โครบิสจะบอกกับทุกคนว่า หาตัวออสวาลด์ไม่พบ เพราะพบดาบของเค้ามีคราบเลือดติดอยู่ด้วย โทยะจึงสงสัยว่าทำไมถึงรู้ได้ว่าเป็นดาบของออสวาลด์ โครบิสจึงตอบว่า ให้การู้ดเป็นคนตรวจสอบให้ ตอนนี้ทุกคนกำลังล่าตัวอยู่ เฟย์อินไม่อยากเชื่อว่า หมอนั่นเป็นถึงนายกรัฐมนตรีจะกล้าลงมือกับเจ้านายตัวเองได้ลง แต่แล้วก็มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น ดีร็อคจึงรายงานว่า ประตูโรงเก็บหุ่นที่1ถูกทำลายและมีอะไรบางอย่างหนีออกไป แล้วเซริก้าจะตรวจพบว่าที่หนีออกไปคือมิเรอ้อนของเฟย์อิน โทยะจึงจะรีบตามไป แต่เซริก้าปราบไว้ให้รอก่อน เพราะว่า อาร์ทเวสเปลใช้ชิ้นส่วนที่พิเศษต่างออกไป และไม่สามารถเตรียมพร้อมให้อยู่ในสภาพดีได้ เพราะฉะนั้นที่สู้ตอนนี้มีเพียงพวกเราเท่านั้น อาซ่าก็เข้าใจว่าให้เรดิวส์ฝืนสู้ตอนนี้ก็คงไม่ไหว โครบิสเลยเรียกให้พวกเราออกรบไปตามจับออสวาลด์กัน

   

 

     ออสวาลด์ที่หนีออกมาจากรีโบเฟนเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ตัวเองถูกบุตรของปีศาจนิทราที่ถูกสาปของไคน์เข้าไป เรดิวส์จะแปลกใจที่ออสวาลด์สามารถขับหุ่นพังประตูยานออกไปได้แต่การู้ดบอกว่า หมอนั่นเคยเป็นทหารมาก่อนเลยไม่น่าแปลกใจหรอก แต่ตอนนี้หุ่นทั้ง3ตัวของพวกเค้าไม่สามารถออกปฎิบัติการได้ช่างน่าเสียดายนัก เรดิวส์เลยบอกว่า ไว้ใจโทยะเถอะฝีมือของหมอนั่นไม่เลวเลยทีเดียว การู้ดจึงเกิดความสนใจและบอกว่า โทยะเหรอ งั้นขอดูผลงานผู้ชายที่เจ้ายอมรับหน่อยก็แล้วกัน

 

 

 

 

 

     แล้วบากินทหารฝ่ายจิคริมที่แอบซุ่มอยู่จะเห็นหุ่นของออสวาลด์เข้าและเห็นรีโบเฟนมาด้วย เรนเดอร์คิดว่าคงได้โอกาสชำระแค้นกับอาซ่าและโครบิสแล้วจึงสั่งให้ดูสถานการณ์แล้วรอฉวยโอกาสโจมตี  

     เมื่อพวกโทยะตามลงมา เฟย์อินจะโวยวายถามเซริก้าว่าไม่มีเครื่องอื่นให้เค้าใช้แล้วเหรอ เซริก้าก็บอกว่า ไม่มีแล้ว คราวนี้ก็อยู่เฝ้ายานก็แล้วกัน  ส่วนออสวาลด์ก็กำลังจะรีบไปหนีไปที่คฤหาสต์ของไคน์  เลนเดอร์เลยสั่งให้ลูกน้องออกมาได้ อาซ่าเลยบอกโทยะให้อย่าเพิ่งไปสนใจพวกผู้ก่อการร้ายให้มุ่งเป้าไปจับออสวาลด์ให้ได้ก่อน แล้วเซริก้าจะสั่งห้ามทำลายมิเรอ้อนเด็ดขาด โทยะจึงบ่นว่าต้องจับโดยห้ามทำลายแล้วยังต้องรับมือกับผู้ก่อการร้ายอีกงานหนักแฮะ อาซ่าก็บอกว่า ตอนนี้ไอไม่อยู่ทำให้ลำบากหน่อยแต่ ก็ช่วยไม่ได้ รีบกันเถอะ และให้โทยะช่วยสั่งการเช่นเคย

