聖霊機ライブレード ตอนที่ 11.5
posted on 19 Jun 2009 09:04 by shion20
ที่ห้องโถงโรดิสจะต้อนรับที่ทุกคนกลับมา โทยะจะต่อว่าฟอลเซนที่เป็นคนพาคาสุมิมาแต่เธอก็แก้ตัวให้ฟอลเซนว่าเธอเป็นคนที่ต้องการจะมาเองเพราะอยากจะพบกับโทยะ โรดิสก็ชมเชยเธอว่าเป็นผู้หญิงที่ใจดีมากซึ่งหาได้ยากจริงๆ เขาจึงขอรับประกันเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ให้เธอเอง ทำให้เซริก้าแปลกใจว่าทำไมพี่ชายเธอวันนี้ใจดีผิดคาด เล่นเอาชิสคุรู้สึกหึงไปเลย แล้วคาสุมิก็ถามว่าเธอจะให้เธอร่วมรบกับพวกเราด้วยได้ไหม เพราะเธอได้ยินว่าคนขับกำลังไม่พอ ถึงแม้จะเล็กน้อยแต่ก็อยากทำประโยชน์ให้กับทุกคน แล้วก็เพิ่งจะได้พบกับโทยะทั้งทีก็ไม่อยากจะให้แยกจากกันด้วย โรดิสจึงอยากถามเธอให้แน่ใจว่าเอาจริงเหรอ คาสุมิก็ยังคงยืนยัน
แต่โอเรลี่ก็ลุกขึ้นมาพูดส่อเสียดว่า ไม่ตลกเลยนะ ก็แค่อยากจะอยู่ใกล้คนที่ชอบ ไม่ได้คิดที่จะขับจักรกลศักดิ์สิทธ์จริงๆซักหน่อย ยูมิลพยายามปรามไม่ให้เธอพูดมากกว่านี้แต่โอเลรี่ก็ยังคงพูดต่อไปว่า ยังไงพวกเราก็ไม่ใช่มือโปรด้านการทำสงคราม นอกจากนี้สงครามจากนี้ไปจะต้องรุนแรงยิ่งขึ้นแน่ๆ ถ้าถึงเวลานั้นถ้ามีคนที่ไม่เด็ดขาดอยู่ด้วยล่ะก็มีความเป็นไปได้ว่าจะพลอยทำให้คนรอบข้างเป็นอันตรายไปด้วย เฟย์อินจึงเถียงแทนว่าเค้าเชื่อมันในตัวของคาสุมิ และถ้าเธอเป็นอันตรายเขาจะปกป้องเธอเอง ทำให้ถูกโครบิสแซว โอเลรี่ก็บอกว่า นี่มันไม่ใช่เกมส์นะ นี่คือสงครามจริงๆ และถามคาสุมิว่า เธอจะสามารถสู้ได้จริงๆเหรอ? จะลงมือฆ่าศัตรูได้เหรอ? ทำเอาคาสุมิพูดไม่ออก โอเลรี่เลยตวาดใส่เธอว่า คนที่คิดแบบเธอน่ะถ้าขับจักรกลศักดิ์สิทธ์ล่ะก็มีแต่ไปตายเท่านั้นแหล่ะ โครบิสจึงชมโอเลรี่ว่า เธอนี่ใจดีจังนะ เธอทนไม่ได้ที่จะให้คาสุมิต้องออกไปต่อสู้ใช่ไหม? อย่างที่เธอพูดไว้แหล่ะว่า นี่ไม่ใช่เกมส์แต่เป็นการต่อสู้ แล้วตอนนั้นหล่อนอาจจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัดสินใจลงไป เหมือนกับครั้งนึงที่เธอเป็นไงล่ะ
โทยะจึงถามว่ามันเรื่องอะไรกัน แต่โอเรลี่ปฎิเสธว่ามันแค่เรื่องในอดีต ทำให้คาสุมิน้ำตาคลอเบ้า โอเลรี่เลยบอกว่าอย่าทำตาอย่างสิ อย่างนี้ก็เหมือนฉันรังแกเธอน่ะสิ คาสุมิเลยขอโทษโอเลรี่ เธอเลยบอกคาสุมิว่า คนตัดสินใจก็คือเธอ ทำตามใจชอบเถอะ แต่ฉันเตือนแล้วนะ จากนั้นโอเลรี่ก็เดินออกไป จากนั้นโรดิสจะขอให้คาสุมิไปเข้ารับการฝึกในการขับจักรกลศักดิ์สิทธ์
แล้วฟอลเซนจะสังเกตเห็นเบรุนส์เข้าจึงถามว่าเขาเป็นใคร ยูมิลจึงแนะนำว่าเขาเป็นคนที่ช่วยคาสุมิเอาไว้ เซริก้าเสนอโรดิสว่าการที่มีเค้าร่วมมือด้วยจะช่วยทำให้เรย์เบลดเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้น หลังจากก็จะเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กัน
ณ ห้องทำงานของคลอสเตอร์ที่จิคริม ไรล์ได้เข้ามาพบกับคลอสเตอร์เพื่อให้บุกโจมตียอร์คซ้ำแต่คลอสเตอร์บอกว่าได้มอบอำนาจให้คร้าดจัดการไปแล้ว แต่ไรล์ก็เตือนว่าแม้ยอร์คจะเสียราชินีไปแล้วแต่ก็ยังไม่สิ้นลายอย่าประมาทจะดีกว่า แม้กระนั้นคลอสเตอร์ก็ไม่สนเพราะเป้าหมายของเขาคือการกำจัดเรบิออสแม่ทัพของอาคัลเทียเท่านั้น
ตัดไปที่คฤหาสต์ของประธานาธิปดีโฮเลม ผู้นำกองทัพจิคริมได้เชิญเจ้าชายไคน์มาร่วมมือด้วย ซึ่งพวกเขารวมหัวกันหลอกใช้ผู้กองคลอสเตอร์ให้เป็นหุ่นเชิดของตนเองในการบุกโจมตีอาคัลเทีย ซึ่งไคน์ได้มีแผนที่จะจับตัวผู้หญิงคนนึงที่จำเป็นต่อแผนการของพวกเขา
ส่วนที่ห้องของพระแม่ ท่านอีเวลได้รับฟังข้อมูลจากเบรูนส์ว่าคนที่บงการให้จู่โจมยอร์คไม่น่าจะใช่เซอ้อต แต่เป็นประธานาธิปดีโฮเลม ซึ่งเบรูนส์ก็บอกว่า ตัวประธานาธิปดีเองเบื้องหลังก็คงต้องมีความเกี่ยวข้องกับเซอ้อตอยู่เหมือนกัน จากการตรวจสอบของโรดิสก็คิดว่าการเคลื่อนตัวของกองทัพอย่างนี้จะเป็นอำนาจของใครอื่นไม่ได้เช่นกัน แต่เขาก็สงสัยข่าวลือบางอย่างอยู่ เซริก้าเลยเปรียบเปรยว่าเหมือนกับตะเกียงยามกลางวันใช่ไหม(เป็นการหลอกล่อให้ศัตรูเผลอแต่พอได้โอกาสก็จะจู่โจมไม่ให้ตั้งตัว) ทำให้โทยะสงสัยว่าโลกนี้ก็มีสำนวนแบบนั้นเหมือนกันเหรอ แต่เซริก้าขอเปลี่ยนประเด็นกลับมาที่ว่า ยิ่งไปกว่านี้ จู่ๆก็เริ่มเคลื่อนทัพขึ้นมาแบบนี้แปลว่าเจ้าประธานาธิปดีนั่นคอยชักใยอยู่ไม่ใช่เหรอไง? แต่เสี่ยวเฉินแย้งว่า มันก็คิดได้ยาก เพราะการหลอกใช้มนุษย์จนเรียกได้ว่าหุ่นเชิดนั้น จะต้องมีพลังในการโน้มน้าวที่น่าเชื่อถือมากกว่าด้วย ยกตัวอย่างเช่นผู้นำกองทัพ
เบรูนส์เห็นว่า ทั้งหมดของเซย์อ้อตยังพร้อม ตอนนี้ยังคงรอการฟิ้นฟูอยู่ หรือไม่ก็อาจจะเป็นชนวนที่ทำให้เคลื่อนไหวก็ได้ เราควรจะขัดเกลามาตรการป้องกันเวลานั้นที่กำลังจะมาถึงดีกว่าไหม? ทำให้โทยะสงสัยว่าเซย์อ้อตกำลังเตรียมการอะไรอยู่กันแน่ ยูมิลคิดว่าคงจะทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นเดียวกับตอนสมัยความน่าสะพรึงกลัวของเซย์อ้อตอีกครั้งแน่ๆ เบรุนส์ก็เดาว่า หรือไม่ก็เป็นการเจตนาทำให้เกิดขึ้นก็ไม่แน่ เซริก้าก็เห็นด้วย การวิเคราะห์บาเรียของเซย์อ้อตก็คืบหน้าขึ้นแล้วด้วย ต่อไปจะทำการรวมรวบข้อมูลเพื่อทำอุปกรณ์ให้จักรกลศักดิ์สิทธ์ใช้ นี่ล่ะมาตรการของความสามารถด้านพลังล่ะ
โครบิสเสนอว่า ตอนนี้ยังไม่มีข่าวสารมากเพียงพอจึงต้องระวังการเคลื่อนไหวของจิคริมให้มาก อีเวลก็เห็นด้วยนอกจากนี้ปัญหาส่วนตัวของพวกเธอก็เริ่มปรากฏออกมาแล้ว โทยะเลยถามว่าหมายถึงเรื่องอะไร อีเวลจึงตอบว่า เรื่องจักรกลศักดิ์สิทธ์ไงล่ะ ทางรัฐบาลของอาคัลเทียยืนกรานที่จะในเรื่องกรรมสิทธ์ของจักรกลศักด์สิทธ์ เนื่องจากจักรกลศักดิ์สิทธ์นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาโดยเซริก้าซึ่งเป็นเจ้าหญิงอันดับ 1 อาคัลเทียย่อมที่จะมีอำนาจในกรรมสิทธ์นั้น อาจจะมีการเปลี่ยนนักบินของเครื่องปัจจุบันก็ได้ เรื่องนี้จะพูดได้ว่า รีโบเฟนกับอาคัลเทียถือเป็นองค์กรณ์เดียวกันแล้ว ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลที่เหมาะสมเพียงพอ เห็นได้อยู่ว่าเราถูกผูกมัดไว้ซะแล้ว ท่านประธานแรคบัลจะเคลื่อนไหวตามวุฒิสภาเมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้วล่ะ ทำให้โทยะไม่พอใจที่พวกนั้นทำตามใจชอบ โครบิสก็บ่นว่า ท้ายสุดรัฐบาลมันก็เป็นอย่างนี้ล่ะนะ โรดิสก็รู้สึกเสียใจและบอกว่า มันก็รู้สึกน่าอายจริงๆน่ะแหล่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยืนกรานได้แค่สิทธ์เท่านั้น
เซริก้าก็แย้งว่าเรื่องนี้มันมองข้ามไปก็ได้ไม่ใช่เหรอ? อีเวลก็ตอบว่า ผลสรุปจะเป็นยังไง ไม่ต้องบอกก็รู้ รีโบเฟนเป็นยานแม่ของจักรกลศักดิ์สิทธ์นะ เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นในฐานะฐานที่มั่นในการปฎิบัติงานของพวกเธอ ความน่าเชื่อถือในเรื่องการกลับมาของเซย์อ้อตในขณะนี้มีความจำเป็นต้องให้ความใส่ใจในแนวโน้มของแต่ละท้องที่ โรดิสก็เสริมว่า จึงได้จัดตั้งองค์กรณ์ค้นคว้าโดยมีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบเซย์อ้อตให้มากขึ้นในวันนี้ยังไงล่ะ และฐานที่มั่นก็คือริโบเฟน และสมาชิกแน่นอนอยู่แล้วก็คือพวกเธอนั่นเอง อาซ่าเลยเสนอให้ลองชิงลงมือแยกตัวก่อนดีไหม แต่โรดิสก็ปฎิเสธว่า น่าเสียดายที่สำหรับอาคัลเทียในตอนนี้ไม่ใช่ภาชนะที่จะรองรับพวกนายเอาไว้ได้และ ไม่ได้อยู่ระดับที่อำนาจส่วนตัวของฉันจะทำได้ด้วย
อีเวลเลยบอกให้อย่าถกเถียงกันอีกเลย แต่เดิมพวกเขาก็ไม่มีสิทธ์ที่จะมายืนกรานตั้งแต่แรกแล้ว ทางหนีน่ะจะเท่าไหร่ก็มี นอกจากนี้จากข่าวเมื่อวันก่อน ได้มีการวิพากวิจารณ์ด้านลบจากความไม่น่าเชื่อถือของรัฐบาลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและประชาชนก็ได้มารวมตัวกันเพื่อคาดหวังว่าจักรกลศักดิ์สิทธิ์จะต้านทานเซย์อ้อตได้ พวกเขาต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นเท่านั้นเอง ซึ่งเราก็ใช้วิธีนี้ดัดหลังพวกนั้นเอาก็ได้ ยูมิลเลยขอติดตามไปกับอีเวลด้วย แต่อีเวลปฎิเสธ เพราะอยากให้ยูมิลตรวจสอบความจริงด้วยตาของเธอเองให้หน่อย ทั้งเรื่องที่เซย์อ้อตเป็นมาอย่างไร พวกเขากำลังทำอะไรอยู่ อยากเธอช่วยไปดูแทนฉันที นอกจากนี้ถ้าเป็นเธอล่ะก็ในฐานะตัวแทนของฉันคงทำให้คนของสภาความมั่นคงยอมรับได้ ทั้งเพื่อประโยชน์ในความคืบหน้าด้านการเจรจาของพวกฉันด้วย จึงอยากให้เธอเดินทางไปกับรีโบเฟนด้วย ยูมิลก็ยอมรับความต้องการของอีเวลอย่างเต็มใจ
และแล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ซึ่งเป็นการู้ดกับชิเอลนั่นเอง พวกเขาจะมาขอแยกตัวไปรวมตัวกับพรรคพวกที่คลอมเดลเพื่อรวมกำลังปลดปล่อยยอร์ค ทางโรดิสก็แสดงเจตจำนงที่อยากจะยื่นมือเข้าให้ความร่วมมือ แต่การู้ดขอรับไว้เพียงแค่น้ำใจ แล้วเรดิวส์จะรู้สึกผิดสังเกตุในตัวของเบรุนส์และถามว่าเขาไม่ใช่นักบินเหรอ แต่เบรุนส์ก็ปฎิเสธว่าตนเป็นเพียงนักวิจัยเท่านั้น เรดิวส์เลยขออภัยที่เข้าใจผิดไป จากนั้นชิเอลก็รบเร้าให้พ่อของตนเดินทาง แต่โรดิสขอให้รอสักครู่ เพราะต้องการที่จะช่วยเหลือยอร์คเพื่อชดเชยให้เจ้าหญิงอัลฟอริน่าและยังเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของท่านอีเวลด้วย เฟย์อินก็สนับสนุนความคิดของโรดิส แน่นอนไอก็เช่นกัน แต่เซริก้าก็บอกว่าเราไม่มีเวลาว่างพอจะทำเช่นนั้นและต้องไปที่จิคริมให้เร็วที่สุด ซึ่งทางนี้ อาซ่า เสี่ยวเฉิน โอเลรี่ โครบิสล้วนสนับสนุนเซริก้า ส่วนคาสุมิก็ขอแค่ไม่ต้องสู้กันก็พอ จึงตกลงกันลำบาก ยูมิลถามกัปตันแต่เขาก็ไม่ออกความเห็นจึงขอให้โทยะเป็นคนตัดสินใจ
1. ปฎิบัติหน้าที่ในฐานะองค์กรณ์สืบสวน (สาย A)
2. เข้าร่วมสงครามเพื่อช่วยปลดปล่อยยอร์ค (สาย B)
เลือกข้อ 2. ยูมิลจึงประกาศการตัดสินใจของโทยะถือเป็นคำขาดของกัปตัน และมติคือร่วมสงครามปลดปล่อยยอร์คตามที่ใต้เท้าโรดิสเสนอมา และเธอก็กล่าวขอโทษอีเวล แต่อีเวลก็เข้าใจและไม่ว่าอะไร แล้วก็กล่าวชื่นชมว่าเฟย์อินนั้นได้เป็นนักรบที่ยอมเยี่ยมแล้ว และกล่าวขอโทษพวกโครบิส แต่พวกโครบิสก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะถือว่าจะไปทางไหนก็ได้และก็มติออกมาเป็นแบบนี้แล้ว จากนั้นการู้ดจะกล่าวขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ แต่เขาก็บอกไว้ก่อนว่าเป้าหมายของพวกเราอยู่ที่เซย์อ้อต ฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้นก็จงอย่าให้ห่วงพวกเรา จงมุ่งมั่นให้บรรลุเป้าหมายของตนให้ได้ โทยะก็ตอบว่า ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว
จากนั้นการู้ดกับโทยะก็จับมือแสดงถึงการร่วมมือกัน ทำให้เฟย์อินเกิดอาการอิจฉาที่มีแต่โทยะที่ได้บทเท่ห์ๆ แต่ก็โดนเอมี่แซวว่า อย่างนายไม่มีบุญหรอก ก่อนทีจะมีมวยเล็กๆ ยูมิลเลยเข้ามาปรามไว้ก่อน อีเวลเลยเห็นว่าเสียเวลามาพอสมควรแล้วจึงให้ทุกคนออกเดินทางได้ แต่พอเซริก้าจะไปด้วย โรดิสก็เข้ามาปรามและบอกว่าท่านพ่อเรียกให้กลับไป ทำให้เธออดได้เดินทางไปด้วย
ทางด้านห้องทำงานของครอสเตอร์ที่จิคริม ดร.เบย์โอได้มาเสนอขายยุโธปกรณ์ให้แต่ครอสเตอร์ปฎิเสธที่จะซื้อมัน แต่เบย์โอก็รบเร้าโฆษณา ไพน์ แดกเกอร์ ผลงานชิ้นเอกของตนที่อวดสรรพคุณว่าไม่ด้อยไปกว่าจักรกลศักดิ์สิทธ์เลย แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อกลับมาถึงห้องโรงงานของตนก็บ่นอย่างไม่พอใจที่ครอสเตอร์ไม่ยอมตอบรับเงื่อนไขของตน
แต่เมริซ่าก็เข้ามาปลอบไม่ให้เค้าหัวเสียไป แต่พอเบย์โอบ่นว่า ไพน์ แดกเกอร์ของตนด้อยกว่าจักรกลศักดิ์สิทธ์ตรงไหน ทำให้เมริซ่าเกิดอาการปวดหัวทันทีเหมือนราวกับว่าเธอมีปฎิกิริยากับคำว่า จักรกลศักดิ์สิทธ์ เบย์โอเลยถามอาการด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็บอกว่าไม่เป็นไร เบย์โอจึงให้เธอไปพักผ่อน เมื่อเมริซ่าไปแล้วเบย์โอก็สงสัยว่าเธอจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับจักรกลศักดิ์สิทธิ์
ตัดมาที่โรงเก็บหุ่นในรีโบเฟน โทยะได้มาดูสภาพของเรย์เบลดกับยามาโตะ และยูมิล โดยยูมิลบอกว่า เรย์เบลดยังไม่สมบูรณ์จึงยังไม่สามารถนำมาใช้ได้ แล้วโทยะจะสังเกตุกลิ่นหอมจากตัวของยูมิลจึงถามเธอถึงกลิ่นนั้น ยูมิลจะบอกว่าเป็นน้ำหอมที่ได้มาจากท่านอีเวล และถามว่าหอมดีใช่ไหม แต่โทยะจะพูดขึ้นว่าคล้ายกับกลิ่นในตอนนั้นเลย และก็คิดถึงภาพกลิ่นของอาจารย์อายากะตอนที่เดินเข้ามาตีหัวตนหลังจากที่สะดุ้งตื่นในห้องเรียน แล้วเบรุนส์จะเข้ามาบอกว่า นั่นเป็นกลิ่นของดอกลาคริม่า โทยะเลยสงสัยว่าทำไมเค้ารู้ละเอียดจัง เบรุนส์ก็ตอบว่า เป็นดอกไม้ที่คนรู้จักสมัยก่อนชอบมากน่ะ และถามยูมิลว่า คนที่เป็นคนพบเรย์เบลดคือท่านอีเวลไหม? ยูมิลตอบว่าใช่ เบรุนส์ก็หัวเราะออกมาและบอกว่า อย่างที่คิดเลย เป็นอย่างนั้นจริงๆสินะ ทำให้โทยะแปลกใจ แต่เบรุนส์ก็ขอโทษที่เสียมารยาท และบอกกับยูมิลว่าให้รักษาน้ำหอมนี้ให้ดี แล้วก็ขอตัวไปก่อน ยูมิลจะแคลงใจในตัวของเขาแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและชวนโทยะกลับสะพานเดินเรือ หลังจากทั้งคู่ออกไปแล้วมากิที่แอบขึ้นยานมาด้วยก็ออกมาจากที่ซ่อน และทำการแอบบันทึกภาพเรย์เบลด
อีกด้านของโรงเก็บหุ่น คาสุมิจะเข้ามาดูโอลเบส หุ่นประจำตัวของตน แล้วไอก็เข้ามาตีสนิทด้วย โดยเธอบอกคาสุมิให้อย่าพยายามพูดสุภาพให้เรียกกันแบบเป็นกันเองดีกว่า คาสุมิเลยเรียกเธอว่า ไอจัง แทนถึงแม้ไอจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่เพราะอายุเธอน้อยกว่าจึงไม่รังเกียจที่จะให้คาสุมิเรียกเธอแบบนั้น แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้น คาสุมิจะบอกว่าตอนแรกกังวลที่ดูเหมือนจะไม่มีใครต้อนรับตนเลยรู้สึกกังวล แต่พอได้คุยกับคนอย่างไอแล้วรู้สึกสบายใจขึ้น แล้วไอจะถามถึงหมอนั่น คาสุมิก็พอเดาได้ว่าใครเลยบอกว่า โทยะจังน่ะ ถึงเขาจะปากร้ายแต่เค้าก็คอยปกป้องฉันอยู่เสมอเลย และก็ใจดีมากด้วย ไอได้ทีเลยแซวว่า เรียกว่า โทยะจังเลยเหรอ นี่ไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ ทำให้คาสุมิลนลานว่า เคยแค่จูบ ทำให้ไอตกใจว่าถึงขั้นจูบเลยเหรอ แต่คาสุมิก็แก้ตัวว่า มันเป็นแค่อุบัติเหตุน่ะ ไอคิดจะแกล้งต่อแต่เห็นคาสุมิรู้สึกอึดอัด เธอเลยเลิกเล่นและบอกว่า เข้าใจแล้วว่าคาสุมิไม่ใช่คนโกหกหรอก เชื่อแล้วล่ะ คาสุมิเลยถามกลับว่าแล้วทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ ไอเลยบอกว่า ก็คู่รักเพื่อนสมัยเด็กในการ์ตูนมักจะมีแบบนี้ไม่ใช่เหรอ เลยอยากรู้ว่าของจริงจะเป็นแบบนั้นไหม คาสุมิเลยตอบว่า อย่างโทยะจังน่ะเค้าไม่มานั่งคิดเรื่องแบบนี้หรอก ไอเลยให้กำลังใจว่า อย่างน้อยหมอนั่นก็เห็นคาสุมิเป็นคนพิเศษแน่ๆ แต่คาสุมิก็พยายามทำตัวร่าเริงและบอกไอว่า โทยะจังน่ะ ไม่ว่ากับใครก็ใจดีด้วยทั้งนั้นแหล่ะ ถึงจะไม่ใช่ฉันก็ต้องไปช่วยเหลืออย่างเอาเป็นเอาตายแน่นอน นั่นล่ะข้อดีของโทยะจังล่ะ แล้วคาสุมิก็ขอตัวไป ไอที่ยืนอยู่ก็คนเดียวก็พูดขึ้นว่า ใจดี ก็คงจะอย่างนั้นมั้ง
และแล้วรีโบเฟนก็ออกเดินทางโดยมีโรดิสและอีเวลยืนมองส่งอยู่ แต่แล้วโรดิสก็พบว่ามีเมสเซสบ็อกฝากข้อความไว้หาตน พอเปิดฟังก็ได้ใจความว่า เซริก้าแอบขึ้นยานรีโบเฟนไปด้วย เพราะอยากซ่อมแซมเรย์เบลดและหาวิธีทำลายบาเรียของเซย์อ้อต นอกจากนี้ยังอยากดูแลจักรกลศักดิ์สิทธ์ด้วยมือของตัวเองด้วย เลยขอฝากเรื่องทางโน้นด้วย พอฟังจบทำให้โรดิสหน่ายใจกับความดื้อของน้องสาวตนเองไม่น้อย เลยถามท่านอีเวลว่าท่านมีส่วนรู้เห็นด้วยไหม อีเวลก็ได้แต่หัวเราะ ทำให้เขาเข้าใจคำตอบทันทีและออกอาการเซ็งว่าจะไปหาข้อแก้ตัวกับพ่อของตนยังไงดี
#1 By Kuroiketaro on 2009-06-19 17:48