ตอนเช้าที่บ้านคราชิโอ้ ระหว่างที่นอนอยู่โทยะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกระทบกันจนรู้สึกรำคาญ จนตะโกนออกมาว่า หนวกหู ทำให้เมลวีที่เคาะกระทะเพื่อปลุกเค้าตกใจจนร้องไห้ โทยะเลยต้องรีบขอโทษเธอแล้วอธิบายว่าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ยามาโตะเลยตำหนิโทยะว่า นี่เมลวีจังอุตส่าห์มาปลุกนายเลยนะรู้ไหม เมลวี่ร้องไห้และกล่าวขอโทษโทยะ โทยะเลยต้องขอโทษอีกครั้งและอธิบายว่าไม่ได้โกรธจริงๆ จนเมลวี่ยิ้มออก แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงไอตะโกนขึ้นมาบอกว่า นี่ จะให้รอไปถึงเมื่อไหร่กันน่ะ โทยะเลยถามว่าไออยู่ข้างล่างเหรอ? ยามาโตะก็ตอบว่า ใช่ ไอมารับน่ะแต่โทยะไม่ยอมตื่นซะที    

  เมื่อลงมาถึง พาลเดียจะทักทายโทยะ แต่ไอจะพูดไปกินไปด้วยว่า ฮิ คนเค้าอุตส่าห์มารับทั้งทีมัวแต่นอนไม่ยอมตื่นซะที โทยะเลยถามไอว่า แล้วนี่เธอมาทานข้าวที่ของฉันได้ไงเนี่ย? ไอเลยชวนโทยะมากินด้วยกันเพราะอาหารอร่อยมากเลย โทยะเลยเผลอตกหลุมพรางแอบเนียนกินไปกับไอด้วยแล้วก็ชมว่า อร่อยจริงๆด้วย แต่แล้วพอรู้สึกตัวก็รีบพูดขึ้นว่า ไม่ใช่แล้วเฟ้ย ไอเลยถามว่า โกรธอะไรเหรอ? หรือว่าขาดแคลเซี่ยม? พาลเดียเลยบอกว่า ไม่ต้องห่วงค่ะ ยังมีส่วนของโทยะซังอยู่นั่งลงตรงโน้นเถอะ จากนั้นไอก็เลิกเนียนแล้ว บอกว่า ล้อเล่นน่ะ พอดีถูกโรดิสไหว้วานมาน่ะ พอดีมีคนมาจากสภาความมั่นคงแห่งคาอัลเทียให้มาตามนายไปพบ โทยะรู้สึกแปลกใจเลยถามว่าเรื่องอะไรเหรอ? ไอก็ตอบว่า ไม่รู้สิแต่ถ้าเรื่องที่จะเรียกนายก็คงต้องเป็นเรื่องเรย์เบลดอยู่แล้วล่ะ โทยะถามว่า ถ้าอย่างนั้นเธอก็เหมือนกันสิ ไอตอบว่า ใช่ แต่ปฏิเสธไปแล้วล่ะ แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนนายต้องเข้าร่วมให้ได้ ทำให้โทยะหน่ายใจกับการปัดความรับผิดชอบของไอ  

     แล้วเมลวี่ก็พูดขึ้นว่า อย่างที่คิดเลย พี่ชายเป็นคนที่ทำให้เรย์เบลดเครื่องนั้นเคลื่อนไหวได้สินะคะ โทยะตอบว่าใช่ เธอเลยบอกว่า ดีจังเลย อยากลองขับดูมั่งจัง โทยะเลยถามว่า เอ๋ เมลวี่ก็สนใจจักรกลศักดิ์สิทธ์ด้วยเหรอ? เธอตอบว่า ค่ะ หนูก็ขับเป็นล่ะ ทำให้พาลเดียตกใจว่า เอ๋ เมลวี่ นี่มันเรื่องอะไรกันน่ะ เมลวีเลยบอกว่า คุณพ่อเคยให้ลองขับแบบซิมูเลชั่นดูน่ะคะ แถมชมว่าหนูมีพรสวรรค์ด้วยนะ ทำเอาพาลเดียเหนื่อยใจกับสามีตัวเอง โทยะก็คิดว่า นี่เค้าทำอะไรกับลูกสาวตัวเองเนี่ย แล้วไอก็บอกว่า เอาล่ะอิ่มแล้วไปกันได้แล้วล่ะ พาลเดียซังขอบคุณมากนะคะ ซึ่งโทยะก็ลาพาลเดียไปเช่นกัน แต่เมลวีจะขอพาลเดียขอตามไปด้วย ไอก็บอกว่าไม่เห็นเป็นไรเลยดูเมลวี่จะชำนาญทางกว่าด้วย โทยะก็ขอร้องด้วยคน พาลเดียเลยบอกว่า อย่าไปทำเรื่องอันตรายนะ และขอฝากลูกสาวด้วย