       

     เมื่อตามจับออสวาลด์ได้สำเร็จแล้ว ออสวาลด์จะเกิดคลั่งพูดจาไม่รู้เรื่องออกมา แล้วไอจะปรากฎตัวออกมาและเล็งปืนเข้าหามิเรอ้อนเพื่อจะแก้แค้นออสวาลด์ จึงมีให้เลือก2 ทาง

1.หยุดไอไว้

2.ไม่ห้าม  

 

 

     เลือก 1 โทยะจะห้ามไอไว้และบอกว่า ต่อให้ฆ่าหมอนั่นไปอัลฟอริน่าก็ไม่ฟื้นกลับมาหรอก ไอก็ตอบว่า เรื่องนั้นรู้อยู่แล้ว แต่จะให้ปล่อยหมอนั้นไว้ฉันทำไม่ได้หรอก ขอร้องล่ะ อย่าขัดขวางเลย โทยะก็ไม่ยอมหลีกและบอกว่า ใจเย็นหน่อยสิ ถ้าลั่นไกปืนไปล่ะก็เธอก็จะกลายเป็นคนประเภทเดียวกับหมอนั่น เหมือนกับที่เธอยกโทษให้หมอนั่นไม่ได้นะ

 

 

 

     ไอก็ยังคงดื้อดึงว่า ช่างมันสิ ยังไงฉันก็ยกโทษให้หมอนั่นไม่ได้เด็ดขาด ทำไมเด็กคนนั้นต้องถูกฆ่าด้วยล่ะ ทำไม….

 

    แล้วจู่ๆออสวาลด์ก็เกิดคลั่งกดปุ่มระเบิดตัวเองของมิเรอ้อนทำให้โทยะโดนลูกหลงไปด้วยจนเสียหายหนัก ไอจึงรีบถามโทยะว่าเป็นอะไรไหม แล้วทำไมถึงไม่หนีไป แต่โทยะก็ยังเงียบทำให้ไอโมโหว่า ทำไมถึงเงียบไปล่ะ ทั้งๆที่เธอเป็นห่วงความเป็นความตายของเค้าอยู่ ยามาโตะเลยอธิบายว่า ถ้าเกิดหนีล่ะก็ ออสวาลด์จะพุ่งไปหาไอแทนน่ะสิ ทำให้ไอได้ยินก็อึ้งไป

 

 

 

    โทยะเลยบอกว่า ถ้าเกิดเธอตายไปล่ะก็คงถูกเด็กคนนั้นโกรธเอาแน่ๆเลย ไอเลยต่อว่าโทยะว่า บ้ามากจริงๆเลย แต่ ขอบคุณนะ โทยะก็บอกว่าไม่อยากให้เธอฆ่าคนอย่างไร้ความหมายเท่านั้นเอง แล้วยามาโตะก็เลยขัดคอระหว่างจีบกันอยู่ว่า ยังมีศัตรูเหลืออยู่นะให้ไอเข้ามาช่วยกันหน่อย เธอก็ตอบว่า รับทราบ แล้วเมื่อกำจัดศัตรูได้หมดแล้วเรนเดอร์จะคุยกับอาซ่าและโครบิสเล็กน้อย ซึ่งหลังจากชนะได้เลนเดอร์จะถอยทัพไป  

     เมื่อกลับเข้ารีโบเฟนโครบิสจะถามอาซ่าว่า รู้จักเจ้าคนที่ชื่อเรนเดอร์ไหม? อาซ่าก็ตอบว่า ไม่ แต่ตัวเค้าเองก็สะกิดใจคำพูดของหมอนั่นตอนต่อสู้เมื่อกี้เหมือนกัน หมอนั่นพูดเหมือนเจาะจงที่เค้าเป็นการส่วนตัวอย่างชัดเจนเลย โครบิสก็บอกว่า หมอนั่นก็สู้กับเราเป็นครั้งแรก แต่เหมือนราวกับมีเรื่องผูกใจเจ็บมาก่อนอย่างงั้นแหล่ะ อาซ่าก็ตอบว่า มาคิดๆดูแล้วยังกับตอนซ้อมรบคราวนั้นเลย โครบิสถามว่า หมายถึงตอนที่เข้าไปปะทะเล็กๆน้อยๆกับพวกจิคริมน่ะเหรอ? อาซ่าตอบว่าใช่ โครบิสเลยนึกออกว่าจำได้ว่าตอนนั้นมีหมู่บ้านข้างๆถูกลากเข้ามาพัวพันกับไฟสงครามด้วย และพวกเราก็เสียเมริซซ่าไปตอนนั้น ก็คงคิดได้แค่เหตุผลนี้ อาซ่าก็คิดว่า หมอนั่นต้องหมายตาพวกเราอยู่แน่ถ้าพบกันอีกครั้งคงหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ได้ ถูกตามอาฆาตแบบนี้รู้สึกไม่ดีเอาซะเลย โครบิสก็บอกว่า นั่นสินะ ค่าชดเชยของสงครามมันไม่มีเรื่องดีหรอก แล้วชวนกันไปที่สะพานเดินเรือ

   

     ที่สะพานเดินเรือยูมิลรับแจ้งว่า ออสวาลด์ได้ตายไปแล้ว แต่เซริก้าสงสัยคำพูดก่อนตายที่ว่า บุตรของปีศาจนิทราที่ถูกสาป คืออะไรกันแน่ ยูมิลเลยอธิบายว่า ปีศาจนิทรา คือ ความสามารถอย่างหนึ่งที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ถ้าจ้องมองตาของอีกฝ่ายเข้าล่ะก็ จะสามารถปลดปล่อยจิตใจส่วนลึกสุดออกได้ เป็นความสามารถที่1คนจะมีสักคนในหลายหมื่นคน ถ้าเจ้าชายไคน์เป็นอย่างที่กล่าวมาละก็ ถ้าก่อให้เกิดผลกระทบกับคนๆนั้น(ออสวาลด์)ล่ะก็เรียกได้ว่ามีความสามารถที่แข็งกล้าเลยทีเดียว

 

     เซริก้าขัดว่า แต่เมื่อ5ปีก่อนเค้ายังไม่มีพลังที่ว่านี่เลยนี่นา ยูมิลตอบว่า ยังไงสาเหตุที่ปีศาจนิทราจะเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องที่ไม่อาจจะคาดคิดได้ ตอนที่หายไปจากพวกเราเมื่อ3ปีก่อน จนถึงตอนที่ปรากฏตัวมานี่เกิดอะไรขึ้นบ้างนั้นก็ไม่อาจทราบได้ แล้วโทยะจะถามว่า เจ้าปีศาจนิทรานี่มีพลังเป็นแบบรูปธรรมอย่างไรเหรอ? สามารถควบคุมคนได้ราวกับสะกดจิตเหรอ? ยูมิลปฎิเสธว่า ไม่ใช่หรอก ปีศาจนิทราน่ะ จะปลุกความรู้สึกในจิตใจที่หลับอยู่ในก้นบึ้งของจิตใจฝ่ายตรงข้ามให้ตื่นขึ้น ไม่สามารถบังคับกันได้หรอก

 

    โครบิสเลยถามบ้างว่า แปลว่าเจ้าออสวาลด์นั่นในก้นบึ้งของจิตใจก็คิดอยากฆ่าเจ้าหญิงอยู่แล้วน่ะสิ ยูมิลตอบว่า บางทีอาจจะเป็นผลสะท้อนของการอยากครอบครองเอาไว้ผู้เดียวอย่างสูงขีด โครบิสเลยถามอีกว่า ถ้างั้นเหล่าต้นตอของภูตผีนั่นก็คือเจ้าคนที่ชื่อไคน์นั่นสินะ อาซ่าก็พูดว่า ถ้าการคาดเดาของพวกเราถูกต้องล่ะก็ น่าจะเป็นเช่นนั้น เขาทำให้เราวิ่งไปตามแผนของตัวเองได้สำเร็จ แต่เซริก้าก็ยังไม่อยากเชื่อว่า ไคน์ที่แสนอ่อนโยนคนนั้นจะทำเรื่องแบบนี้ได้

 

     ชิเอลเลยหันมาถามเรดิวส์ว่า เขาได้พบไคน์ที่รินปาร์คมาก่อนใช่ไหม? เขาตอบว่าใช่ เจ้าชายไคน์ที่เค้ารู้จักเมื่อก่อนนี้ก็เป็นคนหนุ่มที่มีเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองเช่นเดียวกับตอนนี้แล้วก็เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศที่ดูน่าอันตราย ชิเอลเลยถามอีกว่า งั้นเหรอ แต่ถ้าอยู่ใกล้แบบนี้ทำไมถึงไม่รู้สึกตัวล่ะ ทำไมถึงไม่คุ้มกันเจ้าหญิง? นี่น่ะเหรออัศวินน่ะ? เรดิวส์จึงได้แต่ขอโทษเธอ แต่ชิเอลก็บอกวา ไม่ใช่เรื่องที่เค้าต้องมาขอโทษหรอก ถึงเศร้าไปก็ทำอะไรไม่ได้ เราจะต้องล้างแค้นให้องค์หญิง เรดิวส์เลยเตือนเธอกลับว่า ชิเอล อย่าให้ความโกรธเข้าครอบงำสิ ท่านการู้ดเคยสอนไว้แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำให้เธอพูดไม่ออก       แล้วดีร็อกส์จะถามว่าไอไปไหน ยูมิลจะบอกว่าเธอยังอยู่ในห้องของตัวเองน่ะ มิยาสุโกะก็รู้สึกเป็นห่วงว่าเธอจะเป็นอะไรไหม โครบิสก็บอกว่าที่เศร้าน่ะไม่ได้มีแค่ไอหรอก พวกเราทุกคนที่อยู่ทีนี่ก็เหมือนกัน แต่คนที่อดทนอยู่มากที่สุดอาจจะเป็นยัยนั่นก็ได้ อาซ่าเลยขอร้องให้โทยะไปดูอาการของไอให้หน่อย ซึ่งโทยะก็รับปาก ระหว่างที่เดินไปที่ห้องของไอยามาโตะจะถามว่า เธอจะเป็นอะไรมากไหมนะ โทยะก็บอกว่า ยัยนั่นน่ะ ตอนที่รู้ว่าเจ้าหญิงยังมีชีวิตอยู่ก็ดีใจมากเลย ดูท่าจะดีใจจากส่วนลึกของหัวใจเลยล่ะ ความเศร้าของยัยนั่นคงจะมากว่าที่พวกเรากำลังคิดอยู่แน่ๆ ความรู้สึกของการที่สูญเสียบุคคลสำคัญไปฉันพอเข้าใจดี ฉันก็คิดว่าคงพอให้กำลังใจได้นะ    

     โทยะพยายามเคาะประตูห้องของไออยู่นานแต่ก็ไม่ยอมเปิดจนสักพักเธอก็ขานรับ โทยะจึงขอให้ช่วยเปิดหน่อย เธอเลยขอให้รอสักครู่ เมื่อออกมาเธอก็ถามว่ามีอะไรเหรอ? โทยะเลยถามกลับไปว่า เป็นยังไงบ้าง? สบายใจขึ้นบ้างไหม? เธอตอบรับสั้นๆ โทยะเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว ทุกๆคนกำลังเป็นห่วงอยู่ โผล่หน้าไปให้เห็นหน่อยสิ เธอก็ยังตอบรับสั้นๆเช่นเดิม โทยะจึงขอตัวก่อน แล้วไอจะเรียกโทยะให้รอก่อนและก็หน้าแดงก่อนจะขอบคุณที่เมื่อกี้ได้ช่วยป้องกันเธอเอาไว้ โทยะเลยแซวว่า พูดตรงๆก็เป็นนี่ ไอเลยเริ่มมีน้ำโหแล้วตะคอกใส่ว่า นี่ คนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจพูดแท้ๆ โทยะเลยหัวเราะแล้วก็ขอโทษเธอและบอกว่า แต่ก็ดีแล้วที่เธอกลับมาเป็นร่าเริงเหมือนเดิมได้

 

     ไอก็ตอบรับสั้นๆอีกครั้งด้วยใบหน้าที่เขินอาย 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet