงแขนกับท่านพี่ของฉันแบบนี้ยอมให้ไม่ได้ ปล่อยนะแล้วก็ปัดมือไล่ ชิ่วๆ โทยะเลยท้วงว่า ฉันไม่ใช่หมานะ ยูมิลเลยทำท่าจะตำหนิเอมี่ แต่ก็เจอเอมี่ชิงตัดหน้าบอกว่า ไม่ต้องกังวลนะ จะไม่ยอมให้มีผู้ชายสกปรกมาแตะต้องท่านพี่แม้แต่ปลายนิ้ว แล้วเฟย์อินก็เข้ามาบอกเอมี่ว่า เธอนี่ไม่รู้หรือไงว่าโทยะกับคุณยูมิลเค้าชอบพอกันอยู่ แต่เอมี่ก็ไม่สนและเพิ่งนึกได้ว่าท่านอีเวลให้มาเรียกยูมิลไปพบเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย เธอเลยต้องขอตัวไปก่อนพร้อมเอมี่ เรสท์เลยบอกให้โทยะสนุกกับปาร์ตี้ก็แล้วกัน

   

     เมื่อจบปาร์ตี้แล้ว โทยะจะรู้สึกเหนื่อยที่ต้องทักทายแขกเหรื่อที่มาในงานมากมาย แล้วโรดิสกับทีคส์ก็เข้ามาต้อนรับโทยะและขอขอบคุณแทนประชาชนทุกคนด้วย แต่โทยะก็บอกว่ารู้สึกเหนื่อยมากเพราะมีคนมารุมกันเยอะ โรดิสก็บอกว่าแน่นอนเพราะโทยะเป็นคนขับเรย์เบลดและการที่เขาล้มโกเดริอุสได้ก็ได้รับยกย่องเป็นวีรบุรุษไปแล้ว แต่โทยะบอกว่าชื่อวีรบุรุษก็เป็นแค่ภาพลวงตาน่ะแหล่ะไม่ได้พิเศษไปกว่าใครหรอก โรดิสก็เห็นด้วยว่าเป็นความจริง ทีคส์จะรู้สึกไม่อยากเชื่อว่าสงครามจบลงแล้ว เซย์อ้อตก็ถูกโค่นล้มแล้วทั้งหมดนี่จบสิ้นลงแล้ว ยามาโตะตอบว่า ทั้งโกเดริสอุสและศาสตราจารย์เดวิชก็ได้หายไปแล้วยังไงก็ไม่เป็นไรหรอก โรดิสเลยบอกว่าจะแยกชิ้นส่วนเรย์เบลดและปิดผนึกจุดศูนย์กลางซะ ทำให้ยามาโตะรู้สึกเสียดาย โทยะเลยถามว่าได้ทำการวิเคราะห์แล้วหรือยัง โรดิสตอบว่าเสร็จแล้วล่ะ รู้สึกว่าจำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่มีสายเลือดของเรนิส เอนโร้ดถึงจะสามารถทำให้มันเคลื่อนไหวได้ แล้วก็จะเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์โดยคนๆนั้นต้องขับร่วมกับเพศตรงข้าม ยามาโตะเลยทักว่า เหมือนเป็นด้ายแดงแห่งโชคชะตาเลย โรดิสก็หัวเราะและบอกว่าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันแต่การตัดสินวิเคราะก็ยังไม่เพียงแค่นี้หรอกนะ ถึงจะบอกว่าคนขับเพียงหนึ่งเดียวอย่างโทยะจะกลับไปโลกเดิมก็ตาม แต่ถ้าเกิดเรื่องราวแบบนี้อีกในยุคสมัยหลังจากนี้ก็อาจจะมีคนที่สามารถใช้ได้อีกก็ได้ โทยะเลยถามว่าเรื่องกลับโลกเดิมเหรอ? โรดิสเลยบอกว่าถ้าเป้าหมายของเวนิมาสคือการล้มเดวิชแล้วล่ะก็ตอนนี้เป้าหมายนั้นได้บรรลุลงแล้วละก็กลับไปตอนนี้ก็คงจะไม่เจอกับสถานการณ์ตัวตนไร้เสถียรภาพอีกแล้วล่ะ แต่ก็จะไม่กลับก็ได้นะ ยินดีต้อนรับ โทยะเลยท้วงไว้ โรดิสก็เลยหัวเราะแล้วบอกว่า ล้อเล่น ได้รับผิดชอบเรื่องการกลับไปเรียบร้อยแล้วไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้ได้กลับแน่ แล้วทีคส์ก็ขอให้พวกเราพักผ่อนตามสบาย แต่ไม่ทันไรชิสคูก็ไล่ตามโรดิสจนพบ เค้าจึงต้องขอตัวไปก่อน ทีคส์เลยถือโอกาสขอตัวด้วยเช่นกัน ยามาโตะเลยให้โทยะไปเดินเล่นสักพัก

