ที่สะพานเดินเรือ ไอเสนอให้มีการเลือกหัวหน้ากลุ่มขึ้นมา ทำให้โทยะแปลกใจที่จู่ๆเธอก็พูดเรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็บอกว่าอย่าใส่ใจเรื่องหยุมหยิมเลยน่า แต่ถ้าไม่ตัดสินล่ะก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากได้ ดังนั้นมาตัดสินกันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า โทยะพยายามจะห้ามแต่ยามาโตะบอกว่า ไอเพิ่งจะกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมทำให้ทุกคนรู้สึกเบาใจไปเยอะแล้ว อย่าไปขัดใจเลย ซึ่งโทยะได้ฟังก็เห็นด้วย ยามาโตะเลยเห็นด้วยกับข้อเสนอของไอ   

    โทยะเลยถามว่าแล้วใครเหมาะสมล่ะ? โครบิส? แต่ตัวโครบิสปฎิเสธแล้วโบ้ยไปให้อาซ่าแทน แต่ไอคันค้านเพราะบุคลิคของอาซ่าเป็นลักษณะพวกตัวละครรองขืนให้เป็นผู้นำละก็ได้ไปตายกลางทางแน่ ทำให้อาซ่าหน้าเจื่อนไปเลย โครบิสเลยถามว่าแล้วใครเหมาะสมกันล่ะ? ซึ่งไอก็บอกว่า ก็ต้องเป็นคนที่มีความเป็นผู้นำ จิตใจดีงาม เทคนิคในการบังคับที่ยอดเยี่ยมไงล่ะ เฟย์อินเลยถามว่า งั้นฉันเหรอ? ทำให้เฟย์อินโดนไอต่อยแล้วบอกว่า อย่างนายน่ะ ดูยังไงก็เป็นพวกลิ่วล้อเหมาะจะพุ่งเข้าปะทะไม่ใช่เหรอ คนเป็นผู้นำน่ะ เค้าต้องเยือกเย็น และเต็มไปด้วยจิตวิญญาณที่เร่าร้อน

    

     โทยะถามว่าแล้วตกลงใครล่ะที่เหมาะสม? ไอเลยเฉลยว่า ก็ฉันไงล่ะ ก็เหลือแค่ฉันกับนายแล้วไม่ใช่หรือไงกันล่ะ? ทำให้เฟย์อินมองไอด้วยสายตาไม่เชื่อถือ ไอเลยถามว่า อะไรกัน ไม่พอใจอะไรกันยะ อาซ่าเลยขัดว่า แต่สำหรับฉันแล้วคิดว่าโทยะเหมาะสมนะ

 

 

 

 

     ทำให้ไอ เฟย์อิน และโทยะตกใจมาก โทยะเลยถามไอว่ามีอะไรไม่พอใจเหรอ? ไอเลยบอกว่า ถึงจะเป็นโทยะก็ไม่ต่างกับเฟย์อินหรอก ทำให้เฟย์อินไม่พอใจที่ว่า ถึงจะ นี่หมายความว่าไงกัน เซริก้าก็เห็นด้วยเพราะว่า ความก้าวหน้าของโทยะเป็นที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ปฎิเสธไม่ได้ว่าความสามรถนี้ถือเป็นพรสวรรค์เลยก็ว่าได้นะ      

     ยูมิลก็เห็นด้วยว่า แล้วก็จนมาถึงตอนนี้โทยะก็เป็นคนบัญชาการรบมาตลอด เธอเลยคิดว่าเหมาะสมที่สุดเช่นกัน แต่ไอกับเฟย์อินไม่เห็นด้วย อาซ่าเลยอธิบายกับไอและเฟย์อินว่า คนที่เป็นผู้นำน่ะก็ไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องเสมอไปหรอกนะถึงจะดูเท่ห์เวลาบัญชาการรบก็เถอะ แต่ความจริงแล้วต้องคอยคิดแผนไปด้วย สั่งการไปด้วย แถมยังต้องมีเรื่องยุ่งยากค่อนข้างมากด้วย เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟย์อินและไอก็เลยพร้อมใจกันโบ้ยตำแหน่งผู้นำให้โทยะแต่โดยดีโดยเจ้าตัวปฎิเสธไม่ได้เพราะทุกคนก็มีความเห็นตรงกัน แล้วยูมิลก็บอกว่าฝากด้วยนะคะ โทยะจึงยอมรับหน้าที่นี้      

      แล้วการู้ดก็ออกมาชมเชยว่าตอบได้ดี ดูน่าพึ่งพาได้ดีนะ แล้วชิเอลก็ถามการู้ดว่าพอไปถึงแผ่นดินศักดิ์สิทธ์แล้วควรจะทำอะไรต่อไป? การู้ดเลยบอกว่า พอหน้าที่ส่งรีโบเฟนกับจักรกลศักดิ์สิทธ์เสร็จสิ้นแล้วจะกลับยอร์คเลย เฟย์อินถามว่าจะไม่มาร่วมสู้ด้วยกันเหรอ? แต่การู้ดบอกว่า ไม่ว่าใครก็ต้องมีหน้าที่ของตนเอง อีกทั้งยังต้องกลับไปขับไล่กองกำลังจิคริมออกไปด้วย เซริก้าถามว่า หรือว่า เพื่อเหตุนี้เลยให้ทหารไปรวมพลที่ภูเขาครอนเดม ซึ่งเขาก็ตอบว่าใช่ ถ้าเขาไม่ขับไล่ศัตรูออกไปคงมองหน้าฝ่าบาทที่เสียไปไม่ได้ ยูมิลจึงบอกว่า เป็นความจริงที่พวกเราไม่มีสิทธิไปก้าวก่ายแต่แผนการพัฒนาจักรกลศักดิ์สิทธ์นั้นได้รับความร่วมมือกับยอร์คก็เป็นเรื่องที่ปฎิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องที่พวกเราทำได้ล่ะก็จะให้ความร่วมมือเต็มที่ ซึ่งการู้ดก็ขอขอบคุณในน้ำใจและเมื่อถึงแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แล้ว คงต้องรบกวนอีกหลายอย่างเลย ซึ่งยูมิลก็ตอบว่า ด้วยความเต็มใจค่ะ 

     เมื่อมาถึงแผ่นดินศักดิ์สิทธ์แล้ว โทยะจะสงสัยว่าที่เรียกว่า แผ่นดินศักดิ์สิทธ์นี่เพราะอะไร เซริก้าเลยขอให้ยูมิลช่วยอธิบายแทน ยูมิลตอบว่า ถ้าจะให้อธิบายอย่างง่ายๆก็นี่คือโลกของอาคัลเดียซึ่งแหล่งการศึกษาของสมาคมวิจัยการเล่นแร่แปรธาตุ ที่เป็นชื่อเรียกรวมของการวิจัยเครื่องยนต์ ซึ่งยูมิลก็ถามว่าที่อธิบายเข้าไปไหม? โทยะตอบว่าไม่เลย ยูมิลเลยยกตัวอย่างง่ายๆว่า ถ้าที่โลกโทยะเรียกว่า วิทยาศาสตร์ โลกนี้ก็คือ การเล่นแร่แปรธาตุ นั่นแหล่ะ หลังจากการอธิบายอย่างยืดยาวของยูมิล เซริก้าก็เสริมว่า ที่แผ่นดินศักดิ์สิทธ์แห่งนี้ยังเป็นสถานที่วิจัยยุทโปกรณ์ทางการทหารระดับแนวหน้าสุดอีกด้วย สรุปว่า การที่ได้เทคโนโลยีทั้งหมดเอาไว้ในมือในการพัฒนายุโธปกรณ์ทางด้านการทหารเรียกได้เป็นศักยภาพของประเทศนี้เลยทีเดียว

 

      

      แล้วเฟย์อินก็บอกว่า แล้วที่นี่ก็ยังมีเรย์เบลดอยู่ ถ้าแผ่นดินศักดิ์สิทธ์เกิดภัยล่ะก็ จะต้องปรากฏตัวออกมาแน่นอน แล้วโทยะจะถามถึงเรย์เบลดว่าคืออะไร เซริก้าเลยอธิบายว่า เป็นเครื่องต้นแบบของจักรกลศักดิ์สิทธิ์ที่พวกโทยะใช้อยู่ เคยถูกพบครั้งนึงเมื่อ 29 ปีก่อนแต่ไม่เคยเห็นขยับได้เลยสักครั้งแต่เมื่อ 109ปีก่อน ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นเพียงเครื่องเดียวที่สามารถต่อกรกับ เซย์อ้อตได้ แต่ว่ากันว่าพลังนั้นถูกปิดผนึกไว้อยู่ โทยะเลยบอกว่า ถ้าขยับไม่ได้ก็ไม่มีประโยชน์นี่นา เซริก้าก็ตอบว่า เพราะถูกปิดผนึกอยู่ตอนนี้เลยอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ก่อนหน้านั้นได้ข้อมูลมาอยู่ในมือเลยถือว่าโชคดีจริงๆล่ะ โทยะถามว่าเรื่องอะไรเหรอ แต่เซริก้าบอกว่าเป็นความลับ 

      ทำให้ยูมิลเข้ามาถามว่า เซริก้าแอบไปแฮกกิ้งข้อมูลมาล่ะสิ แต่เซริก้าก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยูมิลเลยบ่นว่า ความจริงก็เป็นปัญหาใหญ่แต่ ตอนที่พวกฉันรู้สึกตัวก็โดนก่ออาชญากรรมไปซะแล้ว บางทีไม่คิดว่าจะมีใครเอาข้อมูลนั้นไปใช้กับเครื่องทดลองด้วยน่ะสิ เซริก้าก็ตอบว่า แต่มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักหน่อย ยูมิลก็บอกว่า มันก็จริงแต่เพราะเรื่องนี้ ท่านอีเวลกับใต้เท้าโรดิสคงลำบากแน่ โทยะเลยบอกว่า ก็เพราะมีเจ้าหญิงแบบนี้ล่ะนะ  

     แล้วเฟย์อินก็ถามถึงว่าที่นั่นมีการพัฒนาจักรกลศักดิ์สิทธ์เครืองใหม่อยู่สินะ ยูมิลตอบว่าใช่แล้วตอนนี้ที่ปรับปรุงเสร็จแล้วก็มีจักรกลระยะประชิด ดุซเซลดอฟ กับจักรกลลอยอากาศฟอลทีส เฟย์อินเลยถามว่าตอนนี้ดุซเซลดอฟเสร็จสมบูรณ์แล้วใช่ไหม เซริก้าบอกว่าแน่นอน ตอนนี้ก็สามารถใช้งานได้ทันทีเลย ทำให้เฟย์อินเริ่มหัวเราะแบบมีเลศนัย เซริก้าเลยดักคอว่า คงไม่ได้คิดอะไรแผลงๆใช่ไหม? เฟย์อินเลยแก้ตัวบอกว่าแน่นอน ไม่เลยสักนิด

 

        

     โทยะที่กำลังมองเฟย์อินอย่างไม่มั่นใจจู่ๆก็เกิดเสียงร้องกังวานออกมา ยูมิลเลยถามว่า เป็นอะไรไป? ซึ่งนอกจากโทยะแล้วจะไม่มีใครได้ยินเสียงนี้เลย แล้วเสียงก็หยุดลงโทยะจึงหยิบเครื่องรางที่ได้รับจากอัลฟอริน่าขึ้นมาดู ยูมิลจึงถามว่า นี่เป็นเครื่องรางเสียงกังวานไม่ใช่เหรอ? โทยะตอบว่า ใช่ จริงสินะตอนนั้นก่อนจะออกรบ อัลฟอริน่าได้ให้ไว้เพราะเชื่อว่า จะนำทางพวกเราไปยังทิศทางที่ถูกต้องได้ พอตั้งใจจะคืนให้ก็ดันเกิดเรื่องนั้นซะก่อน ยูมิลก็ตอบว่า บางทีท่านอัลฟอริน่าอาจจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้วก็ได้ ไอก็บอกว่า จริงสินะ เธอมีพลังล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าอยู่นี่นะ แต่ทำไมถึงไม่ใช้มันล่ะ? อาซ่าเลยตอบว่า ก็เพราะท่านเป็นคนไม่ใช่เหรอ? คนที่พร้อมจะช่วยเหลือคนส่วนรวมมากกว่าตัวเองน่ะ เรี่องนี้เธอน่าจะรู้ดีที่สุดนะ ไอก็ตอบว่า เรื่องนั้นมันก็จริง  

     แล้วโครบิสเลยเข้าเรื่องว่า แล้วเครื่องรางนั้นมันมีความหมายสำคัญยังไงกัน ยูมิลเลยตอบว่า นี่เป็นเครื่องรางที่เป็นกุญแจปลดผนึกเรย์เบลด อาซ่าเลยสรุปว่าที่ปลดผนึกเรย์เบลดไม่ได้ก็เป็นเพราะ กุญแจอยู่ที่ยอร์คแต่ตัวเรย์เบลดกลับอยู่ที่แผ่นดินศักดิ์สิทธ์นี่เอง โทยะเลยสงสัยว่าทำไมต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากด้วย อาซ่าเลยบอกว่าคงอาจจะเป็นเพราะไม่ได้คิดจะใช้งานเรย์เบลดน่ะสิ ยูมิลตอบว่าใช่แล้ว เพื่อไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของใคร นอกจากนี้ราชวงศ์อิสทาชก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ด้วย ทั้งราชินีองค์ก่อนและเจ้าหญิงอัลฟอริน่าล้วนแต่เป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ เพื่อการณนั้นจึงขอความร่วมมือในการปิดผนึกอย่างลับๆ สรุปว่า การคุ้มกันเรย์เบลดก็เป็นหน้าที่หนึ่งของยอร์คเช่นกัน โทยะถามว่าแล้วเรย์เบลดมันอันตรายถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? ยูมิลเลยอธิบายว่าตัวเรย์เบลดน่ะไม่มีอันตรายหรอก แต่ ยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับพลังนั้นอีกมาก เพื่อปกป้องผู้ที่ใช้งานสิ่งนั้น จึงได้สร้างผนึกซึ่งมีผลในการดูดกลืนการแผ่พลาน่า ยังไงก็แล้วแต่ข้อมูลของเรย์เบลดที่มีก็ยังมีอีกมากที่ยังไม่รู้

 

   

 

    เมื่อมาถึงแผ่นดินศักดิ์สิทธ์ มิยาสุโกะจะรายงานว่ามีการต่อสู้เกิดขึ้น เซริก้าจึงให้ทุกคนออกรบทันที พอลงมาถึงเซริก้าจะแปลกใจเรื่องเครื่องของฝ่ายศัตรูเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ยังก็ต้องสู้กันอยู่ดีจึงให้ทุกคนลงมาประจำที่ได้

 

 

 

เมื่อโครบิสลงมาโอเรรี่ที่ขับจักรกลศักดิ์สิทธ์ที่มารออยู่ก่อนก็พูดกับเขาว่า อย่ามาเกะกะดีกว่า โครบิสเลยหยอกไปว่า เพื่อเธอผู้เป็นที่รักแล้วต่อให้ต้องฝืนตัวเองยังไงก็ไม่หวั่น ทำให้เธออายและถามว่าจริงเหรอ?

 

 

 

แต่พอเขาบอกว่าล้อเล่น เธอก็บัลดาลโทสะยิงปืนใส่เครื่องของโครบิสจนแม้แต่โครบิสยังเกือบหลบไม่ทัน

   

     จนโครบิสโวยวายว่าจะฆ่ากันหรือยังไงแต่เธอก็ทำเป็นไม่สนใจ

 

 

 

จนเสี่ยวเฉินก็บ่นว่า คู่นี้นี่ไม่เปลี่ยนเลย อาซ่าเลยทักทายเสี่ยวเฉินไปว่า สำหรับหมอนี่ชั่วชีวิตก็เปลี่ยนไม่ได้หรอก ไม่ได้พบกันนานเลยนะ เสี่ยวเฉินซัง ทางเสี่ยวเฉินก็ถามทุกข์สุขอาซ่ากลับเช่นกัน แล้วโอเรรี่เห็นโทยะเข้าจึงถามว่า หมอนี่เหรอ? คนใหม่ที่เป็นที่คาดหวังน่ะ ทำให้โทยะงงที่เธอเรียกแบบนั้น โอเรรี่เลยอธิบายว่า ก็สามารถขับเซย์ฟอนได้ตั้งแต่ในการรบครั้งแรกไม่ใช่เหรอ คาดหวังกับนายไว้อยู่นะ เสี่ยวเฉินก็บอกว่า ก่อนอื่นก็ต้องขอดูฝืมือหน่อย โทยะเลยถามว่านี่คงไม่ใช่งานเลี้ยงต้อนรับสินะ อาซ่าเลยเตือนว่า พวกเค้าค่อนข้างจริงจังต่างจากพวกเราท่าทางจะอยากทดสอบฝีมือเธอให้เห็นกับตาตัวเอง ซึ่งโครบิสก็บอกให้โทยะโชว์ฝีมือให้พวกเค้าดูหน่อย เมื่อโทยะบอกว่าพร้อมแล้วการต่อสู้ก็เริ่มขึ้น

 

   

     เทิร์นที่2 เซริก้าจะพบว่าเฟย์อินแอบลงจากยานไปที่โกดังเพื่อทำอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

     จนเทิร์นต่อมา เฟย์อินก็ออกมาพร้อมกับดุซเซลดอฟ ทำเอาเซริก้าเหนื่อยใจเพราะคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ แต่พอโจมตีศัตรูแล้วพลาน่าของเฟย์อินก็เกิดอาการผิดปกติ เนื่องจากค่าพลังใจไม่พอ เลยโดนเซริก้าติดต่อมาด่าว่า เพราะไปขับดุซเซลดอฟตามใจโดยไม่คิดหน้าคิดหลังเลยเป็นแบบนี้ แล้วก็เอาอาจารย์ของเฟย์อินมาขู่ จนเฟย์อินหงอยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี เซริก้าเลยเสนอโอกาสให้ว่าถ้าให้ความร่วมมือกับพวกโทยะเป็นอย่างดีจะเสนอกับโรดิสให้เฟย์อินเป็นนักบินของดุซเซลดอฟให้ แต่ถ้าทำพังล่ะก็น่าดู ซึ่งแม้เฟย์อินจะรับปากแต่เซริก้าก็หาได้วางใจแม้แต่น้อย จนเมื่อกำจัดศัตรูหมดก็จบฉากทันที

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

มาจากบอร์ด GG นะครับ สนุกมากครับ big smile

#1 By Thomas (58.9.143.121) on 2009-03-28 16:17

ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์ตามมาชมถึงที่บล็อค

#2 By Shion on 2009-03-28 17:11