ในตอนเช้าเมลวีจะมาปลุกโทยะเหมือนเมื่อวาน จะแตกต่างตรงที่โทยะตื่นง่ายกว่าปกติ เธอทักทายโทยะว่าวันนี้ขอให้เป็นวันที่สดชื่นเหมือนเช่นเคย แต่วันนี้เป็นงานศพนี่สิ ยามาโตะจะบอกว่าแม้ในใจจะเศร้าแค่ไหนแต่ก็ควรจะไปส่งด้วยรอยยิ้มดีกว่านะ แล้วยามาโตะก็ไล่โทยะไปแต่งตัว  

     พอลงมาข้างล่าง โทยะจะทักทายพัลเดียและเธอจะถามถึงเรื่องความชอบอาหารเล็กน้อยแต่โทยะก็ไม่เกี่ยงอยู่แล้ว พอทานเสร็จ โทยะจะแซวยามาโตะว่าทานมากไประวังจะอ้วนเอานะ พัลเดียกลับบอกว่า ยามาโตะอ้วนแล้วออกจะน่ารักกว่าเดิม แต่ดูเจ้าตัวจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ จากนั้นจะมีเสียงกริ่งดังขึ้น พัลเดียจึงขอให้เมลวีไปดูให้จะพบว่าแขกที่มาคือยูมิล พัลเดียจึงให้เธอเข้ามารอข้างในก่อน

       ยามาโตะจะทักทายยูมิล แต่เธอมีสีหน้าค่อนข้างจะไม่ค่อยดี โทยะเลยถามว่า ไม่ได้นอนเลยเหรอ? เธอตอบว่า ใช่ การจะค้นพบวิธีการทำลายบาเรียของเซย์อ้อตลงได้เร็วขึ้นแม้จะวันเดียวก็เป็นเรื่องที่ดี โทยะเลยปรามเธอด้วยความเป็นห่วงว่า ถ้าทำแบบนี้ร่างกายจะพังซะก่อน ให้ความสำคัญกับสุขภาพของตัวเองหน่อยสิ แล้วนี่จะไปงานศพไหวไหม? ยูมิลจะตอบว่าไม่เป็นไรและขอบคุณโทยะที่คอยเป็นห่วง แต่แล้วเธอก็หน้ามืดจนเสียหลักโทยะเลยรีบไปประคองเธอเอาไว้ ทำให้พัลเดียมาเห็นเข้าพอดีเลยแซวว่า แหม เตรียมตัวเสร็จแล้ว แต่รออีกสักหน่อยท่าจะดีกว่าไหมนะ ทำให้ยูมิลตกใจหน้าแดงที่จู่ๆ พี่สะใภ้เกิดออกมาได้จังหวะพอดีจึงขอให้อย่าล้อเธอแบบนี้ พัลเดียหัวเราะเล็กน้อย และบอกว่าเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว ทั้งหมดจึงออกเดินทางกัน โดยที่เมลวีก็ยังคงไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

       เมื่อมาถึงท้องพระโรง การู้ดซึ่งคอยต้อนรับแขกอยู่กับชิเอลก็ขอบคุณ ยูมิลที่มาร่วมงานศพคิดว่า เจ้าหญิงเองก็คงยินดี และชมว่าถ้าหากว่า ยูมิลได้ขึ้นเป็นพระแม่คนต่อไปแผ่นดินศักดิ์สิทธ์ก็คงอุ่นใจได้ไม่น้อย ทำให้เธอพยายามถ่อมตัว แต่แล้วเมลวีก็รู้สึกกลัวสายตาของชิเอลที่จ้องมองดูเกรี้ยวกราด การู้ดจึงขอให้เธออย่าทำให้คุณหนูคนนั้นกลัวแต่ชิเอลก็ปฎิเสธว่าหน้าเธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่เกิดแล้ว การู้ดรู้สึกได้ว่าเธอกำลังโกรธเลยถามสาเหตุแต่เธอบอกว่าไม่มีและขอตัวไปก่อน การู้ดเลยขอโทษที่ลูกสาวตนเสียมารยาทและตนก็ขอตัวไปเช่นกัน