       

     เมื่อมาพบโรดิส เขาจะถามว่าคงได้ยินจากไอแล้วสินะว่า มีคนจากสมาชิกสภาความมั่นคงของอาคัลเดียมาขอพบน่ะ เบื้องหน้าแม้จะมาตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องการตื่นขึ้นของเรย์เบลดแต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงคือติดตามเรื่องการยินยอมที่จะแจ้งทราบพรุ่งนี้ นายก็แค่เล่าเรื่องตอนที่ขับเรย์เบลดก็พอแล้วที่เหลือฉันกับท่านอีเวลจะจัดการเอง โทยะเลยบอกว่า ท่าทางอาจจะไม่ใช่เรื่องที่พูดได้อย่างสบายเลยนะ โรดิสเลยปลอบใจว่า อย่าห่วงไปเลย ท่านดี แรคบาลเป็นบุคคลที่มีความฉลาดปราดเปรื่องมาก นายแค่พูดเท่าที่จำเป็นก็พอแล้ว ที่น่าห่วงก็คือสมาชิกสภาท่านอื่นมากกว่าแต่ตอนนี้ถึงจะพูดยังไงก็เปล่าประโยชน์ แต่แล้วเฟย์อินก็เข้ามารายงานกับโรดิสว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว

       

     ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นก็คือ ผู้สื่อข่าวได้นำข่าวของเรย์เบลดตอนที่ปะทะกับเรย์อ้อตถ่ายทอดต่อสาธารณชนแล้วโดยฝีมือของ มากิ เทโอร่า โทเรส ผู้ประกาศข่าว ทำให้โรดิสเริ่มกลุ้มใจ ยูมิลก็หนักใจไม่แพ้กันเพราะ ทางรัฐบาลได้โยนความรับผิดชอบให้กับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์เพื่อที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของประเทศตัวเอง อีกทั้งพวกเรายังมีจุดอ่อนอยู่ที่การพัฒนาจักรกลศักดิ์สิทธ์อีกด้วย ทำให้โทยะสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นจุดอ่อน ยูมิลเลยอธิบายว่า แต่เดิมเหตุผลที่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ยังคงอยู่มาได้เป็นเพราะการอาศัยความร่วมมือจากประเทศชั้นนำ แต่การพัฒนาจักรกลศักดิ์สิทธิ์นั้นก่อนจะมีการสร้างนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของแผ่นดินศักดิ์สิทธ์แต่แล้วก็รุดหน้าได้โดยมียอร์คเป็นศูนย์กลาง บางทีเกี่ยวกับส่วนนั้นก็สามารถจินตนาการกันต่างๆนาๆได้ง่าย ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจจะพูดออกมาได้แค่ว่าแต่ละประเทศจะมีการกระจายกันควบคุมจักรกลศักดิ์สิทธ์ โทยะเลยบ่นว่า ว่าแล้วเชียว เจ้าพวกผู้ใหญ่ปากสกปรก แล้วการตรวจสอบนั่นจะเริ่มเมื่อไหร่ล่ะ? โรดิสตอบว่า อย่างที่พูดไปตะกี้นี้ว่า อีกไม่นานพวกสมาชิกสภาความมั่นคงจะมาถึงแล้ว หลังจากที่ประชุมกับท่านอีเวลแล้วต่อจากนั้นจะยังพอมีเวลาอยู่ ก่อนอื่นก็ต้องคิดเรื่องการอธิบายสถานการณ์ก่อนที่จะพูดความจริงนะช่วยรอสักหน่อยได้ไหม โทยะก็ตอบว่า ดีเหมือนกัน เพราะเพิ่งจะตื่นและประสาทยังไม่ตื่นตัวเลยขอไปเดินเล่นก่อน ยูมิลจะอาสาขอนำทางให้แต่โทยะก็บอกว่าไม่เป็นไร

