聖霊機ライブレード ตอนที่ 9 100年前の亡霊(後編)
posted on 01 Apr 2009 11:15 by shion20
เมื่อมาถึงที่ห้องรับรอง โรดิสและทิคส์จะออกมาต้อนรับพวกเราและถามไถ่ทุกข์สุขของพวกเรา แต่ยูมิลจะตอบว่า ทุกคนไม่เป็นไรแต่ท่านอัลฟอริน่าน่ะ ทิคส์จะจะถามว่า นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ? ซึ่งการู้ดก็ออกมารับรองเองว่าจริงและบอกว่าเป็นฝีมือของนายกรัฐมนตรีออสวาลด์ แต่ทิคส์ก็ยังคาดคั้นว่ามันน่าแปลกที่ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงปองร้ายข้าเหนือหัวของตนเองแบบนี้ได้ นี่มันน่าแปลกไม่ใช่เหรอ? ซึ่งโรดิสจะปรามให้ทิคส์ใจเย็นๆไว้และถามว่าออสวาลด์ตอนนี้เป็นยังไง และการู้ดจะตอบว่าตายไปแล้ว โรดิสจึงสงสัยว่า พวกจิคริมคงอยู่เบื้องหลังสินะ การู้ดเลยตอบว่าไม่อยากจะทราบได้ แต่เท่าที่พิจารณาได้ องค์ชายไคน์แห่งรินปาร์คมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
เมื่อได้ยินชื่อไคน์ ทิคส์จะถามเซริก้าว่าได้พบเขามาด้วยเหรอ ซึ่งเซริก้าก็บอกว่า ใช่ แต่ว่าเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมากเลยทีเดียว ดูเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจต่างกับตอนนั้นมากเลย ทิคส์เลยถามว่าแต่เค้าก็ยังเป็นไคน์ใช่ไหม เซริก้ารับรองว่า ใช่ ทิคส์เลยออกปากว่า ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ใช่ไคน์หรอก เค้าไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องแบบนั้นได้หรอก พี่ก็รู้ดีนี่ เซริก้าเลยลำบากใจที่จะเอ่ยคำพูดต่อ โรดิสเลยบอกทิคส์ว่า ให้แยกแยะเรื่องความรู้สึกส่วนตัวแล้ว มองแค่ความจริงที่เห็นเบื้องหน้าสิ ทำให้ทิคส์ไม่พอใจที่แม้แต่โรดิสก็ยังสงสัยไคน์
โรดิสจึงปฎิเสธว่า ไม่ใช่แบบนั้น แต่ตอนนี้ข่าวที่ได้รับมายังพูดได้ว่าน้อยจนเกินไป จึงอยากให้เค้าดูความเป็นจริงด้วยตาของตนเองให้แน่ใจ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้การคาดการณ์ที่ยอมรับไม่ได้นั่นแหล่ะคือเรื่องจริง ส่วนที่ยังแจกแจงไม่ได้ยังมีอีกมากทั้งเรื่องความเร่งรีบ ทั้งการปฏิบัติการรุกรานของจิคริม การลงมือคราวนี้จึงต้องระมัดระวังให้มาก ทำให้ทิคส์แย้งว่า ท่านพี่คิดจะมองข้ามการก่อความไม่สงบของจิคริมไปทั้งๆอย่างนี้เหรอ? เรื่องแบบนี้มันยอมไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? พี่ ในฐานะผู้นำพันธมิตรของทวีปส่งกองทัพออกไปจัดการเถอะ ทำให้เซริก้ากังวลเรื่องอารมณ์ของทิคส์
โรดิสเลยบอกว่า ความรู้สึกของนายตอนนี้ฉันเข้าใจดี แต่ถ้าอาคัลเดียมีการเคลื่อนไหวรินปาร์คก็จะเคลื่อนไหวเช่นกัน ฟราม เซโอ อิสฟานอีลคนนั้นน่ะ จะต้องไม่มองข้ามโอกาสอันดีนี้แน่ จะให้ทวีปเราต้องมาพัวพันกับสงครามไม่ได้หรอก ทิคส์เลยให้เหตุผลว่า แต่ต่อไปที่ถูกรุกรานอาจจะเป็นอาคัลเทียก็ได้ไม่ใช่หรือไง โรดิสเองก็ยอมรับว่าไม่ได้คิดจะยอมให้พวกจิคริมมารุกราน แต่เราจะไปแสดงการกระทำต่ำช้าเหมือนเค้าไม่ได้ และอีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่อัลฟอริน่าปรารถนาด้วย แล้วทิคส์ก็เลยฟิวส์ขาดเลยใส่อารมณ์ออกมาว่า ทำไมพี่ถึงคิดอย่างนั้นอัลฟอริน่าเองก็เสียใจแน่ๆ ทำไมเธอจะต้องมาตายด้วย ทำไม แล้วก็วิ่งหนีไป
เซริก้าจะเรียกให้เค้ารอก่อนแต่ก็ไม่ทัน โรดิสจึงบอกเซริก้าว่า ตอนนนี้ให้เค้าอยู่คนเดียวไปก่อนจะดีกว่า ทิคส์น่ะคงเข้าใจแน่ๆแต่แค่กำลังสับสนอยู่ เซริก้าก็เห็นด้วย แล้วไอก็ถามโรดิสว่า ทำไมทั้งๆที่อาคัลเดียรู้เรื่องการบุกรุกของจิคริมแต่ทำไมถึงทำเป็นไม่รู้เรื่องล่ะ โรดิสขอโทษและตอบว่า เพราะกำลังของตนมีไม่มาก ไอก็เลยตะคอกใส่โรดิสว่า มาขอโทษฉันแล้วมันจะช่วยอะไรได้ล่ะ ไม่ได้อยากจะได้ยินเรื่องนั้นสักนิด ที่ถามก็คือทำไมถึงเอาแต่มองดูโดยไม่ทำอะไรเลยล่ะ ยูมิลจึงปลอบไอว่า ถึงแม้จะเป็นฝ่าบาทก็ทำอะไรไม่ได้หรอก นอกจากนี้ แต่โรดิสก็ขัดขึ้นโดยยอมรับว่า อย่างที่ไอพูดไปนั่นแหล่ะ เพราะฉันมองสถานการณ์ง่ายเกินไป จะพูดว่าไม่รู้ก็ไม่ได้ เพราะเรื่องแค่นี้ควรจะคาดการณ์ได้ แต่เพราะการระมัดระวังไม่เพียงพอ นอกจากนี้การที่รัฐบาลอาคัลเทียตัดสินใจนิ่งดูดายโดยไม่รับรู้อะไรก็เป็นเพราะการละเลยหน้าที่ของฉัน
ไอเลยถามโรดิสว่าตัวเค้าเองกำลังคิดอะไรอยู่ช่วยบอกมาตรงๆได้ไหม เขาเลยตอบว่า ตัวฉันไม่ใช่ในฐานะมงกุฎราชกุมารองค์โตแห่งอาณาจักรอาคัลเทียแต่อยู่ที่นี่อยู่ในฐานะคนธรรมดาคนนึงที่ชื่อว่าโรดิส การตัดสินของราชณาจักรจึงไม่สามารถผูกมัดฉันได้ ไอจึงขอโทษที่พูดจาก้าวร้าวออกไป ซึ่งโรดิสก็บอกว่า ความรู้สึกของเธอนั้นฉันเข้าใจดี และขอให้เลิกพูดถึงมันเถอะ อย่างไรก็ตามในตอนนี้การเตรียมการให้เสร็จเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
แต่แล้วก็มีหญิงชราคนหนี่งปรากฏตัวขึ้นแล้วทักขึ้นว่า ไม่คิดว่ารากฐานไม่ค่อยจะแน่นไปหน่อยเหรอ? ยูมิลจึงเรียกเธอว่า ท่านอีเวล อีเวลได้ทักทายยูมิลว่า ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ยูมิล ได้เห็นการต่อสู้ของพวกเธอแล้วล่ะ ดูเหมือนจะได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดีสินะ แล้วการู้ดก็จะทักทายเธอบ้างว่าไม่ได้พบกันนานแล้ว อีเวลก็เอ่ยขึ้นว่าประมาณ 34 ปีได้แล้วกระมัง อายุก็ล่วงเลยกันไปทั้งคู่ละนะ ซึ่งการู้ดก็ปฎิเสธว่า ท่านดูไม่เปลี่ยนไปเลย ยูมิลเลยถามอีเวลว่า ท่านรู้จักกับท่านการู้ดด้วยเหรอคะ เธอก็บอกว่ารู้จักกันมานมนานแล้ว โทยะเลยถามว่าป้าคนนี้เป็นใครกันน่ะ เซริก้าเลยดุโทยะว่า อย่าเสียมารยาท
ซึ่งอีเวลก็บอกว่า ไม่เป็นไร จึงแนะนำตัวเองว่า ฉันคือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปกครองแผ่นดินศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ มีนามว่า อีเวล เอล โรชูฟอลุน เซริก้าก็เสริมว่า ท่านเป็นผู้มีสูงศักดิ์ที่สุดของที่นี่ ไม่ใช่คนที่ปกติจะเข้าพบได้ง่ายๆเลยล่ะ แต่โทยะก็หาได้เกรงไม่ ทำให้เซริก้าไม่พอใจ อีเวลจึงบอกเซริก้าว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องเก็บมาเป็นอารมณ์หรอก แล้วที่สูงส่งน่ะ ไม่ใช่ตัวของฉันแต่เป็นแค่มีอำนาจในตำแหน่งหน้าที่“พระแม่”เท่านั้นเอง แล้วอีเวลก็ถามว่า จริงสิ เมื่อตะกี้นี้ สภาผู้แทนสันติภาพของอาคัลเดียได้มีการหยั่งเชิงพวกเธอสินะ
เซริก้าเลยหันไปถามโรดิสเกี่ยวกับเรื่องนี้ อีเวลจึงตอบแทนว่า คราวนี้ รัฐบาลอาคัลเทียจะเป็นแบ็คอัพให้การปฎิบัติการของจักรกลศักดิ์สิทธ์ในทุกๆด้าน ภายใต้การการอนุมัตินี้ มีผลให้สามารถปฎิบัติการได้อย่างอิสระเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการรายงานข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเซย์อ้อตในการต่อสู้ แต่อาซ่าขัดว่าแบบนี้สรุปว่าอาณาจักรอาคัลเดียจะเป็นแบกรับป้ายนี้ไว้ นอกจากนี้ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่าจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระหรือไม่ พูดได้ว่าเรากลายเป็นหน่วยงานนึงของอาณาจักรอาคัลเทียไปโดยปริยายสินะ โครบิสจึงถามอีเวลว่าท่านมีเจตนาเช่นไรกันแน่ อีเวลจึงตอบว่า ทางนั้นก็ไม่คิดว่าทางนี้จะรับเงื่อนไขอย่างนั้นใช่ไหมล่ะ? ทางนี้อยากได้ความจริงจึงได้ยื่นข้อเสนอไม่ใช่เหรอ? โรดิสตอบว่า บางทีก็อาจจะเป็นเช่นนั้น ถ้าทางโน้นมีความประสงค์เช่นนั้นทางนี้ก็ทำได้แค่ตอบสนองเท่านั้น ยิ่งขยายออกไปก็ยิ่งดีใช่ไหม
อีเวลตอบว่า อืม ฉันก็คิดเช่นนั้น เรามารับมือกับทางนั้นกันเถอะ จากนั้นอีเวลก็จะแนะนำทีมงานชุดใหม่ให้ทุกคนรู้จัก
โดยคนแรกเป็นคนที่เซริก้ารู้จักเค้าคือ บ้าท จิน คัคเกียคุ รับหน้าที่สมุห์บัญชี และเซริก้าทักว่าถ้าเขาอยู่ละก็เธอคนนั้นก็ต้องอยู่ด้วยแน่ บ้าทตอบว่าแน่นอน เพิ่งจะมาถึงเมื่อตะกี้นี้เองแต่ยังไม่ได้รายงานท่านโรดิสเลย ทำให้โรดิสรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
แต่แล้วก็มีสาวน้อยคนนึงเรียกเขาขึ้นมา ทำให้โรดิสรู้สึกร้อนรนมากและพูดขึ้นว่า ชิสคุเหรอ ท่านอีเวล ทำไมเรื่องนี้ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลย ชิสคุเลยหัวเราะและบอกว่าอยากให้ใต้เท้าตกใจก็เลยขอให้ช่วยปิดไว้น่ะ ตกใจไหมล่ะคะ? โรดิสตอบว่า ไอ้ตกใจมันก็ใช่ แต่เธอไม่ใช่นักรบนี่นา ทำไมถึงได้ ชิสคุตอบว่า ฝ่ายสำรวจน่ะถึงจะไม่ใช่นักรบก็เป็นได้นี่คะ ท่านก็ทราบไม่ใช่เหรอ? แล้วใต้เท้าจะไม่โดยสารไปกับรีโบเฟนเหรอคะ โรดิสจึงปฎิเสธว่า ถ้าเขาโดยสารไปด้วยจะไม่ดีต่อนโยบายของระหว่างประเทศ แล้วก็ถามว่า เรื่องที่รับชิสคุเข้าทำงานเป็นฝีมือของใคร ยูมิลรับว่าเป็นฝีมือตน และถามว่ามีปัญหาตรงไหนเหรอ? ทำให้โรดิสเถียงไม่ออก โรดิสจึงต้องยอมรับอย่างช่วยไม่ได้
โทยะสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของโรดิสกับชิสคุขึ้นมาเลยถามเซริก้าดู เซริก้าเลยอธิบายสั้นๆว่า คนที่คอยไล่ตามท่านพี่ไงล่ะ จริงๆเป็นนางกำนัลในวังแต่ อุตส่าห์มาถึงนี่ ท่านพี่ลำบากแน่ๆ ครึ่งนึงก็ถือว่าทำตัวเองแท้ๆ แต่พอจะเล่าเรื่องโรดิสก็ห้ามเซริก้าพูดต่อ เซริก้าเลยหัวเราะและบอกกับโทยะว่า ไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง ชิเอลเลยสงสัยว่าโรดิสคงไม่ได้ทำอะไรไว้นะ
แล้วคนสุดท้ายที่ท่านอีเวลแนะนำก็คือ โรอา จิน แครงไฮท์ กัปตันเรือของรีโบเฟน ซึ่ง 3อัศวินดาบเงินล้วนรู้จักเขาจากวีรกรรมในมหาสงครามเมื่อ 33ปีก่อน
และแล้วก็มีสาวน้อยอีกคนนึงวิ่งเข้ามาหายูมิล ซึ่งเธอก็คือเอมี่น้องสาวบุญธรรมของยูมิลนั่นเอง เธอบอกว่า เหงามากเลย ใจร้ายจริงๆที่ปล่อยเธอทิ้งไว้คนเดียว ทำให้เฟย์อินถามว่า ยูมิลซังมีรสนิยมแบบนี้เองเหรอเนี่ย ซึ่งยูมิลจึงรีบปฎิเสธ ทันใดนั้นเอง โทยะก็ได้ยินเสียงเครื่องรางร้องขึ้น
ไอจึงถามว่าเครื่องรางมีเสียงอีกแล้วเหรอ? โทยะเลยถามว่า ไม่ได้ยินเลยเหรอ? ไอตอบว่า ไม่เลยสักนิด พออีเวลเห็นเครื่องรางนั้นก็ตกใจ แต่เวลานั้นก็มีสัญญาณเตือนภัยดังขั้น ซึ่งภาพที่ศัตรูที่ปรากฏขึ้นคือเรย์อ้อต
ไรล์ออกมาพร้อมกับหุ่นกาดรันและบอกว่าใช้แค่นี้ก็คงพอแล้ว ทุกคนได้ขับหุ่นออกมาแต่ยูมิลบอกกับทุกคนว่าครั้งนี้การซ่อมแซมยังไม่เรียบร้อยดี คงเป็นการต่อสู้ที่หนักหนาแน่ ขอให้พยายามเข้า แต่อาซ่าบอกว่าอย่างน้อยก็ยังดีที่ได้ซ่อมบำรุงไปบ้างแล้ว
โทยะจึงถามถึงไอ เซริก้าเลย ขอโทษว่าสภาพบีแชลดูแปลกๆเลยต้องเช็คอีกรอบ ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย โทยะจึงขอลุยก่อน แล้วโอเลรี่กับเสี่ยวเฉินจะออกมาด้วย โอเลรี่บอกว่าดูท่าพลาน่าของโทยะจะยังไม่ตื่นเลยจะให้ความร่วมมือด้วย โทยะจึงขอรบกวนเธอด้วย
โทยะถามไรล์ว่าเค้าเป็นใคร ไรล์จึงตอบว่า วิญญาณเมื่อ100 ปีก่อนทำให้โทยะแปลกใจ ยูมิลจะติดต่อมาให้ระวังเพราะเครื่องนั้นเป็นเซย์อ้อต ไรล์จะบอกว่ารู้สึกตัวแล้วเหรอ แต่ถึงยังไงพวกแกก็ล้มฉันไม่ได้หรอก โทยะเลยบอกว่าอย่าพูดเองเออเองเซ่ อย่าดูถูกจักรกลศักดิ์สิทธ์นะเฟ้ย ไรล์ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะและบอกว่า เชื่อมั่นในจักรกลศักดิ์สิทธ์ของตัวเองขนาดนั้นเลยเหรอ ดีล่ะ แสดงให้ดูหน่อยเถอะ แล้วก็ส่งกาดรัน3ตัวไปสู้กับพวกโทยะ
หลังจากจัดการกาดรันหมด โทยะก็หันไปบอกกับไรล์ว่าเหลือแค่แกแล้ว แต่ไรล์ก็ตอบสั้นๆว่า สุดท้ายก็ฝีมือแค่นี้เองเหรอ โทยะจึงคิดเข้าไปลุยเดี่ยวแต่ยามาโตะปรามเอาไว้ แต่โทยะก็ยังไม่เลิกล้มความคิดและบอกว่าถึงแม้จะไม่รู้วิธีใช้พลาน่าแต่ถ้าใช้ดาบเซวเรียเล่มนี้น่าจะสร้างความเสียหายได้บ้างยามาโตะเลยหน่ายใจที่โทยะหุนหันพลันแล่นแบบนี้แต่ก็ไม่ห้ามแล้ว เพราะเชื่อว่าโทยะจะต้องสร้างปาฎิหารย์ได้

โทยะจึงพุ่งเข้าไปโจมตีเรย์อ้อตของไรล์ทันที แต่ผลปรากฎว่าแขนขวาที่ถือดาบอยู่ของเซย์ฟอนกลับถูกเรย์อ้อตตัดขาดอย่างง่ายดายและลอยขึ้นบนอากาศจนดาบตกลงปักกับพื้นดิน
แต่แล้วเรย์อ้อตก็จับส่วนหัวของเซย์ฟอนไว้โดยเซย์ฟอนแม้จะพยายามใช้แขนซ้ายขัดขืนก็ถูกเรย์อ้อตกระชากจนขาดไปอีกข้าง

จากนั้นเรย์อ้อตก็เงื้อดาบเพื่อเตรียมที่จะแทงลงที่ค็อกพิตของเซย์ฟอน ยูมิลที่กำลังดูเหตุการณ์ดังกล่าวก็กรีดร้องออกมาเพราะทนเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปไม่ได้



ทำให้เครื่องรางของอัลฟอริน่าส่องแสงขึ้นและแตกออกแล้วก็มีแสงพวยพุ่งออกมาจากพระราชวังส่องขึ้นไปบนฟ้าและสะท้อนลงมาเบื้องหน้าเซย์ฟอนและเรย์ออต จนเมื่อแสงเริ่มค่อยๆจางหายไปก็ปรากฏเงาของจักรกลศักดิ์สิทธ์ในตำนาน ผู้ตื่นจากการถูกปิดผนึกร่วม 29 ปี เรย์เบลด
หลังจากที่เรย์เบลดปรากฏตัวขึ้น เซย์ฟอนก็ระเบิดไปแต่โชคดีที่โทยะดีดตัวออกมาได้ เมื่อไรล์เห็นเช่นนั้นจึงคิดเข้าไปจัดการกับโทยะ แต่เมื่อเค้าเห็นหน้าของโทยะก็เรียกโทยะว่า เรนิส แล้วก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งขึ้น และรำพันขึ้นว่า เรนิสแกคิดจะขัดขวางฉันไปถึงไหน ถ้าอย่างนั้นล่ะก็จะเหยียบให้เละเลย
ก่อนที่โทยะจะถูกไรล์เหยียบการู้ดได้ขับเบลเซดอลฟ่ามาขวางไรล์เอาไว้ เพราะเขาไม่ยอมให้เรย์เบลดถูกทำลายเด็ดขาดเพราะนี่เป็นเจตนารมณ์ของอัลฟอริน่า แต่ไรล์ก็บอกว่าแม้จะเป็นจอมดาบแสงมายาอย่างการู้ด แต่ก็ยังเป็นแค่แรงของมนุษย์สุดท้ายก็หาใช่คู่ต่อสู้ของเรย์อ้อตหรอก แต่การู้ดก็บอกว่าไม่ลองดูก็ไม่รู้ แล้วทำการโจมตีเรย์อ้อตไป กลับไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่เรย์อ้อตได้เลย แล้วก็โดนเรย์อ้อตโจมตีกลับมาจนเสียหายแต่การู้ดก็ยังพยายามโจมตีเข้าไปอีกแต่ก็ไร้ผล
เมื่อโทยะไปถึงเรย์เบลดก็นึกออกว่าคือหุ่นที่เคยมาโจมตีโรงเรียนในวันนั้น แต่พอเข้าไปในค็อกพิต ยามาโตะจะทักว่ามีที่นั่ง 2 ที่นะ แต่โทยะก็ไม่สนเพราะก่อนอื่นต้องทำให้ขยับให้ได้ก่อน แต่ก็ไม่สามารถทำให้เรย์เบลดขยับได้เลยแม้จะพยายามอย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นเป็นเช่นนั้นไรล์หัวเราะเยาะเย้ย แต่ทันใดนั้นไอก็ขับบีแชลเข้ามาหาโทยะ
เมื่อโทยะเห็นไอเข้ามาก็ถามว่า เธอมาทำไมคิดจะฆ่าตัวตายเหรอไง แต่ไอก็ตะคอกกลับว่า พูดบ้าอะไรเนี่ย อุตส่าห์มาเพื่อบอกให้ว่าถ้าไม่ขับ2 คนจะไม่สามารถขยับได้ต่างหาก ซึ่งไอกำลังจะปีนขึ้นไปหาเรย์เบลดแต่ก็เจอไรล์ชิงเล็งเป้าเตรียมจะยิงไปเพือขัดขวางไอ
โชคดีที่การู้ดพยายามทุ่มพลังทั้งหมดโจมตีเพื่อเบนความสนใจไรล์ ทำให้ไรล์รำคาญจนทำลายหุ่นของการู้ดจนระเบิดไป ซึ่งมันก็ช้าไปแล้ว
เมื่อไอเข้าไปในเรย์เบลดได้ก็สามารถทำให้เรย์เบลดเคลื่อนไหวได้ โทยะได้ใช้เรย์เบลดยกดาบไดโฟซันขึ้นและพุ่งเข้าไปโจมตีไรล์จนได้รับความเสียหายสำเร็จ ทำให้ไอแสดงท่าทียินดีอย่างมากจนยามาโตะขัดคอว่า ดีใจยังกะเป็นคนโจมตีเลยนะทั้งๆที่นักบินหลักเป็นโทยะแท้ๆ ไอเลยทำท่าจะเถียงว่า ฉันก็ช่วยนะ โทยะเลยบอกให้เงียบก่อน ทำให้ไอแอบงอนนิดๆ ยามาโตะก็บอกว่า นั่นสิน นี่มันไม่ใช่เวลามาเถียงกัน
เมื่อเห็นความแข็งแกร่งของเรย์เบลดไรล์ก็เริ่มรู้สึกสนุก แล้วก็คิดตัดสินแพ้ชนะด้วย โดยยังเรียกโทยะว่าเรนิสอยู่ แต่การโจมตีของเรย์อ้อตกลับทำอะไรเรย์เบลดไม่ได้เลย เมื่อถูกเรย์เบลดโจมตีซ้ำอีกครั้งทำให้เรย์อ้อตเสียหายอย่างหนัก ไรล์จึงบอกว่า การปรับจูนยังไม่สมบูรณ์งั้นเหรอ? พบกันคราวหน้าเป็นวาระสุดท้ายของแก จำเอาไว้ และก็ถอนตัวไป
ที่ห้องเครื่อง พนักงานได้นำเรย์เบลดกับเบลเซดอลฟ่าเข้ามาในยานแต่ เบลเซดอลฟ่าก็เสียหายเป็นอย่างมาก ชิเอลได้มาหาการู้ด เค้าจึงบอกว่า ดูเหมือนจะเอาจริงเอาจังมากไปหน่อย เบลเซดอลฟ่าเลยพังซะแล้ว เมื่อได้ฟังชิเอลก็เป็นห่วงความรู้สึกของพ่อของตน การู้ดเลยปลอบว่า เธอเป็นนักรบนะอย่าแสดงน้ำตาต่อหน้าคนอื่นสิ ฉันไม่เป็นไรหรอก วางใจเถอะ เซริก้าก็บอกว่า เป็นคนเลือดร้อนจริงๆเลยทั้งๆที่ซ่อมบำรุงยังไม่เสร็จยังขับออกไปสู้อีก เฟย์อินจึงถามว่า พอจะซ่อมเบลเซดอลฟ่าได้ไหม แต่เซริก้าบอกว่า ประสิทธิแต่เดิมก็ออกรบไม่ได้อยู่แล้ว อาซ่าก็บอกว่า แถมคู่ต่อสู้ยังเป็นเครื่องของเซย์อ้อตอีก การู้ดก็ให้ความเห็นว่า การโจมตีของทางนี้ไม่สามารถทำลายบาเรียของเรย์อ้อตได้เลย แม้จะใช้ดาบใหญ่ของหุ่นโจมตีก็ตาม
แล้วยูมิลก็จะเข้ามาทักโทยะว่า เป็นอะไรไหมคะ? ทำไมดูสีหน้าไม่ดีเลย โทยะตอบว่า รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ แล้วก็ถามว่า ทำไมเรย์เบลดที่ถูกปิดผนึกอยู่ถึงขยับได้ล่ะ? ยูมิลตอบว่าไม่ทราบเหมือนกัน แต่คงจะเกี่ยวกับเสียงร้องของเครื่องรางที่โทยะได้ยินแค่คนเดียวแน่ๆ อย่างไรก็ตามเพราะเรย์เบลดทำงานถึงได้รอดมาได้ เซริก้าตั้งข้อสังเกตว่า เซย์อ้อตมีบาเรียที่แข็งแกร่งถึงขนาดนั้น แถมยังมีตั้ง 5เครื่องทำให้ดูน่ากลัวมาก ทำให้โทยะตกใจว่านี่ขนาดแค่เครื่องเดียวยังขนาดนี้
แล้วไอก็ถามขึ้นว่า ที่นักบินคนตะกี้ดูเหมือนจะเรียกโทยะว่าเรนิสใช่ไหม? เอมี่จึงอธิบายว่า เรนิส เอนโร้ด เมื่อ109ปีก่อน เป็นนักเล่นแปรธาตุคนนึงที่วิจัยเซย์อ้อตอยู่ แล้วก็เป็นคนที่ร่วมมือกับนักเล่นแร่แปรธาตุเวนิมาส ราเทียหยุดยั้งแผนการของศาสตราจารย์เดวิช ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความหวาดกลัวของเซย์อ้อตด้วย ซึ่งก็มีอยู่ในบันทึกที่ค้นพบ ไอจะรู้สึกสงสัยเพราะก่อนหน้านี้แม้จะเคยฟังเรื่องเซย์อ้อตแต่ก็ไม่เคยสนใจ ยูมิลเลยอธิบายว่า เครื่องที่ถูกเรียกว่าเซย์อ้อตนั้น มีอยู่ทั้งหมด 6 เครื่อง ซึ่งเรย์อ้อตตัวตะกี้คือตัวแรก กับ เอเลอาน่า ไกโอซัน พัลเทโนส แล้วก็โกเดริอุสซึ่งทั้ง 5 เครื่องได้รับการยืนยันว่ามีอยู่จริงแล้วแต่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอย่างละเอียด ถ้าจะพูดว่ารู้แน่ชัดก็มีแค่ชื่อของนักวิจัยทั้ง3คน ได้แก่บาเฟลต เดวิช เวนิมาส ราเทีย เรนิส เอนโร้ด ซึ่งพวกเขายังเป็นนักบินในเวลาเดียวกันด้วย
โทยะจึงถามว่า หมายความว่าเครื่องนั้นเป็นของคนเมื่อ100กว่าปีก่อนงั้นเหรอ? ยูมิลตอบว่าก็คงคิดได้เช่นนั้น โทยะก็นึกได้ว่าไรล์บอกกับเค้าว่าเป็นวิญญาณเมื่อ 100ปีก่อน คงจะใช้ไทม์สลีปสินะ อีเวลบอกว่า โชคชะตาได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันนั้นเมื่อ29ปีก่อน ทำให้ยูมิลเกิดสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีเวลก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไร และเปลี่ยนเรื่องว่าที่สำคัญกว่าคือการโจมตีของจักรศักดิ์สิทธ์ไม่สามารถทำอะไรเครื่องนั้นได้เลย นี่แหล่ะปัญหา เอมี่จึงอาสาขอหาข้อมูลเผื่อบางทีอาจจะหาวิธีทำลายบาเรียนั้นได้ อีเวลาจึงฝากให้เอมี่จัดการเรื่องนี้และพูดว่า จากนี้ไปคงต้องยุ่งยากน่าดู เมื่อเรย์เบลดเคลื่อนไหวแล้วแบบนี้ โรดิสจึงเสนอให้ปิดเป็นความลับกับทางสภาความมั่นคงของอาคัลเทียไว้ก่อน
ที่โรงเก็บหุ่นโทยะถามเซริก้าว่า เรย์เบลดพอขยับได้ไหม เธอเลยตอบว่าดูเหมือนระบบจะยังใช้ได้อยู่แต่เรื่องอื่นยังบอกไม่ได้ โทยะเลยสงสัยว่าพังแล้วเหรอ แต่เซริก้าบอกว่า ไม่ใช่หรอกแต่ยังมีอะไรต้องตรวจสอบอยู่ ซึ่งยามาโตะสังเกตว่าเธอกำลังรู้สึกสนุก เซริก้าก็ยอมรับเพราะว่าก่อนหน้าที่เธอได้ทำการสำรวจยังโดนปิดผนึกอยู่ สำหรับเด็กผู้หญิงทั่วไปเป็นใครก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา แต่โทยะเหน็บแนมว่า มีแต่เธอเท่านั้นแหล่ะที่เป็น เซริก้ารับรองว่า ยังไงก็ตามยังมีพวกคนที่จัดเตรียมมาด้วยกันจากยอร์คอยู่ด้วยจะซ่อมแซมให้เรียบร้อยให้ดูเลย ยามาโตะถามว่าตอนนี้กำลังตรวจสอบเรื่องบาเรียของศัตรูอยู่สินะ เซริก้าตอบว่า ใช่ โชคดีที่บันทึกการต่อสู้ของเรย์เบลดสามารถนำออกมาได้ กำลังอยู่ในระหว่างวิเคราะห์ตรวจเทียบกับข้อมูลของพวกโครบิสอยู่
โทยะเลยเสนอตัวว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แต่เซริก้าก็ปฎิเสธว่า ขอรับไว้แค่น้ำใจก็แล้วกัน ที่นี่น่ะปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเค้าจัดการเถอะ แต่ถ้ามีวี่แววหรือท่าทีอะไรจะไปขอให้โทยะช่วยก็แล้วกันนะ โทยะตอบว่า เข้าใจแล้ว จนถึงตอนนั้นก็ฝากด้วยแล้วกัน ถ้ามีปัญหาให้เรียกได้เลยนะ เซริก้าเลยตอบว่า แน่นอน ถึงตอนนั้นจะใช้งานอย่างไม่เกรงใจเลยล่ะ แล้วโทยะจะขอตัวไปก่อนแต่ระหว่างเดินก็สังเกตเห็นเสี่ยวเฉินอยู่พอดี ซึ่งเค้ากำลังจัดเตรียมจักรกลศักดิ์สิทธ์อยู่ แล้วก็มีพนักงานคนนึงเดินมาแนะนำว่า เครื่องนั้นคืออาบาดี้เป็นของคนรักของเขา ตั้งแต่คนรักของเขาหายสาบสูญไปก็ไม่ยอมให้ใครแตะต้องอีกเลย ซึ่งก่อนหน้านี้พวกตนเคยเข้าไปขอตรวจสอบก็โดนไล่ออกมา
โทยะเลยเข้าไปทักทายเสี่ยวเฉินแต่เค้าบอกว่า อย่ามาเกะกะจะดีกว่า โทยะเลยถามไปตรงๆว่า เครื่องนั้นคนที่ขับเป็นคนรักของนายจริงๆเหรอ? เสี่ยวเฉินเลยบ่นว่า ยัยพนักงานคนนั้นยุ่งไม่เข้าเรื่องเลย โทยะเลยถามต่อไปว่า ทำไมถึงไม่ให้ใครแตะต้องเลยล่ะ ไม่เชื่อใจเหรอ? เสี่ยวเฉินได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นเบาๆ ทำให้โทยะรู้สึกฉงน เสี่ยวเฉินเลยบอกว่า พรสวรรค์ของนายสูงมากแต่ในฐานะนักบินจักรกลศักดิ์สิทธิ์แล้วยังไม่ไหวนะ โทยะเลยถามว่าหมายความว่ายังไง? เสี่ยวเฉินเลยแจกแจงว่า ไม่รู้กระทั่งเรื่องการจัดเตรียมด้วยตัวเองเลยเหรอ การปรับจูนเครื่องที่ตัวเองขับน่ะเป็นเรื่องที่สมควรทำด้วยตัวเอง สรุปว่าก็เหมือนกับการปกป้องร่างกายของตัวเราเองน่ะแหล่ะ นอกจากนี้อาบาดี้เครื่องนี้น่ะเตรียมพร้อมไว้ให้สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกเมื่ออยู่แล้ว ถึงแม้เธอ..เมริซซ่าจะกลับมาก็ไม่ต้องกังวล โทยะเลยถามอีกว่า เมริซซ่าเป็นชื่อคนรักของนายเหรอ แต่ทำไมถึงหายสาบสูญไปล่ะ เสี่ยวเฉินเงียบไปพักนึงก่อนจะตอบว่า ถามมากไปหน่อยนะ ยามาโตะเลยบอกโทยะให้พอแค่นี้เถอะ โทยะเลยขอโทษเสี่ยวเฉินแล้วก็จะขอตัว
แต่เจอกับไอเข้าพอดี เธอบอกว่ายูมิลเรียกน่ะ เห็นถามว่าคืนนี้จะพักที่ไหนน่ะ โทยะเลยแปลกใจว่า พักในรีโบเฟนเหมือนปกติไม่ได้เหรอ ไอเลยตอบว่า อย่ามาถามฉันสิ เขาแค่วานให้ฉันมาเรียกนายเท่านั้นแหล่ะ เอาล่ะ รีบไปได้แล้ว แล้วไอก็เข้ามาดึงแขนโทยะ โทยะเลยบอกว่า อย่าดึงสิมันเดินไม่ถนัดนะ ไอเลยหยอกว่า เอ๋? อยากควงแขนกับไอจังคนนี้เดินเล่นเพลินๆเหรอ? งั้นก็เร็วเข้าสิ แต่โทยะไม่เล่นด้วยจึงสะบัดหนี ไอเลยไม่พอใจแล้วถามว่า เดี๋ยวสิ ท่าทีแบบนั้นมันอะไรกันน่ะ นายนี่มันพวก B.A.หรือไงนะ โทยะเลยบ่นว่าเลิกใช้คำย่อแบบนั้นซะทีสมัยนี้จะรู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ ภาษานานาชาติแบบนั้นน่ะ ยังกะมีแต่เจตนาฆ่าฟันอัดแน่นอยู่เลย ว่าแต่ B.A.มันหมายความว่ายังไงน่ะ? ไอเลยยิ้มเยาะแล้วตอบว่า แค่นี้ก็ไม่รู้เหรอ B.A.น่ะก็คำย่อของ Bad Attitude ไงล่ะ โทยะเลยตอบว่า คำแปลกๆยากๆแบบนั้นฉันไม่รู้จักหรอก ฉันว่าเธอเอาความกระตือรือร้นแบบนี้ไปใช้เรื่องอื่นดีกว่านะ ไอเลยบ่นว่า หนวกหูน่า คำแบบนี้เด็กผู้หญิงมัธยมทั่วประเทศเค้าก็ใช้กันทั้งนั่นแหล่ะ โทยะเลยถามว่าจริงเหรอ ไอรู้สึกสงบลงแล้วก็ตอบว่า ใช่แล้วล่ะ เอาล่ะๆ ไปกันเถอะ เมื่อทั้ง2คนโต้เถียงกันเสร็จ เสี่ยวเฉินก็แอบหัวเราะเบาๆ
เมื่อมาพบยูมิลเธอจะบอกว่า ความจริงแล้วเรื่องที่พักของโทยะกับยามาโตะน่ะแหล่ะ เพราะตอนนี้ รีโบเฟนจะต้องเข้าศูนย์เพื่อทำการตรวจสภาพ แถมตอนนี้ที่พักแรมก็เต็มหมดแล้วด้วย ไอก็พูดขึ้นว่า เพราะมีพนักงานเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนนี่นะ นอกจากนี้ทุกคนส่วนใหญ่ก็พักในโรงเก็บหุ่นเสมอพอเวลาแบบนี้เลยไม่มีที่ให้นอนเลย ยูมิลเลยเสนอว่า เพราะฉะนั้นถ้าไปค้างบ้านของพี่สาวสะใภ้ฉันจะรังเกียจไหมคะ? ซึ่งโทยะก็ไม่ขัดข้อง ยูมิลเลยดีใจและบอกว่าดีจังค่ะ ไอเห็นท่าทีของยูมิลเลยแซวว่า สภาพมันดูแปลกๆนะ ยูมิลเลยสงสัยว่า ยังไงเหรอคะ? ไอเลยพูดตรงไปว่า จะบอกว่าถึงจะให้ไปอาศัยด้วยกันที่บ้านของพี่ชายกับพี่สะใภ้ แต่มันก็บ้านของยูมิลไม่ใช่หรือยังไงน่ะ ยูมิลตอบว่า เรื่องนั้นมันก็ใช่อยู่หรอก ไอเลยคัดค้านว่า ไม่ได้ๆ ไม่รู้จักคำว่า ชายหญิง7ขวบห้ามนั่งที่เดียวกัน หรือยังไง ยามาโตะเลยทักว่า ไอนี่ก็สรรหาคำแปลกๆมาใช้ได้นะ ยูมิลเลยชี้แจงว่า คงจะเข้าใจผิดแล้วล่ะ ฉันจะต้องอยู่วิเคราะห์บาเรียของเซย์อ้อต คืนนี้คงไม่ได้กลับบ้านหรอก ไอเลยแซวต่อว่า แล้วทำไมถึงต้องทำท่าลุกลี้ลุกลนด้วยล่ะ ยูมิลก็ตอบว่า ก็เป็นห่วงว่าจะปฏิเสธนี่คะ งั้นไอก็มาด้วยกันเลยไหมล่ะคะ? แต่ไอปฎิเสธว่าไม่จำเป็นต้องรีบร้อนแบบนั้นหรอก ทำให้ยูมิลแปลกใจ แต่ไอก็รีบปฎิเสธว่า ไม่มีอะไรแล้วขอตัวไปก่อน ทำเอายูมิลกับโทยะเดาท่าทีของเธอไม่ออกเลย
ที่บ้านยูมิล พี่สะใภ้ของยูมิลได้แนะนำตัวว่า ยินดีต้อนรับค่ะ โทยะซังใช่ไหมคะ ภรรยาของฟอลเซน จิน คราซิโอ้ ชื่อว่าพาลเดียค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก ขอบคุณที่ช่วยดูแลยูมิลอยู่เสมอนะ เมื่อได้ยินโทยะก็ถามว่า หา ผมฟังผิดหรือเปล่า ฟอลเซนคนนั้นน่ะเหรอ? พาลเดียเลยถามว่า เค้าไปทำเสียมารยาทไว้เหรอคะ? ตอนไอจังก็ถามแบบนี้ทีนึงแล้ว ต้องขอโทษด้วยนะคะ โทยะปฎิเสธว่าเปล่าครับและก็ถามว่า จะว่าไปงั้นยูมิลก็เป็นน้องสาวของฟอลเซนน่ะสิ? ยูมิลเลยแปลกใจว่า เอ๋ ไม่เคยบอกเหรอคะ โทยะตอบว่า ใช่ พี่น้องไม่เห็นเหมือนกันเลยนี่นา
พาลเดียเลยหัวเราะและแซวว่า พบคนดีๆเข้าแล้วสินะ ยูมิล ทำให้ยูมิลงงเพราะไม่เข้าใจความหมาย พาลเดียเลยเปลี่ยนเรื่องว่า เด๋วไว้คุยต่อตอนรับประทานอาหารก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันที่ที่น่าจดจำเพราะฉะนั้นจะทำเต็มฝีมือเลยละกันค่ะ แต่ยูมิลจะเอ่ยขึ้นมา พาลเดียเลยถามว่าไม่ทานด้วยกันเหรอ? ยูมิลตอบว่ามีเรืองที่ต้องทำอยู่อีกนิดหน่อยน่ะค่ะ พาลเดียเลยแซวอีกว่า เอ๋ ตัวเอกของวันนี้จะไม่อยู่ร่วมคนนึงได้ยังไงล่ะ? แฟนออกจะน่ารักไม่ใช่เหรอ? โทยะที่ซื่อจัดเลยถามว่า แฟนนี่หมายถึงใครเหรอครับ? พาลเดียเลยพูดว่า แหม ล้อเล่นกันเก่งจังเลยนะคะ
ยูมิลเลยรีบปฎิเสธด้วยความอายกับพาลเดียว่า เดี่ยวสิคะพี่ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษสักหน่อย พาลเดียเลยบอกว่า แหม ไม่เห็นจะต้องอายเลยนี่ ทั้งคู่ออกจะเหมาะสม ทำให้โทยะตกใจว่า หา? หมายถึงผมเหรอ? พาลเดียเลยถามว่า อ้าว หรือว่าจะไม่ใช่จริงๆ ก็ยูมิลเพิ่งจะพาผู้ชายเข้าบ้านเป็นครั้งแรกเลยนะคะเนี่ย ยูมิลเลยรีบปรามพาลเดียไม่ให้เธอพูดต่อด้วยความอาย
พาลเดียดูท่าทีของยูมิลแล้วเลยบอกว่า เอาล่ะ ก็ดูจะไม่ผิดซะทีเดียวล่ะถ้างั้นก็ยังไม่ช้าเกินไปนะ โทยะซังถ้ายังไม่มีคนที่ถูกใจล่ะก็เด็กคนนี้เป็นไงล่ะคะ? ยูมิลเลยรีบขัดขึ้นว่า นี่ อย่าพูดเชิญชวนตามใจชอบสิคะ โทยะซังก็ลำบากใจอยู่ใช่ไหมคะ ต้องขอโทษด้วยนะ โทยะเลยตอบว่า ครับ ไม่ต้องใส่ใจผมหรอก พาลเดียเลยแกล้งแซวยูมิลอีกว่า หืม ยูมิล นี่เป็นคำเตือนจากรุ่นพี่ในด้านความรักนะจ๊ะ ต่อไปอย่าใช้คำพูดแบบนี้กับฝ่ายตรงข้ามจะดีกว่านะ คำสุภาพน่ะเป็นการให้เกียรติฝ่ายตรงข้ามแต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นการเว้นระยะห่างเหมือนกันนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฝ่ายชายด้วยแล้ว ทำให้ยูมิลแปลกใจ พาลเดียเลยพูดต่อไปว่า เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนี้ไป เลิกพูดสุภาพกับโทยะซังได้ไหม? ยูมิลขัดว่า มากำหนดเอาตามใจแบบนี้มันก็.. แต่โทยะก็บอกว่า ผมก็คิดว่าอย่างนั้นก็ดีเหมือนกันนะ ทำให้ยูมิลตกใจ พาลเดียเลยยิ้มและพูดว่า เอาล่ะ งั้นเป็นอันตกลง ยูมิลเลยถามโทยะว่า ไม่รังเกียจจริงๆเหรอคะ? โทยะก็ตอบว่า ฉันก็ไม่ได้ใช้คำสุภาพอยู่แล้วนี่? ถ้ายูมิลไม่รังเกียจล่ะก็ฉันก็คิดว่าเอาตามนั้นดีกว่านะ ยูมิลเลยตอบตกลง โทยะเลยขออีกอย่างว่า จากนี้ไปเวลาเรียกฉันอยากจะให้ไม่ต้องใช้คำว่า ซัง ซึ่งแม้จะไม่ชินแต่ยูมิลก็ตกลง พาลเดียเห็นว่า ตกลงกันได้แล้วก็ชวนทานข้าวกันเลย ยูมิลก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องกลับไปทีห้องค้นคว้าแล้ว พาลเดียบ่นว่า น่าเสียดายจังแต่อย่าฝืนละกันนะ แล้วยูมิลจะขอตัวไปก่อน
เมื่อยูมิลไปแล้ว พาลเดียก็บอกกับโทยะว่า ฝากเด็กคนนั้นด้วยนะคะ อ่อ ไม่ใช่ความหมายแปลกๆหรอกนะ ยูมิลก็เป็นพวกที่มีความพยายามมากเกินไปหน่อยล่ะนะ
แล้วก็มีเด็กสาวคนนึงออกมาถามว่า คุณแม่คะ พี่สาวล่ะคะ? พาลเดียจะทักลูกสาวของเธอว่า อ้าว เมลวี น่าเสียดายนะยูมิลยังติดงานอยู่เลยวันนี้คงไม่กลับจ๊ะ เมลวีเลยบ่นเสียดายว่า อะไรกัน ทั้งที่อยากให้อยู่เล่นด้วยกันแท้ๆ โทยะเลยถามว่า เด็กคนนี้คือ? พาลเดียนึกขึ้นได้เลยแนะนำว่า ขอแนะนำนะ นี่ลูกสาวของฉันเมลวีค่ะ โทยะจะทักทายเธอแต่เมลวีกลับอายจนต้องหลบหลังพาดเดียถึงจะทักทายโทยะกลับได้ พาลเดียเลยถามเมลวี่ว่า เป็นอะไรไปเหรอ? เมลวี่เลยตอบเธอว่า คุณแม่ขี้รังแก พาลเดียเลยหัวเราะแล้วถามว่า หิวแล้วสินะ งั้นทานข้าวกันเถอะ
หลังทานข้าวเสร็จ โทยะจะขอบคุณและชมว่าอาหารอร่อยมากเลย พาลเดียตอบว่า ไม่เป็นไรค่ะ สมเป็นเด็กผู้ชายจริงๆเลย พอทานแล้วรู้สึกดีก็ทำให้คนทำรู้สึกปลื้มใจด้วย ยามาโตะสงสัยเลยถามเมลวี่ว่า ทำไมจ้องฉันด้วยสายตาดูดดื่มขนาดนั้นล่ะ โทยะเลยถามว่า อยากลองกอดดูไหมล่ะ? เมลวี่เลยถามว่าได้เหรอคะ? โทยะอนุญาตแล้วเมลวี่เลยเข้าไปกอดยามาโตะอย่างรักใคร่เอ็นดู โทร่าก็พูดขึ้นว่า ได้ยินจากยูมิลแล้วแต่ไม่คิดว่าจะพูดได้จริงๆเลยนะเนี่ย โทยะก็ตอบว่า ตอนแรกก็ไม่ได้หรอกแต่ ตอนนี้ก็คิดว่าดีเหมือนกัน
พอเมลวี่เล่นกับยามาโตะแล้วก็พูดว่า ถ้าพี่สาวอยู่ด้วยอีกคนคงจะสนุกกว่านี้ โทยะเลยถามว่า เมลวีรักยูมิลมากเหรอ? เธอตอบว่า ค่ะ ก็พี่สาวน่ะเป็นคนที่สวยแล้วก็ใจดีมากเลย ถ้าเมลวีโตขึ้นก็อยากจะเป็นเหมือนพี่สาวค่ะ โทยะเลยพูดว่า ถ้าเป็นเมลวี่ล่ะก็ไม่ต้องห่วงหรอก เมลวี่ปฏิเสธว่าแต่ผมหนูไม่สวยเหมือนพี่สาวนี่คะ โทยะถามว่า งั้นเหรอ แต่ก็ผมสีทองเหมือนกับคุณแม่ไม่ใช่เหรอ? เมลวี่เลยอธิบายว่า แต่ เมลวี่คิดว่าสีผมเหมือนกับพี่สาวดีกว่านี่นา ทั้งคุณพ่อทั้งคุณแม่หรือทุกคนก็ผมสีทองกันหมด มีแต่พี่สาวที่พิเศษกว่าคนอื่นนี่นา เมลวีก็.. พาลเดียจึงรีบขัดขึ้นว่า เมลวี ได้เวลานอนแล้วนะ โทยะซังก็ดูท่าจะเหนื่อยแล้วสินะ แต่เมลวีจะขอเวลาอีกนิดนึง แต่พาลเดียปฎิเสธและไล่ไปเปลี่ยนชุดนอนได้แล้ว เมลวี่เลยตกลง และถามโทยะว่า พี่ชายคะ ขอยืมยามาโตะจังไปนอนด้วยได้ไหม? ซึ่งทั้งยามาโตะและโทยะก็ไม่ขัด เมลวีเลยดีใจมากและกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนจะพายามาโตะกลับห้องนอน พาลเดียจะบอกว่าให้รอก่อน เดี๋ยวจะไปช่วยแต่เมลวีบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ทำคนเดียวได้ แต่พาลเดียก็ยังคงยืนกรานจะไปทำให้และขอให้โทยะรอสักครู่ พอเห็นภาพเช่นนี้แล้วทำให้โทยะพูดขึ้นมาลอยๆว่า ครอบครัว งั้นเหรอ
#1 By Jiban~* รุ่นปรับปรุง on 2009-04-01 12:34