      ที่ห้องประชุม ยูมิลให้ครอบครัวตนเข้ามาพักเพื่อรอเวลาและเสนอตัวจะไปเตรียมเครื่องดื่มมาให้ แต่โทยะกับพัลเดียเห็นเธอท่าทางไม่ค่อยดีเลยบอกว่าไม่เป็นไร เมลวี่เลยอาสาไปเตรียมให้แทน ยามาโตะจะห่วงว่าเมลวีคนเดียวจะไหวไหม?แต่พาลเดียบอกว่า ไม่ต้องห่วงหรอก ในนี้ก็เหมือนสวนของเด็กคนนั้นน่ะแหล่ะ และบอกให้ยูมิลนั่งพักสักหน่อย แต่ไม่ทันไร ดีก็เข้ามาทักทายทุกคน และถามยูมิลว่าทำไมถึงดูสีหน้าไม่ค่อยดี จนเมื่อเขาพอเดาออกก็บอกว่า เพราะเธอน่ะเป็นเด็กที่ไม่รู้จักขีดจำกัดของตัวเองมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว จนต้องแบกเธอที่เป็นลมอยู่ในห้องสมุดไปห้องพยาบาลไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ทำให้ยูมิลหน้าแดงเพราะอายที่ดีเอาเรื่องสมัยก่อนเธอมาเล่า ดีเลยหัวเราะและบอกว่า แต่นี่ก็เป็นนิสัยเสียของเธอล่ะนะ ที่พยายามถึงขีดสุดจนเป็นลมไป กำลังทำร้ายร่างกายแบบนั้นอยู่อีกเหรอ? เธอตอบว่าเป็นเช่นนั้น ดีเลยพูดต่อว่า ดูทางโทยะคุงจะยังดูแข็งแรงอยู่นะ หรือว่าเพราะยังหนุ่มอยู่? ดูไม่มีท่าทีเหนื่อยเลย แต่ยังไม่ทันที่โทยะจะได้ตอบอะไร โดริสก็เข้ามาตามดีว่าได้เวลาแล้ว เขาจึงขอตัวไปก่อน ทุกคนก็ตามไปร่วมงานศพด้วยกัน

       ที่งานศพของอัลฟอริน่า บาทหลวงได้ประกาศถึงคุณงานความดีของเจ้าหญิงที่แม้วัยเพียงแค่ 14 ปีก็ทรงปรีชาสามารถและกล้าหาญ จากนั้นก็ทำการสวดส่งให้วิญญาณของเธอไปสู่สวรรค์อย่างสงบท่ามกลางแขกผู้มาร่วมไว้อาลัยจำนวนมาก 

      หลังจากงานศพจบลงแล้ว อีเวลกับการู้ดได้ปลีกตัวไปคุยกันที่ห้องรับรอง อีเวลจะขอโทษที่ความจริงแล้วควรจะจัดงานศพให้สมพระเกียรติมากกว่านี้ แต่การู้ดบอกว่า ทางตนต่างหากที่ต้องขอบคุณอย่างไร้ข้อกังขา และฝ่าบาทเองก็คงพอพระทัยเป็นแน่ เมื่ออีเวลาได้ยินเช่นนั้นก็สบายใจ การู้ดยังได้กล่าวขอบคุณที่ยูมิลได้มีส่วนช่วยเหลือด้วยและชมว่าเป็นผู้สืบทอดของอีเวลที่มีเปี่ยมไปด้วยความเมตตาจริงๆ ทำให้อีเวลรู้สึกตกใจ การู้ดเลยถามว่าเป็นอะไรไปแต่เธอก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไร การู้ดจึงขอตัวไปก่อน อีเวลกำลังจะพยายามบอกความจริงบางอย่างกับการู้ด แต่เขากลับชิงถามถึงอายุของยูมิล อีเวลจึงตอบว่า 29 ปี การู้ดเลยบอกว่า ดูท่าจะเป็นช่วงเดียวกับที่เรย์เบลดถูกปิดผนึกเลยนะ อีเวลาจึงมั่นใจว่าการู้ดทราบเรื่องของยูมิลแล้ว แต่เขาก็บอกว่า เมื่อเวลามาถึงทุกอย่างจะต้องถูกเปิดเผยแน่นอน แต่ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลานั้น คิดว่าอย่างนั้นใช่หรือไม่ ถ้าเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสับสนไป กรุณาทำตามที่ตนเองเชื่อมั่นเถอะ และก็ขอตัวไปก่อน