   

     เมื่อโทยะออกมาเดินเล่นข้างนอกจะพบกับเรดิวส์ยืนอยู่หน้าหินก้อนใหญ่แล้วเขาก็ผ่ามันออกเป็น2เสี่ยงได้ในดาบเดียวจนโทยะรู้สึกอึ้ง เลยเข้ามาถามเรดิวส์ว่าดาบคมถึงขนาดตัดหินก้อนใหญ่ขาดได้เลยเหรอ แต่เรดิวส์ตอบว่า อย่างที่เห็นแหล่ะ หินนี้น่ะมาจากแร่ที่ชื่อว่า หินแกร่ง ซึ่งดาบทั่วๆไปฟันไม่ขาดหรอก โทยะเลยแย้งว่าแต่เมื่อกี้ก็ฟันขาดไม่ใช่เหรอ เรดิวส์เลยหัวเราะและตอบว่า ถ้าพึ่งพาแค่แรงน่ะทำให้ขาดไม่ได้หรอก แม้ดาบเล่มนี้จะยอดแค่ไหนก็ตาม โทยะจึงยังงง เรดิวส์จึงอธิบายว่า การรู้สึกถึงพลาน่าของตนเองไงล่ะ จงรู้สึกด้วยใจ จินตนาการแล้วถ่ายทอดลงในดาบ แค่นั้นแหล่ะ ตอนที่นายขับจักรกลศักดิ์สิทธ์ก็ระหว่างที่ควบคุมอยู่ก็จะคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปทีละอย่างๆใช่ไหมล่ะ? การจินตนาการจะไม่ชัดเจนเท่ากับการขยับร่างกายเพราะกำลังบังคับอยู่สินะ? โทยะยอมรับว่าเป็นตามนั้นแต่มันเกี่ยวข้องกันยังไง เรดิวส์ตอบว่าเป็นการจับอย่างเป็นธรรมชาติไงล่ะ การที่เป็นแบบนั้นและไม่ใช่ว่าตัวเองจะทำอย่างไร ทำไมถึงไม่เปิดใจ การที่จะทำให้จินตนาการภายในตัวเองสูงขึ้นไม่ใช่การคิดด้วยสมองแต่เป็นการรู้สึกด้วยใจ

 

 

     

     โทยะก็ยังคงไม่เข้าใจ เรดิวส์จึงให้ลองถือดาบดู โทยะจะรู้สึกได้ว่ามันหนักมาก เรดิวส์สั่งให้เขาลองกวัดแกว่งดาบดู โทยะเลยแย้งว่า ล้อเล่นหรือเปล่า แค่ถือก็เต็มกำลังแล้วนะ แต่เรดิวส์ก็ยังยืนยันให้ลองดูแต่ผลออกมาโทยะก็ทำดาบหลุดมือ เรดิวส์เลยอธิบายว่าการกวัดแกว่งด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว การจะเหวี่ยงให้ดีราวกับการเคลื่อนไหวทีลื่นไหลไม่ติดขัดน่ะถึงจะเป็นการเหวี่ยงที่ดี หรือการควบคุมการลื่นไหลของทิศทางไปสู่เป้าหมายเท่านั้น โทยะเลยบ่นว่า แค่พูดน่ะมันง่ายนี่ แล้วก็ลองเหวี่ยงดูจนสำเร็จ เรดิวส์จึงรู้สึกทึ่ง เลยถามว่าเคยถามว่าเคยมีคนสอนมาก่อนหรือเปล่า? โทยะตอบว่า จะว่าไปเมื่อก่อนนี้คุณปู่ที่โรงฝึกเคยบังคับให้ฝึกอยู่ เรดิวส์เลยบอกว่า คิดอยู่แล้วเชียว มองออกเลยว่าเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบที่มีชื่อเสียง มองจากการเคลื่อนไหวของนายแล้วเห็นถึงความวิถีแห่งดาบที่ซื่อตรงและดีงามเลยล่ะ เพียงแค่นี้การเคลื่อนไหวของนายก็ดูสมเหตุสมผลพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะไม่ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องแต่จนบัดนี้ร่างกายก็ยังคงจดจำได้ น่าสนใจจริงๆ ถ้าได้ฝึกฝนอย่างจริงจังละก็บางทีอาจจะเหนือกว่าฉันอีกก็ได้นะ โทยะถามว่าจริงเหรอเนี่ย? 

      แล้วเรดิวส์ก็สั่งให้โทยะลองตั้งท่าด้วยดาบเล่มนั้นดู ซึ่งโทยะจะรู้สึกหนัก แล้วเรดิวส์ก็บอกให้โทยะ ตั้งท่าไว้อย่างนั้น ค่อยๆสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็จินตนาการราวกับว่ารวบรวมอากาศเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างแรงกล้า

 

 

 

     พอโทยะทำได้อย่างถูกต้อง เรดิวส์ก็บอกให้หลับตาลงและรวบรวมสมาธิคิดด้วยสมอง จนโทยะมองเห็นประกายแสงในความมืดนั้นและจับความรู้สึกของมันได้ ทำให้เรดิวส์ต้องพูดว่า น่าตกใจจริงๆ ทำได้ถึงขนาดนี้ โทยะเลยบอกว่า เพราะวิธีการสอนของคุณดีต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อตะกี้เห็นอะไรบางอย่างที่คล้ายกับแสงด้วย เรดิวส์เลยตอบว่า การที่รู้สึกถึงสิ่งนั้นได้ด้วยความตั้งใจของตนเองล่ะก็นะ โทยะถามว่า ฉันก็จะฟันหินได้ขาดเหมือนกันใช่ไหม? แต่เรดิวส์ตอบว่า ถ้าขนาดนั้นล่ะก็ตอนนี้ยังไม่ไหวล่ะหรอกแต่ถ้าฝึกฝนต่อไปล่ะก็อาจจะทำได้ก็ได้ นอกเหนือจากนี้จะต้องมีประโยชน์ในการบังคับจักรกลศักดิ์สิทธ์อย่างแน่นอน พูดได้ว่าพลาน่าของผู้บังคับจะมีผลกระทบต่อจักรกลศักดิ์สิทธ์โดยตรงเลยทีเดียว แค่เทคนิคน่ะไม่สามารถทำให้บังคับได้หรอก การบังคับจะต้องรู้สึกด้วยใจเหมือนเมื่อกี้นี้จะแสดงให้เห็นถึงพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า โทยะจะบอกว่า แต่ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งหรอกนะ เรดิวส์เลยตอบว่า ถ้านายยังจำความรู้สึกที่สัมผัสได้เมื่อสักครู่นี้ได้ล่ะก็นี่จะเป็นสิ่งที่สำคัญ จากนี้ไปหมั่นขัดเกลาไปเรื่อยๆก็ไม่ต้องห่วงแล้วล่ะ จากนั้นเรดิวส์จะขอตัวไปก่อน  

  

     จากนั้นโทยะจะฝึกด้วยตัวเองไปสักพักนึงจะรู้สึกว่า การเคลื่อนไหวของตัวเองคล่องตัวขึ้นและรู้สึกดีจนน่าประหลาดใจ และก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น หญิงสาวคนนึงถามขึ้นว่าเธอคือโทยะคุงใช่ไหม? โทยะจะรู้สึกไม่ไว้ใจเธอนักแต่หล่อนก็บอกว่าอย่าระแวงเช่นนั้นสิ แล้วเธอก็แนะนำตัวเองว่าเป็นเลขาของประธานสมาชิกสภาความมั่นคงแห่งอาคัลเทีย ท่าน ดี แรคบาล ชื่อว่าโดริส เบนฟิส จากนั้นเธอก็เข้ามาใกล้ๆโทยะอ้างว่าจะเช็ดเหงื่อให้เพราะซ้อมจนเหงื่อท่วมตัวเดี๋ยวจะเป็นหวัด และก็ชื่นชมโทยะว่าสมเป็นชายชาตรีดีจริงๆ