 

  

     เมื่อเดินไปในงานจะพบกับเลโอเน่เลยเรียกเธอไว้ เธอก็บอกว่ากำลังหาตัวโทยะอยู่ตั้งนาน ยามาโตะจะชมว่าชุดของเธอเหมาะมาก เลโอเน่จะบอกว่าบาร์ทเป็นคนเตรียมให้ โทยะจะถามเธอว่าดูท่าทางเธอดูไม่ค่อยสบายเหมือนดูฝืนๆอยู่เลย เธอเลยขอโทษแต่เพราะว่าอยากอยู่กับทุกคนอีกสักนิดก็ยังดี โทยะก็ถามว่าไม่เห็นต้องฝืนเลยพรุ่งนี้ก็ยังมีไม่ใช่เหรอ แล้วเลโอเน่ก็บอกว่า เรื่องของฉันน่ะช่างเถอะ ยังมีคนที่โทยะจำเป็นต้องให้ความห่วงใยมากกว่าไมใช่เหรอ คนสำคัญของโทยะน่ะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ไปตามหาเถอะ โทยะกำลังจะเอ่ยปากแต่เลโอเน่ก็ดักคอว่า โทยะ ผู้หญิงน่ะนะ จะรู้สึกมีความสุขที่สุดก็ตอนที่คิดถึงคนที่รักนี่แหล่ะ เธอจะต้องรอโทยะไปหาอยู่แน่นอน โทยะเลยบอกว่าเธอนี่รู้ดีจังเลย เลโอเน่ตอบว่าคงจะเป็นความรู้ที่เบรุนซ์ใส่มาให้ล่ะมั้ง โทยะเลยรู้สึกว่าไม่ควรจะถาม แต่เลโอเน่ก็ไม่ใส่ใจเพราะความรู้นี้ทำให้มีความรู้สึกได้เช่นนี้และการได้ชอบใครสักคนเป็นเรื่องที่วิเศษมาก ทำให้โทยะเริ่มพอเข้าใจความรู้สึกที่เลโอเน่มีต่อตน แล้วเลโอเน่ก็พูดต่อไปว่า ก่อนหน้านี้เคยได้ยินจากไอว่าสำหรับผู้หญิงแล้วการประกบริมฝีปากครั้งแรกถืเป็นสิ่งที่พิเศษ แล้วโทยะก็ขโมยจูบแรกของฉันไปแล้วต้องรับผิดชอบนะ ทำให้โทยะสะดุ้งเลย แต่เลโอเน่ก็บอกว่าแค่ล้อเล่น เพราะนั่นเป็นการช่วยเหลือเธอไว้จึงอยากจะขอบคุณ แล้วก็ขอลาไปคุยกับคนอื่นๆต่อ ยามาโตะเลยถามว่ายังไม่ได้คุยเลยเหรอ เธอตอบว่าพอดีอยากคุยกับโทยะเป็นคนแรกก็ไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งหรอกนะ แล้วก็ขอตัวไปก่อน ยามาโตะได้บอกให้โทยะรู้ไว้ว่าเลโอเน่กำลังฝืนยิ้มอยู่ แต่โทยะก็เชื่อว่าเธอคงไม่เป็นอะไรแน่

 

  

     คราวนี้ระหว่างเดินเล่นอยู่ โทยะเกิดชนเข้ากับริชูน่าพอดี โทยะเลยถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ ริชูน่าเลยตอบว่าไม่ค่อยชอบที่ๆมีคนเยอะๆ ตอนนี้วอลก้ากำลังให้สัมภาษณ์อยู่ ตัวจริงของพวกเราไม่สามารถแจ้งให้สาธารณชนทราบได้แต่ก็มีคนรู้ว่าเป็นคนขับชินไกโอ เอ่อ ที่สำคัญกว่านั้นเห็นคุณยูมิลเมื่อกี้น่ะคะ ดูหน้าตาจริงจังมากเลย โทยะเลยรีบถามว่าไปทางไหนพอรู้ไหม ริชูน่าตอบว่าเห็นเดินไปตรงน้ำพุ โทยะจึงขอบคุณริชูน่าแล้วรีบไปทันที ริชูน่าก็ตอบว่า ค่ะ ความรู้สึกของคนทีรักกรุณารับเอาไว้ให้ได้นะคะ โทยะตอบตกลงและไปทันที

 

       เมื่อไปถึงที่หน้าน้ำพุจะพบยูมิลยืนอยู่ ยามาโตะจะให้โทยะเข้าไปคนเดียวเพราะเกรงใจ แล้วโทยะก็เรียกทักยูมิล เธอเลยถามว่าทำไมถึงรู้ว่าอยู่ที่นี่ โทยะตอบว่าริชูน่าเป็นคนบอกและถามว่าทำไมดูไม่ร่าเริงเลย ยูมิลนิ่งเงียบก่อนจะค่อยๆเอ่ยถามว่า พรุ่งนี้จะกลับแล้วสินะ โทยะตอบว่าใช่ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะกลับแน่ชัดหรอกแต่ผลสุดท้ายก็คงกลับไปแน่ๆ เธอตอบว่างั้นเหรอ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้ว ทั้งที่เป็นอย่างนั้น ตอนที่ได้ยินเรื่องนั้นก็รู้สึกเศร้าจนทำอะไรไม่ถูกเลย นี่ โทยะ พวกเราต้องแยกจากกันคืนนี้แล้วใช่ไหม? แบบนั้นน่ะ ไม่เอาหรอก โทยะก็เข้าใจเธอจึงเอ่ยชื่อยูมิลขึ้นมา ยูมิลรู้สึกตัวจึงขอโทษและบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้โทยะลำบากใจหรอก โทยะจึงบอกว่า ไม่ต้องห่วงหรอก จะต้องกลับมาอีกแน่ ฉันก็อยากอยู่กับยูมิลแต่ที่ทางโน้นฉันก็มีเพื่อนที่เป็นห่วงฉันอยู่เหมือนกับคนที่รอยูมิลอยู่ที่โลกนี้เช่นกันอาจจะดูน่าเบื่อแต่ก็มีชีวิตประจำวันที่อบอุ่นอยู่ เพราะฉะนั้นจะกลับไปคุยแล้วหลังจากนั้นจะกลับมา จะต้องกลับมาแน่นอน จะรอจนถึงตอนนั้นได้ไหม ยูมิลตอบว่า อืม รอสิ จะรอโทยะนะ แล้วยูมิลจะขอร้องโทยะอย่างนึง โทยะบอกว่าถ้าเป็นเรื่องที่ทำได้ละก็จะทำให้แน่ เธอเลยเอ่ยอย่างอายๆว่า ในระหว่างที่รอโทยะอยู่เพื่อไม่ให้ลืมโทยะ จึงจะขอ…. แต่แล้วยามาโตะก็เข้ามาขัดจังหวะโดยบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้วและบอกให้ดูบนฟ้าทำให้ทั้ง3ตกตะลึง

   

     ตัดมาที่ชาลที่ไม่ทราบว่ารอดชีวิตมาได้อย่างไรได้ยืนอยู่พร้อมกับจุดศูนย์กลางของเซย์อ้อตทั้ง5อัน ชาลได้พูดกับเสียงลึกลับว่า ขาดไปอันนึงคงไม่เป็นไรนะ เสียงนั้นตอบว่าไม่มีปัญหาแต่ร่างกายของเธอไม่สามารถทนได้นะซึ่งชาลก็ไม่ขัดข้องอยู่แล้ว เจ้าของเสียงก็บอกว่าดีเลย เสียโกเดริอุสไปแล้วตัวฉันก็ไม่เหลือทางให้เดินแล้ว ชาลถามเจ้าของเสียงว่าอยากจะกลับไปจริงๆเหรอ แต่เขาไม่ตอบ ชาลจึงบอกว่า พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วจนป่านนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังแล้วล่ะ เขาจึงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า อยากกลับไปไม่อยากถูกทอดทิ้งเพราะเอสเทเรียเป็นบ้านเกิดของตนแต่เขาหลับอยู่บนโลกนี้นานเกินไปคนที่รออยู่คงจะตายไปหมดแล้ว ชาลจึงบอกว่าฉันยังอยู่ จากนี้ไปจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เสียงนั้นหัวเราะเบาๆและบอกว่านั่นสินะน่าเสียดายที่ไม่อาจโอบกอดเธอด้วยมือนี้ได้แต่ได้อยู่ในร่างเดียวกันก็ไม่เลวนัก แล้วชาลก็เริ่มพิธีการอัญเชิญวอเรีย

 

  

     แล้ววอเรียก็ปรากฏขึ้นบนเหนือน่านฟ้าของอาคัลเทียสร้างความแตกตื่นตกใจให้กับประชาชนโดยทั่วกัน แม้แต่วอลก้ายังตกใจที่มันยังอยู่ทำให้โรดิสสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของเรย์ฟอน โครบิสจึงเข้ามาหาโทยะและบอกว่า งานเลี้ยงจบแล้วล่ะพวกเราไปกันได้แล้ว โทยะรู้สึกงงจึงขอให้อธิบายหน่อย โครบิสเลยตอบว่า วอลก้าบอกไว้ว่ามีใครสักคนใช้ร่างกายตัวเองกับจุดศูนย์กลางอัญเชิญวอเรียออกมาและตอนนี้วอลก้าได้มุ่งหน้าไปแล้ว พวกเราก็คงอยู่เฉยๆไม่ได้และบอกให้รีบไปเตรียมตัว โทยะจึงพายูมิลไปด้วย

 

  

     ทางด้านช่างต่างๆในรีโบเฟนได้เตรียมตัวพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปที่วอเรียทันที ส่วนทางด้านในแผ่นดินศักดิ์สิทธ์เลโอเน่ที่ร่างกายอ่อนแอก็อวยพรให้โทยะพยายามในส่วนของเธอด้วยแล้วสิ้นใจไป

 

  

     ระหว่างทางที่บินไป เรย์ฟอนจะติดต่อเข้ามาว่า มาก็ดีแล้วน่าเสียดายที่วอเรียในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถควบคุมได้แล้วจึงไม่สามารถเอามาได้ พอมีจุดศูนย์กลางแล้วแข็งแกร่งจนเทียบกับก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย แต่ในระหว่างนี้วอเรียยังไม่สามารถทำงานได้ เซริก้าเลยถามว่าจะให้รอจนถึงเมื่อไหร่ เรย์ฟอนเลยบอกว่า แม้จะใช้ปืนใหญ่ของรีโบเฟนก็คงไม่สามารถทะลวงบาเรียของวอเรียเข้าไปได้หรอก อาซ่าเลยกังวลว่าจะรับมือกับมันยังไง เรย์ฟอนเลยบอกว่ามีอยู่เพียงวิธีเดียวคือทะลวงเข้าไปภายในของวอเรียและทำลายจุดศูนย์กลางซะ ไอเลยตอกไปว่า พูดน่ะมันง่ายแต่ภายในเจ้านั่นไม่มีแผลเลยจะเข้าไปยังไงล่ะ บาเรียของวอเรียนั้นจะถูกทำให้เปิดอยู่กลางอากาศโดยแยกห่างจากตัวมันเล็กน้อย สรุปว่าถ้าทำลายบาเรียด้วยวิธีดังกล่าวได้ละก็จะมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าไปได้แน่ๆนอกจากวิธีอื่นก็โจมตีด้วยอาวุธน่าเสียดายที่แม้แต่พลังของพวกเราชินไกโอทั้ง3ก็ไม่สามารถทำลายมันได้ ยูมิลเสนอว่ามีวิธีอยู่ ให้ปล่อยพลังของรีโบเฟนให้เต็มกำลังและเปิดฟิลด์ป้องกันไว้ที่ด้านหน้ายานในชั่วพริบตาหนึ่งคงจะสามารถทำลายได้ เรย์ฟอนก็บอกว่าเป็นแผนที่ดีแต่ก็เสียงมาก ยูมิลเลยบอกว่าไม่มีเวลาหาวิธีอื่นแล้วนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในตอนนี้ซึ่งตอนแรกๆแม้จะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่สุดท้ายพอโทยะเชื่อมันทุกคนก็พร้อมเดิมพันด้วย เมื่อไม่มีคนค้านทุกคนก็พร้อมเข้าสู่ศึกสุดท้ายที่แท้จริง

 

  

     เมื่อออกมาตรงปีกของยาน มิยาสุโกะจะติดต่อออกมาว่า พวกช่างกำลังติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มแรงของบาเรียป้องกันอยู่เพื่อการซ่อมบำรุงนั้นต้องใช้ไม่รู้กี่เครื่องจึงขอให้เลือกเครื่องที่จะทำการสู้รบแล้วให้ที่เหลือมาช่วยทางนี้ด้วย เมื่อเลือกพรรคพวกออกมาแล้วทางด้านวอเรียก็เหมือนจะปล่อยบางสิ่งออกมาเช่นกัน

 

  

     ซึ่งสิ่งที่ปล่อยออกมาขวางเราก็คือกาดรานกับพัลเทโนสและเอเลอาน่าเครื่องจำลองที่พลังของมันก็ด้อยกว่าต้นแบบมากนั่นเอง แต่ก็ได้พวกชินไกโอทั้ง 3มาช่วยรับหน้าให้ ริชูน่าได้บอกให้พวกเราเตรียมตัวจู่โจมเลย ถ้าเป็นเครื่องของพวกเธอแค่เรื่องป้องกันสบายมาก แล้วยูมิลจะติดต่อมาว่าจะต้องติดตั้งเครื่องเพิ่มแรงอีก8ชิ้นซึ่งใน4 เทิร์นเราต้องป้องกันไม่ให้พวกมันบุกเข้ามาได้

 

      

     พอครบ 4 เทิร์นชิสคูจะติดต่อเข้ามาว่าถึงจุดหมายที่กำหนดไว้แล้วพวกเราถึงกลับเข้ายานได้

 

Comment

Comment:

Tweet

If you try to find locality where you can <a href="http://www.essaysprofessors.com">buy term papers</a> or <a href="http://www.essaysprofessors.com">buy research papers</a> here is very first-rate place for you about essays writing, which cater examples and gives an fortune to learn how make audit . But this site is more arresting, and more improving. So don't be lazy and write your own or <a href="http://www.essaysprofessors.com">buy essay</a> about this post. Thanks.

#1 By RAMIREZ28Bettie (31.184.238.21) on 2012-01-11 07:40