       ที่ระเบียงทางเดินโทยะ ถามยูมิลว่าจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป ยูมิลจึงถามว่าไม่สบายใจเหรอ? โทยะเลยบอกว่าแค่กลัวว่าจะเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้น ยูมิลเลยขอโทษโทยะที่บังคับให้ตามมาและยังต้องบังคับจักรกลศักดิ์สิทธิ์อีก แต่โทยะบอกว่าที่กลุ้มใจไม่ใช่เรื่องนั้นเพราะมันเป็นทางที่จะทำให้กลับโลกเดิมได้เลยไม่ต้องใส่ใจเรื่องการที่ให้ความร่วมมือหรอก แต่พอรู้สึกว่าตัวเองถูกความจำเป็นบังคับก็รู้สึกไม่ค่อยดีน่ะ แต่ตัวฉันก็ยังชอบโลกนี้นะ ทำให้ยูมิลดีใจที่โทยะพูดเช่นนั้น แต่โครบิสก็เข้ามาขัดจังหวะและบอกโทยะว่าให้คิดดูดีๆสิ พวกเราน่ะเป็นผู้กล้าที่มากอบกู้โลกนี้นะ ทำให้โครบิสถูกโอเลรี่อัดไป1ทีโทษฐานที่เข้ามาขัดจังหวะโทยะกับยูมิล อาซ่าเลยบอกให้เลิกเล่นกันแค่นี้ก่อนและถามการู้ดว่าจากนี้จะทำยังไงต่อไป ยูมิลตอบว่าก็ยังไม่ได้คำตอบชัดเจนนักแต่ดูเหมือนเค้าจะปฏิเสธข้อเสนอการลี้ภัยมายังอาคัลเทียของท่านประธานแรคบาลนะ อาซ่าเลยฟันธงว่าเขาจะกลับไปที่ยอร์คแน่ๆ

       แล้วพาลเดียจะเข้ามายูมิลและบอกว่าวันนี้เขาคนนั้นจะกลับมาแล้ว ยูมิลจึงนึกออกว่าวันนี้เป็นวันที่พี่ชายจะกลับมา เมลวี่ก็ยินดีที่จะได้พบกับพ่อ ทำให้โทยะเริ่มสังหรณ์ว่าฟอลเซนรอบนี้จะพาใครมาอีก และแล้วก็เกิดระเบิดที่หอคอยขึ้นทำให้ทุกคนรีบรุดไปดู ที่ห้องอัญเชิญจะพบกับโรดิสที่มารออยู่ก่อนแล้ว ฟอลเซนจะปรากฏตัวออกมาและบอกว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นนิดหน่อย หลังจากเขาทักทายครอบครัวแล้วก็หันมาทันทายโทยะบ้าง และเขาก็บอกให้เรื่องทักทายพักไว้ก่อนเพราะมีเรื่องเดือดร้อนเกิดขึ้นแล้ว เพราะคนใหม่ที่พามาด้วยเกิดพลัดหลงกันในระหว่างการเคลื่อนย้ายมิติมาแถมเป็นคนรู้จักของโทยะด้วย โทยะจึงมั่นใจทันทีและถามว่าคาสุมิงั้นเหรอ ฟอลเซนตอบว่าใช่แล้ว ทำให้โทยะรู้สึกร้อนรนเป็นอย่างมากเพราะสนิทกับเธอมาตั้งแต่เด็ก แม้ฟอลเซนจะบอกว่าไม่ต้องห่วงเพราะบริเวณที่เธอจะปรากฏตัวไม่ห่างไกลจากนี้มาก แต่โทยะก็ขอให้รีบหาพิกัดที่เธออยู่โดยเร็ว แล้วไม่นานเอมี่ก็แจ้งพิกัดที่คาสุมิจะปรากฏตัวออกมาให้ทราบ

        ในเวลาเดียวกันที่ป่ามูล คาสุมิได้ปรากฎตัวออกมาและกำลังหวาดกลัวเพราะพลัดหลงกับฟอลเซนและเรียกให้โทยะช่วย แต่สิ่งที่ปรากฎตัวออกมาข้างหลังเธอนั้นกลับเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่น่าสะพรึงกลัวแทน