 

      

     แล้วโดริสก็เข้ามาโอบโทยะเอาไว้ แม้โทยะจะพยายามปฎิเสธแต่ก็ดิ้นไม่หลุด ซึ่งแม้ปากเธอจะพูดยั่วยวนโทยะแต่เธอกลับแอบซ่อนมีดเอาไว้เตรียมที่จะแทงโทยะจากข้างหลัง โชคดีที่ดีร็อคเข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดีเกิดเข้าใจผิด เลยแซวโทยะว่าสเน่ห์แรงดีจังนะ ทำให้โดริสหมดอารมณ์จึงขอตัวไปก่อนและหอมแก้มโทยะทีนึงก่อนที่จะจากไป โทยะเลยรีบกลับไปหาโรดิสบ้าง 

     เมื่อมาถึงห้องประชุมโทยะได้เคาะประตู โรดิสก็เชิญเขาเข้าไปพบกับเหล่าสมาชิกสภาความมั่นคง ที่นั่นเค้าจะเจอโดริสซึ่งส่งสายตาให้เค้าจนเค้าตกใจ โรดิสเลยถามว่าเป็นอะไรไหม แต่โทยะก็พยายามไม่พูดอะไรเกินความจำเป็น แล้วสมาชิกสภาชายคนนึงจะถามว่า โทยะได้พาอะไรเข้ามาในห้องประชุมด้วย โทยะตอบว่าก็ยามาโตะไงครับ ทำให้สมาชิกสภาชายคนนั้นไม่พอใจแล้วถามอีกว่า ไม่ได้ถามเรื่องนั้นแต่ที่ถามคือเหตุผลที่ต้องพามันเข้ามาด้วย ซึ่งสมาชิกสภาหญิงอีกคนก็ตำหนิว่าโทยะไม่ให้เกียรติสถานที่เลย ซึ่งโทยะก็เถียงคนเหล่านั้นว่า ยามาโตะเป็นครอบครัวของตนซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่น ทำให้สมาชิกสภาทั้งสองคนไม่พอใจกับท่าทีกระด้างกระเดื่องของเขา

 

 

    

     แต่แล้วชายคนนึงก็ปรามขึ้นว่า ทั้งท่านหญิงอานาเบร่า ทั้งวาคุสคุงใจเย็นๆหน่อยสิ ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยไม่ใช่เหรอ?ถึงนี่จะเป็นการประชุมสอบสวนสมาชิกแต่ก็ไม่จำเป็นต้องถามก็ได้นี่ แม้วาคุสจะไม่ว่าอะไร แต่อานาเบร่าตอบว่า ท่านประธานนี่ใจดีเกินไปนะ ถึงเขาจะเป็นผู้บังคับจักรกลศักดิ์สิทธ์แต่ยังไงก็ยอมให้ไม่ได้หรอก การดูหมิ่นพวกเราก็เท่ากับดูหมิ่นประเทศของเรา แต่ชายคนนั้นก็เตือนสติเธอว่า พวกเราไม่ได้สูงส่งถึงขนาดนั้นหรอก บทบาทของพวกเราก็ไม่เกินไปกว่าประชาชนคนนึงในประเทศเท่านั้นหรอก อย่าลืมข้อนี้สิ ทำให้อานาเบร่าจนด้วยเหตุผลพูดไม่ออก

 

