聖霊機ライブレード ตอนที่ 14 最後の騎士
posted on 08 Jul 2009 11:29 by shion20
ที่โรงเก็บหุ่น ช่างเครื่องกำลังคร่ำเคร่งเร่งมือทำงานกันอย่างหนัก โทยะจึงเข้าไปถามเซริก้าว่าเป็นยังไงบ้าง เซริก้าเลยบอกว่า พรุ่งนี้จะเป็นการปรับแต่งขั้นสุดท้ายของเรย์เบลด เลยโต้รุ่งกันน่ะ โทยะไม่อยากจะให้ทุกคนฝืนไป แต่ช่างทุกคนก็ต่างบอกว่าไม่เป็นไรเมื่อเทียบกับเซริก้าที่ไม่ได้หลับได้นอนมาหลายวันแล้ว โทยะจึงรู้สึกขอบคุณเซริก้ามาก และก็บอกให้เธออย่าฝืนเพราะถ้าเธอล้มป่วยขึ้นมาจะแย่เอา ทำให้พนักงานแซวเซริก้าว่า เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าได้เลย ความเชื่อมั่นนั้นน่ะเปรียบดุจความรักที่ร้อนแรง จะเรียกว่าคลั่งไคล้เลยก็ได้ ทำให้เซริก้าอายเลยรีบปฎิเสธ แต่พนักงานก็แซวต่อไปว่ามันเขียนอยู่บนหน้าของเธอน่ะแหล่ะ แต่เพราะความซื่อบื้อของโทยะที่ไม่เข้าใจความนัยทำให้เซริก้างอนไป แล้วก็ไล่โทยะว่าอย่ามาเกะกะเวลาทำงานของเธอ แล้วเบรุนซ์จะเข้ามาทักทายพอดี เซริก้าเลยบอกโทยะไปว่าเขามาช่วยในการซ่อมแซมด้วย โทยะเลยถามว่า ที่ซ่อมแซมสำเร็จในช่วงเวลานี้ได้ก็เพราะคุณงั้นเหรอ? แต่เบรุนซ์ก็ปฎิเสธว่าเป็นเพราะฝีมือของเซริก้าต่างหาก ตนแค่แนะนำเท่านั้น
แล้วมากิก็เข้ามาถามอีกคนว่า เรย์เบลดจะทำงานได้หรือยัง เซริก้าเลยบอกว่าอีกนิดหน่อย เหลือแค่การปรับปรุงระบบควบคุมเท่านั้น ทำให้มากิเสียดายที่อุตส่าห์พกกล้องมาด้วยหวังจะถ่ายตอนที่เคลื่อนไหวได้แท้ๆ หลังจากคุยกันได้สักครู่ มากิจะรู้สึกสงสัยว่า เคยได้ยินชื่อเบรุนซ์ที่ไหนมาก่อน แต่เขาปฎิเสธว่า ไม่เคยพบกับเธอมาก่อน มากิก็ตอบว่า ใช่ เคยเจอเป็นครั้งแรกก็จริง แต่ฉันน่ะ ถ้าเคยได้เจอหน้าหรือชื่อของใครแล้วจะไม่มีวันลืมเด็ดขาด แต่แปลกที่นึกไม่ออก เมื่อนึกไม่ออกมากิเลยหันไปบันทึกภาพของเรย์เบลดแทนและเรียกเรสเก้ไปด้วย แต่เบรุนซ์บอกว่าเรสเก้โดนเซริก้าอุ้มไปแล้ว
เบรุนซ์จะบอกว่า เมื่อเรย์เบลดเสร็จสมบูรณ์งานของฉันก็จบลงแล้ว นี่เป็นเหตุผลเดียวที่ฉันอยู่ที่นี่ ที่เหลือต้องฝากเป็นหน้าที่ของเธอแล้วนะ โทยะแต่ถึงฉันไม่ต้องพูดก็คงไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เธอแข็งแกร่งขึ้นแล้ว อาจจะถึงขนาดโค่นเซย์อ้อตได้เลยก็ได้ โทยะเลยถามเบรุนซ์ว่า ไม่ได้คาดหวังวิธีอื่นนอกจากการต่อสู้เลยเหรอ? เบรุนซ์ตอบว่า ฉันถึงฉันจะคิดเช่นนั้นก็ตาม แต่ฝ่ายโน้นก็ซุ่มกำลังไว้อยู่ใช่ไหมล่ะ นอกจากนี้ยังตั้งตัวเป็นศัตรูด้วย มนุษย์น่ะเป็นสิ่งมีชีวิตที่จะไม่ค่อยจะยอมรับสิ่งที่ต่างจากที่ตาเห็น และเพื่อให้ตระหนักถึงสิ่งนั้นจึงจำเป็นในตอนที่การต่อสู้เข้ามาถึงไงล่ะ โทยะเลยบอกว่า การตัดสินอะไรโดยไม่ฟังความเห็นคนอื่นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมเหรอ? ถ้าผลสุดท้ายจะต้องสู้กันขึ้นมา คุณจะรู้สึกอย่างไร แต่เบรุนซ์ตอบว่า เป็นความลับ แต่อยากให้รู้ว่าฉันไม่ใช่ศัตรูของนายแน่ โทยะเลยถามกลับว่า แล้วทำไมไม่บอกว่า ไม่ใช่แม้แต่มิตรล่ะ เบรุน์เลยบอกว่า เธอนี่น่าสนใจจริงๆนะ ใช่แล้วล่ะ ถึงฉันจะบอกว่าเป็นมิตรแต่เธอก็คงไม่คิดเช่นนั้น แล้วก็ขอตัวไป
จากนั้นคาสุมิก็เข้ามาเรียกโทยะว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว มีจักรกลของข้าศึกปรากฏตัวนอกปราสาทเต็มไปหมดเลย
ในท้องพระโรงของปราสาทแฟรมเอลค์ ทุกคนกำลังประชุมกันอยู่ซึ่งการู้ดบอกว่า ฝ่ายโน้นได้มีการรวมพลกันจากกองทัพที่ประจำอยู่ชายแดนกับที่ป้อมเบลเนีย เรดิวส์จะรู้สึกว่าเร็วเกินไปหน่อย แต่การู้ดเห็นว่าถ้าเป็นฝีมือของคร้าด บัคคูรี่ล่ะก็ไม่ใช่เรื่องลำบากหรอก เขาได้รับการขนานนามว่าจอมทัพยิ่งกว่านักรบอีก ชิเอลเลยถามว่า คาดเอาไว้แล้วเหรอ? การู้ดก็บอกว่า ใช่ แต่ถ้าชนะศึกนี้ได้ ชัยชนะจะเป็นของพวกเรา ยูมิลก็ถามว่าท่านเล็งสิ่งนี้ไว้สินะ? การู้ดก็อธิบายว่า ยุทธการเกบเลอร์นั้นมีอัตราความแน่นอนสูงแต่การต่อสู้จะยืดเยื้อ ถ้าเป็นเช่นนั้นทางฝ่ายจิคริมก็จะต้องเริ่มจัดหาเสบียง ก่อนที่จะช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตจะมาถึง ถึงแม้ชนะก็สิ่งที่รออยู่ก็คือความอดอยาก ถึงแม้จะเป็นความสามารถในการควบคุมของท่านโรดิสและท่านอีเวลจากแผ่นดินศักดิ์สิทธ์ก็ยากจะรอดพ้น ยูมิลเลยถามว่า จะไม่เป็นการเดิมพันที่อันตรายเกินไปหน่อยเหรอ แต่ชิเอลก็บอกว่า การตัดสินใจของท่านพอเป็นเรื่องที่ถูกต้อง พวกเราก็แค่ชนะให้ได้ เรื่องหลังจากนั้นไม่ต้องไปคิดมันหรอก และถามยูมิลว่าเธอเคยต่อสู้ไหม? ยูมิลตอบว่า เคยนั่งอยู่บนรีโบเฟน ชิเอลเลยบอกว่า ว่าแล้วเชียวว่าไม่เคยขับหุ่นสู้เองยังไม่เคย เลยไม่อยากให้มือสมัครเล่นออกความเห็นหรอก ยูมิลเลยขอโทษเธอ แต่การู้ดก็สั่งให้ชิเอล หยุดเสียมารยาท และขอโทษยูมิล เพราะลูกสาวเป็นคนวู่วามเลยขอให้ยกโทษให้ด้วย
แม้ชิเอลยังตั้งแง่ไม่ยอมรับผิด แต่เรดิวส์ก็บอกชิเอลว่านี่ไม่ใช่เวลามาถกเถียงกันเอง เมื่อศัตรูอยู่ต่อหน้าจะทำอย่างไรนั้น นักรบอย่างเธอก็คงรู้อยู่แล้ว ชิเอลบอกว่ารู้อยู่แล้วล่ะ เอาล่ะ เพื่อบรรลุหน้าที่ของนักรบแล้วเตรียมตัวจู่โจมอัลมาริส การู้ดจะรู้สึกกลุ้มใจที่ลูกสาววู่วามแบบนี้ แต่ยูมิลก็ปลอบว่า เป็นหลักฐานยืนยันว่าเธอเคารพรักในตัวของพ่อแค่ไหน น่าอิจฉาออก แล้วเรดิวส์จะขอให้การู้ดอธิบายแผนการ
แล้วการู้ดก็อธิบายแผนการว่า อย่างที่เห็นว่า กองทัพของข้าศึกเป็นกองทัพใหญ่ การปะทะโดยตรงไม่ใช่วิธีที่ฉลาด พูดได้ว่าอยู่รอบปราสาทยิ่งอันตราย ดังนั้น ต้องใช้ทางลัดให้เป็นประโยชน์และจู่โจมกองเสบียงที่อยู่ด้านหลังโดยไม่ให้รู้ตัว อีกด้านนึงก็เคลื่อนไหวเพื่อท้าทายศัตรู แล้วก็ระดมโจมตีขนาบข้างที่กองบัญชาการรวดเดียว ยูมิลจึงบอกว่า แผนการในครั้งนี้ เราต้องแยกกองกำลังออกเป็น 2 ส่วน ถ้าจัดเตรียมตามปริมาณของการต่อสู้ล่ะก็ ทางนี้จะค่อนข้างเสียเปรียบ อาซ่าเลยถามว่า ถ้าการเสริมเสบียงเป็นเรื่องสำคัญต่อการดำรงชีพถูกตัดขาดล่ะก็ทหารฝ่ายโน้นจะต้องเสียขวัญแน่ๆใช่ไหมล่ะ แต่จำนวนของมันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไม่ใช่เหรอ? การู้ดตอบว่า ข้อดีของจิคริมคือ การมีตัวตนของระบบการสั่งการที่เข้มแข็ง ถ้าสิ่งนั้นถูกทำลายลงก็จะพังได้ง่าย
ยูมิลเลยประกาศแบ่งทัพโดยให้ หน่วยระดมโจมตีกองบัญชาการ อยู่รับมือศัตรูจนกว่าการลอบโจมตีจะสำเร็จ จึงต้องมีจำนวนน้อย ได้แก่ การู้ด เรดิวส์ โครบิสและอาซ่า ส่วนอีกทัพนึงคือ หน่วยลอบจู่โจมกองเสบียง นำโดยชิเอล จะมีสมาชิกคือ ไอ โอเลรี่ เสี่ยวเฉิน เฟย์อิน แล้วก็เซริก้า แต่เฟย์อินจะแย้งว่า การต่อสู้ครั้งนี้อันตรายเกินไปสำหรับเซริก้า แต่เซริก้าก็บอกว่าจะให้เธอทนดูอย่างข้างหลังอย่างเดียวก็ไม่ยอมเหมือนกันและใช้เหตุผลทั้งความรับผิดชอบที่มีต่อยอร์คต่างๆนาๆ จนเฟย์อินเถียงไม่ออกเลยต้องยอมแต่โดยดี แต่ทีนี้ก็เหลือแต่โทยะที่ยังไม่ได้เลือก แล้วคาสุมิจะขออาสาให้ความร่วมมือด้วยเพราะไม่อยากจะเอาแต่นั่งดูทุกคนออกไปสู้โดยที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไร แต่โทยะก็ห้ามเพราะอันตรายเกินไป แถมเธอยังขับไม่คล่องด้วย แต่ไอแย้งว่า เทคนิคการขับของคาสุมิใช้ได้แล้วบางทีจะเก่งกว่าโทยะด้วยซ้ำ เพราะที่ผ่านมาเธอเป็นโค้ชให้เองเลย ทำให้โทยะตกใจ คาสุมิก็ยอมรับว่า อยากจะเป็นที่พึ่งให้โทยะได้จึงขอร้องให้ไอช่วยสอน ไอก็เสริมว่า สำหรับคาสุมิตอนนี้ที่สำคัญคือประสปการณ์ ถึงคราวนี้จะหนักไปสักหน่อย ถ้าระวังสักหน่อยก็ไม่มีปัญหาหรอก โอเรลี่ก็เห็นด้วย เพราะดูท่าทางของคาสุมิดูจริงจังมาก โทยะเลยให้เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งคาสุมิก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ ยูมิลเลยให้เธอรอสนับสนุนอยู่ในรีโบเฟนก่อน แล้วจากนั้นยูมิลจะให้โทยะเลือกว่าไปกับทัพไหน
1.หน่วยลอบโจมตีกองเสบียง
2.หน่วยระดมโจมตีกองบัญชาการ
เลือกข้อ 2 โทยะจะเห็นว่าทางด้านลอบโจมตีจำนวนไม่มีปัญหาแล้ว ดังนั้นทางนี้ควรจะเพิ่มจำนวนอีกหน่อย ไอเลยดีใจว่าจะได้แสดงผลงานในฐานะผู้นำ แต่เฟย์อินแย้งว่าใครเป็นคนตัดสินเมื่อไหร่กันว่าจะให้เธอเป็น แล้วโทยะเลยฝากให้เสี่ยวเฉินเป็นคนนำ ทำให้ไอกับเฟย์อินไม่พอใจ แล้วมากิจะเข้ามาถามว่าเรย์เบลดจะได้ออกปฎิบัติการไหม?แต่ก็ได้คำตอบว่าคราวนี้เป็นเรื่องปัญหาระหว่างประเทศ จะให้เรย์เบลดที่มีหน้าทีกำจัดเซย์อ้อตออกหน้าจะทำให้ดูเป็นการขัดต่อสนธิสัญญาระหว่างชาติ และยังมีปัญหาที่ระบบควบคุมทำให้การปรับแต่งขั้นสุดท้ายยังไม่เสร็จด้วย ทำให้มากิเสียดาย แต่เธอก็เล็งสกู๊ปการต่อสู้เพื่อกอบกู้ยอร์คไว้แทน จากนั้นทุกคนก็ออกไปรบ
ทหารของคร้าดจะถามว่าทำไมคนๆนั้นถึงไปที่แนวหลัง(หมายถึงไทรอน) แต่คร้าดบอกว่าสายตาของเค้าไม่ใช่สายตาของคนโกหกเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงไป นอกจากนี้เจ้าพวกนั้นน่ะ คงจะต้องโจมตีกองเสบียงของเราแน่ ทหารคนนั้นเลยเสนอให้เสริมทหารที่คุ้มกันแนวหลัง แต่คร้าดปฎิเสธและบอกให้เป็นหน้าที่ของไทรอนไป นอกจากนี้อาจจะเป็นความกังวลของฉันเองก็ได้ ฉันก็เหมือนกับฝ่ายโน้นแหล่ะถ้ารบระยะยาวจะลำบาก เพราะฉะนั้นต้องตัดสินกันที่นี่แหล่ะ ทหารอีกคนเลยเสนอว่า ให้มุ่งหน้าไปหมู่บ้านคอนเนล แต่คร้าดก็ปฎิเสธว่า ถ้าทำอย่างนั้นล่ะก็เจ้าชูไทนิสมันจะทำอะไรบ้างก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากให้ลูกน้องเข้ามาพัวพันกับปัญหาส่วนตัวของตนด้วย
ทางด้านการู้ดจะขอให้พวกเราอดทนเอาไว้จนกว่าชิเอลจะปฎิบัติภารกิจสำเร็จ ซึ่งจะมีเส้นขีดเอาไว้ถ้าก้าวออกไปจะเป็นอันตรายอย่างมาก ส่วนฝ่ายทหารของคร้าดก็รู้สึกหวั่นเกรงในตัวจักรกลศักดิ์สิทธ์ คร้าดจึงบอกว่านี่เป็นสงครามส่วนตัวของตนและบอกลูกน้องให้อย่าฝืน แต่ลูกน้องทุกคนก็เคารพในตัวเขาและพร้อมจะถวายชีวิตให้แล้วการสู้รบของจำนวนพลที่มีความต่างถึง 5 ต่อ 22ก็เริ่มขึ้น
เมื่อผ่านเทิร์นที่ 6 ไปจะเกิดเสียงระเบิดขึ้น ยูมิลจะประกาศว่าพวกชิเอลทำสำเร็จแล้ว และให้พวกเราลุยได้เต็มที่ แต่คร้าดกลับไม่ตกใจ โทยะเลยถามเค้าว่ารู้อยู่แล้วงั้นเหรอ? การู้ดเลยบอกว่าคนอย่างเขาถึงรู้ก็ไม่คิดจะถอยหรอก และก็สั่งให้พุ่งเป้าไปกลางวงศัตรูเป้าหมายคือ ครีโอลของคร้าด บัคคูลี่ ทุกคนลุยได้


ด้วยความห้าวหาญของโทยะและการู้ด ทำให้ทหารของฝ่ายจิคริมค่อยๆล้มตายไปทีละคนๆ จนเหลือแค่เพียง 6 คนรวมคร้าดแล้ว ทหารจิคริมที่เหลือก็รู้สึกกลัวราวกับว่าตัวเองสู้อยู่กับปีศาจ แต่คร้าดก็บอกให้อย่ากลัวเพราะ ศัตรูก็เหนื่อยล้าไม่ต่างกับเราหรอก และการู้ดจะขอให้คร้าดถอยทัพไปซะแต่ด้วยศักดิ์ศรีนักรบทำให้เขาปฎิเสธ การู้ดจึงขอดวลตัดสินแพ้ชนะกันด้วยจำนวน 5 ต่อ 6 ที่เหลืออยู่นี้ เมื่อเซย์ฟอนของโทยะปะทะกับครีโอล คร้าดก็รู้สึกได้พลังพลาน่าที่แรงกล้าจึงถามว่า เธอคือหนุ่มน้อยที่ทำให้เรย์เบลดเคลื่อนไหวได้สินะ โทยะก็บอกว่าฉันชื่อโทยะต่างหากล่ะ คร้าดเลยหัวเราะและขออภัยที่เสียมารยาท โทยะเลยะถามว่าทำไมถึงต้องดิ้นรนขนาดนี้ คร้าดเลยบอกว่าเขาเป็นทหาร และเพื่อคนที่ต้องปกป้องจึงจำเป็นต้องสู้ เมื่อโทยะถามถึงสาเหตุ แล้วคร้าดจะรู้สึกว่าพูดมากเกินไปถ้าและบอกให้โทยะแสดงพลังออกมาให้ดูทีสิ

เมื่อล้มคร้าดได้แล้ว เขาก็บอกว่าจะมาแพ้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด และรุดหน้าปีนขึ้นไปบนกำแพงป้อมหน้าปราสาททันที โทยะจึงถามว่าเค้าคิดจะทำอะไร คร้าดเลยตอบว่า ขอโทษนะถึงจะดูไม่ค่อยเป็นผู้ใหญ่ก็เถอะ แต่ขอพาปราสาทหลังนี้ไปด้วยล่ะ ทำให้ยามาโตะเดาออกว่าเค้าคิดจะระเบิดตัวเอง ทำให้โทยะถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น แล้วคร้าดก็กล่าวขอโทษ ลูกกับเมียของตน โทร่าและคูรูรุ เตรียมพร้อมจะระเบิดตัวเอง
แต่คาสุมิก็ขับออลเบสออกมาห้ามคร้าดไว้ เมื่อคร้าดเห็นเธอจึงเตือนว่าถ้าไม่อยากตายให้รีบหนีไป คาสุมิเลยถามคร้าดว่า ทำไมถึงทำราวกับชีวิตตนเองไร้ค่าแบบนี้ คร้าดเลยตอบว่า ถ้าให้ตอบล่ะก็ เพื่อช่วยชีวิตของคนสำคัญของฉันไงล่ะ คาสุมิบอกว่า ผิดแล้วล่ะ ถึงสิ่งที่คุณทำไปจะช่วยเหลือคนสำคัญได้แต่คนเหล่านั้นเค้าจะรู้สึกอย่างไรล่ะ ทำให้คร้าดพูดไม่ออก คาสุมิก็พูดต่อไปว่า คุณก็คิดถึงแต่ตัวเองเท่านั้นแหล่ะ คุณอาจจะพอใจแต่ความเศร้าของคนที่ยังเหลืออยู่ล่ะ คุณกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันได้มองเห็นความโศกเศร้าเช่นนั้นมาแล้ว มันจะค่อยๆทำให้เป็นแผลในจิตใจ น้ำตาที่มองไม่เห็นจะไหลออกมาเรื่อยๆ คุณไม่มีสิทธ์จะทำอย่างนั้น โทยะได้ยินที่คาสุมิพูดก็เข้าใจว่าเธอพูดถึงเรื่องของเขา คร้าดจึงบอกว่า ช่างเป็นคนทีมีจิตใจงดงามจริงๆ แต่ฉันถอยไม่ได้แล้ว ถ้าการเสียสละนี้ทำให้คูรุรุกับโทร่ารอดล่ะก็ ก่อนอื่นก็ต้องกำจัดเธอล่ะนะ แล้วคร้าดก็โจมตีคาสุมิแต่เธอหลบได้ และโจมตีกลับไปใส่คร้าด จนเค้าพ่ายแพ้และพูดทิ้งท้ายไว้ว่า ฉันคงมาถึงที่สุดที่นี่สินะ ขอโทษนะ โทร่า คูรุรุ แล้วก็ระเบิดไป โทยะจะตะโกนถามคาสุมิว่าปลอดภัยไหมด้วยความเป็นห่วง แต่เธอกำลังจะคลั่งเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าฆ่าคนตายเป็นครั้งแรก
จากนั้นพวกชิเอลจะตามมาสมทบพอดี เมื่อไอเห็นออลเบสและคาสุมิดูท่าทางแปลกๆจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น สักพักหลังจากอธิบายเสร็จ ไอจะถามว่าคนๆนั้นตายจริงเหรอ โทยะบอกว่าไม่รู้สิ แต่อาจจะรอดก็ได้
ที่ท้องพระโรง เสี่ยวเฉินจะถามถึงอาการของคาสุมิ โทยะก็บอกว่าตอนนี้อยู่กับไอ ในเวลาแบบนี้คงทำอะไรไม่ได้เลย เสี่ยวเฉินเลยบอกว่าไม่ใช่ความผิดของโทยะหรอก โอเลรี่ก็บอกว่าเรื่องแบบนี้ก็ต้องใช้เวลาล่ะนะ เซริก้าก็สงสัยว่าทำไมคร้าดถึงต้องทำขนาดนี้ เฟย์อินก็เชื่อว่าคร้าดไมใช่คนที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้เลย อาซ่าให้เหตุผลว่า ได้ยินว่าเพื่อปกป้องคนสำคัญเพื่อเหตุนั้นตนจึงถอยไม่ได้ เซริก้าเลยมุ่งประเด็นไปว่า อาจจะมีคนถูกจับเป็นตัวประกัน ซึ่งเสี่ยวเฉินก็คิดว่าสมเหตุสมผล ยกตัวอย่างเช่น ครอบครัว แต่เฟย์อินแย้งว่า นักรบผู้สู่งส่งอย่างคร้าดเนี่ยนะครอบครัวถูกจับเป็นตัวประกัน ถ้าประชาชนจิคริมทราบเรื่องนี้ล่ะก็ไม่อยู่เฉยแน่ๆ เซริก้าคิดว่าบางทีอาจจะมีการปิดข่าวก็ได้
จากนั้นการู้ดจะตกใจมาก แต่ชิเอลบอกว่าไม่ผิดแน่ว่าไทรอนได้ทรยศพวกเราแล้ว ซึ่งทำให้พวกเราไม่อยากจะเชื่อ แม้จะดีใจที่เค้ายังมีชีวิตอยู่แต่กลับกลายเป็นอย่างนี้ไปซะได้ เรดิวส์ยืนยันว่าชายคนนั้นได้กลายเป็นศัตรูแล้ว โทยะเลยถามว่าทำไมถึงพูดอย่างนั้น เค้าเป็นเพื่อนของพวกนายไม่ใช่เหรอ? แต่เรดิวส์ก็ไม่เปลี่ยนความตั้งใจ แต่ชิเอลพอรู้ว่าใจจริงเรดิวส์รู้สึกเจ็บปวดมาก โทยะก็ถามว่า นี่นายตัดสินว่าเพื่อนเป็นศัตรูได้ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ หมอนั่นต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่ เรดิวส์ก็บอกว่า เรื่องนั้นน่ะรู้อยู่แล้ว การกระทำของไทรอนนั้นเต็มไปด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่เพราะฉะนั้นจึงต้องตระหนักถึงในฐานะศัตรูไงล่ะ และเมื่อเค้าได้เลือกแล้วก็ขัดขวางไม่ได้ เมื่อพบกันในสนามรบ ก็ต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายเท่านั้น โอเลรี่เลยสงสัยว่าไม่เชื่อใจกันเลยเหรอ? แต่โครบิสบอกว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังมีคนเชื่ออยู่น่ะแหล่ะ ไทรอนก็เป็นคนที่มีความเมตตานี่นา แล้วชิเอลก็ยังบอกว่าไทรอนได้พูดไว้ว่า ฉันจะชี้นำยอร์ค นี่มันหมายความว่าอย่างไร ทำให้การู้ดอึ้งไป ชิเอลจับอาการผิดสังเกตได้จึงคาดคั้นบิดาว่าต้องรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ แต่การู้ดบอกว่าตอนนี้ยังบอกไม่ได้ แต่เมื่อเวลามาถึงจะต้องบอกแน่ๆ ทำให้ชิเอลไม่พอใจและวิ่งหนีไป การู้ดจึงฝากให้เรดิวส์ตามไปดูแลที แล้วจะมีทหารมารายงานว่า คร้าดรอดชีวิตและตอนนี้หมอคาฮอนกับมิยาสุโกะกำลังดูอาการให้อยู่
ที่ห้องพยาบาล คาฮอนจะต่อว่าคร้าดที่บาดเจ็บทั้งภายนอกและภายในเลยทำให้รักษาลำบาก แต่คร้าดก็ขอร้องให้ปล่อยเขาไป เพราะเค้าจะมัวมานอนที่นี่ไม่ได้ เมื่อการู้ดกับโทยะเข้ามาถึง การู้ดก็บอกว่า ผลลัพธ์ของการต่อสู้ออกมาแล้ว เราไม่มีเหตุผลต้องมาสู้กันอีกแล้ว และเมื่อคาสุมิเข้ามาเห็นคร้าดรอดตายเธอก็ดีใจมาก ซึ่งทำให้คร้าดยอมรับความพ่ายแพ้เธอย่างหมดใจเลย การู้ดเลยขอให้เค้าอธิบายเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้ เขาเลยเล่าว่า การที่เค้ากลับเข้ากองทัพก็เพื่อความปลอดภัยของภรรยาและลูก และถ้าแพ้สงครามครั้งนี้ชีวิตของลูกและภรรยาจะตกอยู่ในอันตราย แล้วยังอยู่ในเงือมมือของ พันเอกชูไทนิส ฟาลมัว เมื่อได้ยินชื่อทำให้โทยะนึกถึงชูไทนิสออก ยูมิลเลยถามเค้าว่าแล้วลูกและภรรยาเค้าอยู่ที่ไหน คร้าดบอกว่า หมู่บ้านคอลเนลที่ห่างจากที่นี่ไปทางทิศใต้ ยูมิลเลยรับประกันว่า รีโบเฟนจะต้องตามไปทันแน่นอน คร้าดเลยบอกว่าแต่เขาเป็นศัตรูนะ อาซ่าเลยให้เหตุผลว่า ทหารจะตายในสงครามเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แต่ชีวิตของประชาชนมันต่างกันนะ จะยอมปล่อยให้เรื่องไร้มนุษยธรรมแบบนั้นผ่านไปไม่ได้หรอก ซึ่งทุกคนรวมทั้งการู้ดก็เห็นตรงกันกับยูมิล ทำให้คร้าดซาบซึ้งในน้ำใจมาก ซึ่งทุกคนก็พร้อมออกเดินทางกันทันที ส่วนด้านเบย์โอกำลังหวาดกลัวที่เมริซซ่าจะจำเรื่องในอดีตได้แล้วนึกย้อนว่า ไบโอเคยเสนอให้ล้างสมองเมริซซ่าด้วยระบบโค้ด 3 จะได้กลายเป็นของเบย์โอตลอดไปแต่ตัวเบย์โอเองก็ยอมรับการกระทำแบบนั้นไม่ได้
#1 By Kuroiketaro on 2009-07-09 21:20