       ที่ห้องอัญเชิญ โทยะสัมผัสได้ถึงเสียงร้องของคาสุมิ โรดิสแจ้งว่าที่ป่ามูลตอนนี้มีพวกบัลอามี่อาศัยอยู่เป็นที่ๆอันตรายมาก โทยะจึงขอให้ทุกคนไปช่วยกันหน่อย แต่เฟย์อินบอกว่า ตอนนี้พวกเราจะเคลื่อนไหวตามใจชอบไม่ได้ เพราะพวกสภายังไม่อนุมัติ ทำให้โทยะลำบากใจ แต่เสี่ยวเฉินบอกให้โทยะไปเถอะ เพราะตอนนี้เราไม่มีเวลาว่างมารออนุมัติแล้ว ในสถานที่อันตรายแบบนั้นถ้ารอช้าละก็อาจจะสายเกินไปก็ได้ โอเลรี่ก็ไม่ขัดข้องที่จำทำเช่นนั้น อาซ่าเลยขอให้โรดิสอนุญาต ตัวโรดิสเองก็บอกว่า พวกนายไม่ได้อยู่ในสังกัดของใครอยู่แล้ว ไม่มีใครมีสิทธิ์ที่จะออกคำสั่งผูกมัดพวกเธอได้หรอก จากนี้ไปไม่ต้องห่วงแล้ว ไปเถอะ ทุกคนจึงรีบรุดไปช่วยคาสุมิกัน

       ที่ป่ามูลคาสุมิกำลังจะถูกบัลอามี่ทำร้าย แต่ก็มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน เขาแนะนำตัวเองว่า ชื่อ เบรุนส์ บิวโร่ แต่เวลานี้คงไม่ใช่เวลาแนะนำตัวเพราะดูเหมือนพรรคพวกของเธอกำลังเรียกอยู่นะ แต่แล้วพวกเขาก็ถูกพวกบัลอามี่ล้อมเข้ามาทำให้สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤตจนเบรุนส์คิดว่าช่วยไม่ได้อาจจะต้องใช้สิ่งนั้น แต่พอดีเวลานั้นรีโบเฟนได้มาถึงแล้ว ทำให้เค้าไม่จำเป็นต้องใช้ พอรีโบเฟนลงจอดยูมิลได้พบกับฝูงบัลอามี่จึงขอให้ช่วยแสกนหาแต่ปฎิกิริยาของมนุษย์ และชีสคุก็แสกนพบถึง 2คน จึงได้ให้ทุกคนออกปฎิบัติการได้

        เมื่อทุกคนลงมาจากยาน โทยะก็รีบรุดไปรับคาสุมิขึ้นมาบนเซย์ฟอน คาสุมิได้พบกับโทยะก็รู้สึกตกใจแต่ก็ดีใจที่ในที่สุดก็ได้พบกับเขา แต่เบรุนส์บอกโทยะว่าไม่ต้องห่วงเขาหรอกเพราะเขาปกป้องตัวเองได้ โทยะจึงขอบคุณที่เขาช่วยคาสุมิไว้ และขอให้เขาไปหาที่ซ่อนตัวทีปลอดภัยก่อน ที่นี่ตนจะรับมือเอง

       ที่ห้องเครื่องของเซย์ฟอน คาสุมิจะดีใจมากที่ได้พบกับโทยะอีกครั้ง แต่โทยะขอให้เลิกเติมคำว่าจังให้เขาเถอะ เพราะมันเหมือนกับเรียกเด็กๆเลย แต่เธอบอกว่าจะให้เรียกโทยะคุงก็ไม่ชินน่ะ ยังไงโทยะจังก็ยังเป็นโทยะจังวันยังค่ำน่ะแหล่ะ โทยะก็บอกว่าดีใจที่เธอปลอดภัย คาสุมิเลยถามว่าที่มันแคบนะ แล้วตัวฉันไม่หนักเหรอ แต่โทยะก็บอกว่าไม่เลยสักนิดไม่ต้องห่วง แล้วคาสุมิก็เพิ่งสังเกตยามาโตะที่ทำหน้างออยู่ว่าเขาตามมาด้วยเหรอเนี่ย แต่พอยามาโตะตอบ คาสุมิก็ตกใจที่ยามาโตะพูดได้ โทยะเลยบอกว่าไว้จะอธิบายให้ฟังทีหลังตอนนี้เราต้องจัดการศัตรูตรงหน้าก่อน คาสุมิก็ตอบว่าเข้าใจแล้ว แล้วทุกคนก็พร้อมที่จะต่อสู้

      ในระหว่างการต่อสู้โทยะถูกรุมโจมตีจนพลังงานลดลงต่ำกว่า 30% ในตอนที่จะเข้าตาจนนั้นเองเขาได้นึกถึงตอนที่ฝึกกับเรดิวส์ และลองหลับตาและจินตนาการจนเกิดประกายแสงขึ้น จากนั้นเซย์ฟอนก็ระเบิดพลังพลาน่าออกมาได้สำเร็จ

 

และโทยะก็ได้ใช้ท่าไม้ตาย 一刀正伝・絶影 (อิตโตเซ็นเด็น เซตสึคาเงะ) จัดการกับศัตรูลงได้ เมื่อโค่นบัลอามี่ชั้นขุนนางลงได้ก็จะจบฉาก

       ที่สะพานเดินเรือ ไอกับโอเลรี่จะมองโทยะกับคาสุมิอย่างมีเลศนัยจนโทยะรู้สึกแปลกใจเลยถามสาเหตุ ทั้งคู่เลยอยากรู้ว่าโทยะกับคาสุมิเกี่ยวข้องกันอย่างไร โทยะก็บอกว่าแค่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไอก็ไม่เชื่อและถามว่าจริงๆแล้วเป็นคู่รักกันใช่ไหม? ทุกคนก็ล้อเลียนโทยะ จนโทยะต้องตะโกนออกไปว่าพวกเราเป็นแค่…. แต่พอมองหน้าคาสุมิก็พูดลำบาก ทุกคนก็คาดคั้นให้โทยะตอบมา

1. เป็นคู่รักกัน

2. แค่เพื่อนสมัยเด็ก     

     เลือก ข้อ2. แค่เพื่อนสมัยเด็ก คาสุมิก็ตอบรับด้วยหน้าตาเศร้าหมองว่า ใช่ค่ะ ตั้งแต่สมัยประถมน่ะ ทำให้ไอรู้สึกดีใจอย่างออกนอกหน้าจนเจ้าตัวแปลกใจที่ตัวเองรู้สึกสบายใจที่ได้ยินแบบนี้ จึงเริ่มสงสัยว่าตัวเองจะแอบชอบโทยะเข้าแล้ว ส่วนเสี่ยวเฉินก็ออกมาบอกว่า ยังไงก็ตามก็ดีแล้วที่ปลอดภัย โทยะก็เลยขอบคุณเสี่ยวเฉินเป็นเพราะเค้าที่เป็นช่วยสนับสนุนให้ไปช่วย คาสุมิเลยปลอดภัย เสี่ยวเฉินเลยแก้เขินโดยจะขอตัวไปตรวจดูสภาพของอาบาดี้ จนโครบิสแซวว่า ถ้าหมอนี่หัดตรงไปตรงมามากกว่านี้ก็ดีสินะ แล้วยามาโตะจะถามว่าทำไมคาสุมิถึงมาอยู่ที่นี่ได้

       คาสุมิเลยเริ่มเล่าว่าเรื่องเริ่มตั้งแต่โทยะหายตัวไปเมื่อ 3 เดือนก่อน ทำให้โทยะแปลกใจว่าตนเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วันเอง ยูมิลเลยตั้งสมมุติฐานว่า คาสุมิจังก็คงจะเหมือนกับโทยะคุง ที่ถูกดูดเข้ามาในโลกคู่ขนานอื่น ในโลกที่กรณีที่โทยะไม่มีตัวตน โทยะก็คุ้นๆว่าฟอลเซนเคยอธิบายแบบนั้นเหมือนกัน คาสุมิก็อธิบายว่า ตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกก็เริ่มแตกต่างไปจากเดิม คุณฟอลเซนก็ได้อธิบายว่า ตัวตนของโทยะจังก็เริ่มไม่มั่นคงตั้งแต่วันเดียวกัน โทยะก็บอกว่า วันแรกเหรอ ตอนที่เห็นเซย์ฟอนกับเรย์เบลดสู้กันที่สวนโรงรียนน่ะ จุดแยกของการผันแปรมาตั้งแต่วันนั้น คาสุมิพูดขัดขึ้นว่า ตั้งแต่วันนั้นผ่านมา3 เดือน แต่ก็ไม่มีใครรู้จักโทวยะจังเลย แม้กระทั่งเพื่อนร่วมชั้นของโทยะจังทุกคนหรือแม้กระทั่งโคอิจิโร่คุง ราวกับโทยะจังไม่มีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรกแล้ว ฉันกลัวจริงๆเลยจนคิดว่าทั้งหมดเป็นภาพลวงตาของฉันเองหรือเปล่า แต่ตอนนั้นฟอลเซนซังก็ปรากฏตัวออกมา

       โทยะเลยถามว่า ก็เลยตามมาสินะ คาสุมิตอบว่าใช่ ไอเลยสรุปว่า นี่เธอตัดสินใจตามมาโดยที่ไม่ได้รู้อะไรเลยเพื่อเพียงเพราะอยากพบโทยะเลยเหรอ? เธอก็ตอบว่า ใช่ จนโอเลรี่อดชมความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวของเธอไม่ได้เลย ไอพึมพำขึ้นเบาๆว่า อืม เพื่อนสมัยเด็ก สาวแว่น ผมดำยาวตรง โทยะเลยทักไอว่าบ่นอะไรคนเดียว ไอก็ยิ้มและตอบว่าไม่มีอะไร แต่ในใจเธอคิดว่า ตัวฉัน กำลังร้อนรนอะไรอยู่นะ? เด็กคนนั้นก็ต้องชอบโทยะแน่นอนอยู่แล้ว แต่ทำไมนะ?นี่มันอะไรกัน? ความรู้สึกอึมครึมแบบนี้ โทยะพยายามเรียกไอ แต่เซริก้าก็ห้ามไว้บอกว่า ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในโลกส่วนตัวอยู่ มิยาสุโกะเลยเสนอให้คาสุมิได้พักสักหน่อยแล้วค่อยไปตรวจร่างกายก็แล้วกัน ยูมิลก็เห็นด้วย

      แต่พอกำลังจะพาคาสุมิไป เฟย์อินก็รีบขอตามไปด้วย และอ้างว่าในฐานะนักรบเค้าไม่สามารถ.. เซริก้าเห็นเช่นนั้นก็ดูออกว่าเฟย์อินสนใจคาสุมิอยู่ก็เลยอนุญาต โอเลรี่ก็แซวว่าเฟย์อินก็มียูมิลอยู่ทั้งคนไม่ใช่เหรอ ดีร็อคก็เลยแซวบ้างว่าเป็นความรักที่อายุต่างกันมากเกินไป เลยหันมาหาอายุไล่เลี่ยกันสินะ ตัดมาที่ทางเบรุนซ์ก็ได้ขึ้นยานมาด้วยกัน โทยะจะขอบคุณที่เขาช่วยคาสุมิไว้เมื่อกี้ ทางยูมิลก็อยากเป็นตัวแทนทุกคนขอบคุณเบรุนซ์เช่นกัน แต่พอเบรุนซ์เห็นหน้ายูมิลก็ตกใจอย่างมาก ทำให้เธอถามว่าเป็นอะไรไป แต่เบรุนซ์ก็แก้ตัวว่า ไม่มีอะไร พอดีไม่ค่อยจะได้เห็นกัปตันเรือที่สวยและยังสาวอย่างนี้ แต่ยามาโตะก็สังเกตว่าเค้าพูดแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ยูมิลดันเชื่อและเขินไปซะอย่างนั้นทำให้ยามาโตะแอบเซ็ง   

     เซริก้าก็ทักว่า ดูท่าทางเค้าไม่เหมือนทหารเลย เบรุนซ์เลยตอบว่าเค้าเป็นนักวิศวกรรมศาสตร์สาขาชีวภาค ซึ่งยูมิลก็ได้อธิบายให้ทุกคนฟัง จนเบรุนซ์เอ่ยชมว่าเธอมีความรู้กว้างขวางดี แต่โทยะก็ถามว่าแล้วนักค้นคว้าอย่างคุณทำไมถึงไปทำอะไรที่นั่น มันอันตรายไม่ใช่เหรอ? เขาก็ตอบแค่ว่าไปวิจัยไงล่ะ โทยะก็คาดคั้นว่า แค่การวิจัยถึงกับต้องไปเสี่ยงแบบนั้นเลยเหรอ? เขาตอบว่าใช่ เพราะเป้าหมายของการวิจัยของตนคือ ความรู้สึกของมนุษย์ อาซ่าเลยสรุปว่า สิ่งที่เบรุนซ์กำลังวิจัยอยู่ก็คือการได้ลิ้นรสความหวาดกลัวนี่เอง และตัวเบรุนซ์เองก็ยอมรับว่า ถ้าไม่ทดสอบด้วยตัวเองก็ล่ะก็ไม่ว่าจะยังไงก็จะไม่มีทางได้ความจริง โทยะเลยถามว่าถ้าตายไปจะทำยังไง แต่เขาก็หัวเราะและตอบว่า จะว่าไปก็ไม่รู้สึกตัวเลยนะ ทำให้ไอนึกถึงฟอลเซนเพราะเป็นคนไม่คิดหน้าคิดหลังเหมือนกันเลย เบรุนซ์เลยขอโดยสารต่อไปด้วยแต่ยูมิลเตือนว่ามันอันตรายมากนะ แต่เขาบอกว่าสามารถดูแลตัวเองได้ และก็พอจะทราบข่าวคราวของจิคริมอยู่บ้าง จะให้ความร่วมมือเพื่อเป็นการตอบแทนที่ให้ความร่วมมือในการวิจัย ทำให้แม้จะมีคนสงสัยในตัวเขาอยู่ก็ตาม แต่ยูมิลก็ยอมรับข้อเสนอให้เราร่วมโดยสารไปด้วย แล้วยูมิลก็ออกคำสั่งให้เดินทางกลับแผ่นดินศักดิ์สิทธ์ทันที

   

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีร็อค แซวโดนนะนั่น...แต่ในรอบนี้ต้องแซวโทวยะแทนซะนี่ซิ

ส่วน เบรุนส์ น่ะมันไม่ต้องกลัวหรอก...ไกโอซันของพี่แกออกจะโหดขนาดนั้น...sad smile
ชอบเรย์เบลดมากเลยคับ แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นซะแล้วสิ
หาเครื่องเพลย์วันเล่นอยู่เหมืิอนกัน

พอมาอ่านแล้วยิ่งสนุก ยิ่งอยากเล่นไปอีก สุดยอดเลยครับ
ขออนุญาต ADD นะครับsurprised smile

#2 By Hagane F คุง on 2009-05-11 04:47

ดีจังที่ยังมีคนตามอ่านเรย์เบลดอยู่ ขอบคุณที่ช่วยเข้ามาโพสเป็นกำลังใจครับ พอดีหยุดไปนานไปหน่อยเพราะ กำลังวางแผนโปรเจคใหม่ซ้ำซ้อน เด๋วจะรีบมาปั่นต่อละกันนะครับ

#3 By Shion on 2009-05-11 15:41

แวะมาเยี่ยมเยือนครับ โอ้วววว เรย์เบลด เกมนี้ผมคิดถึงมากๆเลยนะ เมื่อก่อน ตอนยังแปลไม่ออกก็ทนเล่นจนจบกับน้องๆโลลิได้เหอๆ ขอบคุณที่แปลเนื้อเรื่องมาให้อ่านนะครับ

ขอ Add Fav แล้วแล้วกันน่อ
ว่าแล้วก็รดน้ำๆๆๆๆbig smile

#4 By Kuroiketaro on 2009-06-02 23:27

มารดน้ำหลังเลิกงานครับบบ confused smile

#5 By Kuroiketaro on 2009-06-03 18:22

ไม่ได้อัพเสียนาน ขอบคุณท่าน Kuroketaro ที่ให้เกียรติมาเยือนครับ พอดีช่วงนี้ยุ่งๆนิดหน่อย ไว้จะเริ่มกลับมาเดินโปรเจคครับ ผมจะคอยติดตาม tenshinranman ของท่านทุกตอนเลย ขอบคุณครับ

#6 By Shion on 2009-06-05 21:19