     แล้วชายคนนั้นก็ขอโทษโทยะ ที่พวกเขาเสียมารยาท และขอเรียกโทยะว่าคาซามิคุงได้ไหม? โทยะจึงให้เขาเรียกว่าโทยะก็พอ แล้วชายคนนั้นก็ตอบตกลงและแนะนำตัวว่าเขาคือ ดี แรคบาล ประธานสมาชิคสภาความมั่นคงแห่งอาคัลเดียและขอฝากตัวด้วย แต่โทยะตอบห้วนๆแค่ อืม ทำให้ยามาโตะต้องปรามว่า ตอบห้วนแบบนี้มันเสียมารยาทนะ ทำให้ทุกคนทึ่งที่ยามาโตะสามารถพูดได้ ดีรู้สึกสนใจจึงถามยูมิลว่า น่าสนใจดีนะ คราชิโอ้คุง นี่เป็นผลงานของเธองั้นเหรอ? ยูมิลตอบเขาว่า เป็นฝีมือของ คาฮอน จิน โยเรย์โชว คุณหมอประจำเรือรีโบเฟน ซึ่งดีก็บอกว่า ว่าแล้วเชียว เป็นฝีมือของคนๆนั้นสินะ เป็นคนที่น่าสนใจเป็นอย่างมากจริงๆ เอาล่ะโทยะคุง ช่วยเล่าเรื่องราวตอนที่เธอขับเรย์เบลดให้พวกเราฟังทีได้ไหม? โทยะตอบตกลง      ที่โรงเก็บหุ่น มากิ ได้มาแอบเข้ามาสำรวจเรย์เบลดแต่ถูกเซริก้าพบเข้า จึงถามว่าเธอมาแอบทำอะไรที่นี่ ซึ่งมากิจะบอกว่าเธอเป็นนักข่าว แต่เซริก้าก็บอกว่าก็ไม่ใช่คนที่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาที่นี่ได้ มากิเลยเถียงว่าตนมีหน้าที่ตีแผ่ความจริงให้สาธารณชนได้รับรู้ความจริง ก่อนที่จะเริ่มเถียงกัน เซริก้าเกิดเห็นเรสเก้ หุ่นยนต์สำหรับเก็บข้อมูลของมากิเข้าจึงเกิดความสนใจแต่มากิก็หวงของมากเพราะในนั้นมีข้อมูลที่สำคัญ จนเกิดการถกเถียงกันจนโครบิสเข้ามาทัก ทำให้มากิเพิ่งรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคือ เจ้าหญิงเซริก้า รานิอ้าท เมสทิน่า เจ้าหญิงอันดับ1 แห่งอาคัลเดีย เซริก้าเลยสั่งในฐานะเจ้าหญิงให้มากิออกไปซะแต่เธอก็ไม่ยอมเพราะจะยืนกรานที่จะต้องหาความจริงเรื่องเรย์เบลดให้ได้ ซึ่งเซริก้าก็ไล่เธอไปเพราะไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลของเรย์เบลด

    

     ตัดกลับมาที่ห้องประชุม ดีได้ทราบเรื่องราวส่วนใหญ่แล้วทำให้สรุปได้ว่า ทำไมเรย์เบลดที่ไม่เคยขยับเลยสักครั้งสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง แล้วเรื่องที่โทยะกับไอสามารถทำให้มันเคลื่อนไหวได้ จึงยังมีเรื่องที่ต้องตรวจสอบอีกมาก เมื่อเข้าใจเรื่องราวแล้ว ดีก็ขอบคุณโทยะที่ให้ความร่วมมือ และขอฝากโทยะไว้กับยูมิลด้วย ยูมิลเลยตอบเขาว่า เข้าใจแล้วค่ะ อาจารย์

 

 

       พอออกมาจากห้องประชุม โทยะจะถามถึงเรื่องที่เรียกดีว่า อาจารย์ ยูมิลเลยอธิบายว่า ก่อนที่เขาจะมาเป็นประธานสมาชิกสภาความมั่นคงเคยสอนหนังสืออยู่ที่นี่ และเป็นคนที่ปราดเปรื่องมากในฐานะนักเล่นแร่แปรธาตุ ชั่วโมงเรียนของอาจารย์น่ะล่ำลือกันว่าสอนเข้าใจง่ายมากเลย จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อนก็ได้ลาออกไป โทยะสงสัยว่าทำไมยูมิลถึงรู้ละเอียดดีจัง ยูมิลเลยตอบว่า แน่นอนเพราะฉันเคยเป็นผู้ช่วยอยู่ในห้องแล็ปของอาจารย์ด้วย จากนั้นยูมิลก็เริ่มบรรยายถึงความยอดเยี่ยมของดี จนเวลาผ่านเลยไปครึ่งชั่วโมง แม้โทยะอยากจะหนีไปเพราะฟังจนเหนื่อยแล้วแต่ก็ยังทนฟังต่อ

 

 

 

 

     พอยูมิลรู้สึกตัวว่าตัวเองสารถยายซะยาวก็เกิดอาการเขินอายขึ้นมาเลยอ้างว่าขอตัวไปตรวจสอบเรย์เบลดแล้ววิ่งหนีไป จนโอเลรี่ซึ่งเดินสวนมาก็ถามว่าเห็นยูมิลหน้าแดงวิ่งหนีไป เลยสงสัยว่าโทยะทำอะไรเธอหรือเปล่าแต่โทยะก็ปฎิเสธไปแล้วถามโอเลรี่ว่ามีธุระอะไรเหรอ เธอเลยบอกว่าทุกคนกำลังฝึกซ้อมกันอยู่แล้วโทยะจะไปด้วยไหม? โทยะเลยงงเพราะเซย์ฟอนยังใช้งานไม่ได้อยู่ โอเรลี่เลยบอกว่าไม่ใช่การรบจริงแค่ซิมูเลชั่นต่างหาก โทยะจึงตกลงและตามไป 

 

     เมื่อมาถึงไอจะบ่นที่โทยะมาสาย โทยะจะสงสัยว่าที่นี่มันยังไงกันแน่ อาซ่าเลยอธิบายว่า นี่เป็นเครื่องที่สร้างคล้ายๆกับค็อกพิตภายในจักรกลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งจะสามารถต่อสู้กันในนั้นได้โดยการสร้างภาพเสมือนจริง ไอเลยสรุปง่ายๆว่าเป็นเหมือนกับ เกมส์โรบ็อตซิมูเลเตอร์สมัยก่อนน่ะแหล่ะ เมื่อโทยะตกลงเข้าร่วม ทุกคนก็เริ่มอาสาขอร่วมด้วย ในนั้นก็มีเมลวี่อยู่ด้วยทำให้โทยะตกใจที่เธอจะร่วมด้วย อาซ่าอธิบายว่า เมื่อตอนที่พัฒนาจักรกลศักดิ์สิทธ์เธอเคยมีประสปการณ์เป็นนักบินทดสอบอยู่ แถมเจ้าตัวยังต้องการเข้าร่วมด้วย โทยะเลยถามเมลวีว่าไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ เธอก็บอกว่า เมลวีน่ะ คลุกคลีกับเครื่องจักรบ่อยๆอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ทำให้โทยะนึกถึงคำพูดที่เธอพูดเมื่อเช้านี้ออกว่าหมายความว่าอย่างนี้นี่เอง จากนั้นไอก็เร่งให้การแข่งขันเริ่มขึ้นไวๆ ทุกคนจึงพร้อมสู้โดยการแข่งจะแบ่งเป็น 3 รอบและทุกรอบจะเปลี่ยนตำแหน่งทุกครั้งผู้ที่เหลือรอดคนสุดท้ายคือผู้ชนะ

 

 

  

 

     หลังจากแข่งเสร็จยูมิลจะเข้ามาต้อนรับทุกคนและแสดงความยินดีกับเฟย์อินที่ได้เป็นนักบินอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งไม่ทันที่เฟย์อินจะได้ยินดีกับความสำเร็จ เอมี่ก็วิ่งมาและเข้ากอดยูมิลเหมือนเช่นเคย ทำให้เฟย์อินพูดประชดประชันเธอว่า อย่าเอาแต่ตามยูมิลซังแจอย่างนี้สิหัดเอาเวลาไปเรียนเสียบ้าง แต่เอมี่ก็ตอกกลับว่า นายจะพูดยังไงก็ช่าง ฉันไม่อยากให้คนที่โหลยโท่ยกว่าฉันมาพูดให้ฟังหรอก ทำให้ทั้ง2คนเริ่มมีปากเสียงกัน โทยะเลยสงสัยว่ายูมิลเป็นเลสเบี้ยนหรือเปล่า ทำให้เอมี่โกรธและบอกว่า ห้ามเรียกพี่สาวว่าเลสเบี้ยนต่อหน้าฉันนะ แต่เฟย์อินก็ยังคงเรียกเธอว่า ยัยเลสเบี้ยน ซ้ำๆกันจนเธองอนโกรธและวิ่งหนีไป ทำให้เฟย์อินหลงตัวเองว่าความเที่ยงธรรมย่อมชนะ จนโทยะแอบบ่นว่า นายนี่มันปากพล่อยจริงๆ แล้วโครบิสจะถามยูมิลว่ามีธุระเรื่องอื่นอีกสินะ

 

 

 

 

     เธอเลยแจ้งว่า พรุ่งนี้ให้ไปร่วมพิธีศพของท่านอัลฟอริน่าด้วย ทำให้ไอทำหน้าเศร้าหมองลงไป ซึ่งงานนี้จะมีทุกคน ใต้เท้าโรดิส เจ้าชายทิคส์ ท่านอีเวล ประธานแรคบาล และก็ท่านการู้ดไปร่วมด้วย โทยะถามว่า แค่นี้เองเหรอ? ยูมิลเลยตอบด้วยใบหน้าเศร้าหมองว่า ไม่สามารถจัดอย่างใหญ่โตได้น่ะ อาซ่าเลยเดาว่าเพราะมีพวกที่อาจจะทำให้กระทบความสัมพันธ์ระหว่างแผ่นดินศักดิ์กับยอร์คอยู่สินะ เมลวีเกิดสงสัยเลยถามว่ามีใครตายไปเหรอ? โทยะจึงเล่าให้เธอฟัง

     

   หลังจากฟังเรื่องราวแล้ว เมลวี่ก็ร้องไห้ออกมาเพราะรู้สึกสงสารอัลฟอริน่า ยูมิลเลยปลอบเธอว่า การที่ร้องไห้ให้เป็นเรื่องที่ดีแต่ถ้าเอาแต่เศร้าโศกจะทำให้ไปสวรรค์ไม่ได้นะ เมลวี่ถึงจะหยุดร้อง 

     

   ที่หลบซ่อนที่เหล่าผู้ก่อการร้าย ชายลึกลับได้บอกกับเหล่าลูกน้องของตนว่า น่าเสียดายที่เรย์เบลดได้ตกอยู่ในกำมือของแผ่นดินศักดิ์สิทธ์ไปแล้ว โยอานิสจึงดูแคลนชายคนนั้นว่า อะไรกัน อำนาจของคุณมีแค่นี้เองเหรอ ชายลึกลับตอบว่า โอกาสที่จะเป็นไปตามที่คิดมีน้อยมากทางฉันเองก็พยายามแล้ว โยอานิสจึงถากถางว่า ขี้ขลาดจริงๆนะ ทั้งๆที่เพราะมีแต่แกที่พึ่งพาได้แต่ดันมาพึ่งพาไม่ได้เลยซะเนี่ย ทำให้เรชูวเถียงโยอานิสกลับว่า ตัวเองอยู่อย่างปลอดภัยแท้ๆทำมาเป็นพูดเหมือนกับว่าใครๆก็ทำได้ จึงเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันแต่ ชายลึกลับก็บอกให้หยุดไว้ก่อนและเรื่องเกี่ยวกับจักรกลศักดิ์สิทธ์น่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่ขอเตือนให้ระวังนักบินที่ชื่อว่าโทยะเอาไว้ ตอนนี้อาจจะยังไม่ส่งผลร้ายแต่ วันที่รอคอยใกล้จะมาถึงแล้ว ซึ่งเลนเดอร์จะถามว่า หล่อนได้ตรวจสอบพบแล้วเหรอ? ชายลึกลับตอบว่าไม่ผิดแน่ แต่เขากลับไอ ออกมาทำให้ลูกน้องพากันเป็นห่วงเลยขอให้เขาพักผ่อนเสียบ้าง โยอานิสเลยขอตัวไปก่อน ลับหลังเรชูว์จะไม่พอใจที่ยอมรับโยอานิสร่วมกลุ่มแต่ก็จำต้องฝืนทนเอาไว้

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet