ที่ป้อมเบลเนีย หญิงสาวคนนึงได้มุ่งหน้าเข้ามาในห้องทำงานของพ่อตน ทางด้านพ่อของเธอก็ถามสาเหตุที่ทำให้เธอดูร้อนรนเช่นนี้ เธอได้ถามว่าเป็นความจริงหรือที่ปราสาทแฟรมเอลค์ได้ถูกยึดไปแล้ว พ่อของเธอจึงบอกให้สงบสติก่อนและถามว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือออกไปกัน เธอสงสัยว่าเป็นเรื่องโกหกหรอกเหรอ แต่ว่าไม่สามารถติดต่อกับแฟรมเอลค์ได้เลย นอกจากนี้หลายๆวันที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของศัตรูมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นนี่จะมีความเป็นได้สูงถ้าเกิดว่าปราสาทได้ถูกยึดได้แล้ว

 

     พ่อของเธอจึงถามว่า นี่เจ้าไม่เชื่อคำพูดของพ่อตัวเองเหรอ คำพูดของการู้ด เบีย วราเซน คนนี้น่ะ? หือ ชิเอล ทำให้ชิเอลเงียบไป แล้วการู้ดก็พูดต่อไปว่า นี่น่ะเป็นเรื่องที่จิคริมจะพยายามทำให้พวกเราหวั่นไหว ถึงได้ปล่อยข่าวลือแบบนี้เพื่อรบกวนพวกเรา ทำให้เธอเชื่อว่านี่เป็นแผนการของพวกจิคริม การู้ดจึงเสริมว่า นี่เป็นหลักฐานว่าศัตรูก็ไม่ได้สบายไปกว่ากันเท่าไหร่ นี่อาจจะเป็นเวลาแห่งการตัดสินแพ้ชนะเลยก็ได้ แล้วก็สั่งให้ชิเอลออกจากป้อมแล้วมุ่งหน้าไปที่ครอนเดม ที่นั่นไทรอนจะต้องกำลังรวบรวมกองกำลังอยู่เป็นแน่ แล้วร่วมกันโจมตีขนาบข้างพวกจิคริมซะ

    

     แม้ชิเอลจะสงสัยว่า ไทรอนอยู่ที่นั่นจริงไหมแต่เมื่อเป็นคำสั่งเธอจึงต้องทำตามในนามของ ชิเอล เรน วราเซน ซึ่งการู้ดก็พอใจคำตอบของเธอมาก แต่แล้วก็วกมาพูดก่อนเธอไปว่า ชิเอล เจ้าก็เป็นผู้หญิงนะ จะใช้ชีวิตในฐานะนักรบแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน ตอนนี้จริงๆก็ได้เวลาแล้วที่จะ.. ชิเอลจะแย้งว่า เรื่องนั้นอีกแล้วเหรอคะ ลูกไม่คิดจะแต่งงานเลยค่ะ และสิ่งที่ต้องการตอนนี้เพียงแค่ปรนิบัติท่านพ่อต่อไปเท่านั้น นอกจากนี้พวกผู้ชายที่คิดว่าผู้หญิงมีหน้าที่แค่ผลิตลูกน่ะมีเยอะเกินไป ในตอนนี้ชายและหญิงต่างเท่าเทียมกันแล้ว การที่ผู้หญิงจะต้องมาเลี้ยงลูกที่เกิดมาน่ะเป็นแค่อีโก้ของพวกผู้ชายต่างหาก ผู้ชายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวแบบนั้นแหล่ะ การู้ดแย้งว่า แต่ผู้ชายทั้งหมดก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นนะ เธอตอบว่าก็ใช่ค่ะ ถ้าเป็นอย่างท่านพ่อนะ เมื่อพูดกันพอแล้วการู้ดจึงให้ชิเอลออกไปปฎิบัติหน้าที่ได้ เมื่อชิเอลออกไป การู้ดก็บ่นว่ายังเถรตรงเหมือนเดิมนะ ยังไม่เป็นผู้ใหญ่ซักที แต่ ก็เหมือนท่านฟีริสขึ้นเรื่อยๆแล้ว 

    

     ที่ยานรีโบเฟน ทุกคนมารวมกันที่สะพานเดินเรือแต่จะขาดไอไปคนนึง อาซ่าจะบอกว่าเห็นอยู่ในครัวน่ะ โครบิสจึงวานให้โทยะไปตามให้หน่อย เพราะเห็นว่าไอกับโทยะดูเหมือนจะถูกชะตากันดี โทยะจึงบ่นโครบิสว่าใช้คนเก่งจริงๆเลยแต่ก็ชวนยามาโตะออกไปตามไอด้วยกันแต่ก็ยังข้องใจว่าทำไมต้องให้เค้าไป อาซ่าก็บอกว่า คนที่ไอสนใจรองจากอัลฟอริน่าก็มีแค่โทยะเท่านั้นแหล่ะ ช่วยหน่อยละกันนะ 

     ระหว่างทางยามาโตะสังเกตเห็นไคน์กำลังเดินไปที่โรงเก็บหุ่น โทยะเลยนึกได้ว่าอาซ่าขอให้ช่วยจับตาดูเขาอยู่เลยตัดสินใจแอบสะกดรอยตามไป ซึ่งดูเหมือนไคน์ก็รู้ตัวอยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้แสดงตัวอะไร จนพอมาถึง แซคซัสหุ่นส่วนตัวของไคน์ เจ้าตัวก็ถามโดยไม่หันมาว่า เป็นเครื่องที่ยอดเยี่ยมใช่ไหมล่ะ? ออกมาเถอะจะซ่อนไปถึงเมื่อไหร่

 

     โทยะเลยปรากฏตัวออกมา ไคน์เลยถามว่าที่ทำแบบนี้เพราะไม่เชื่อใจเขาหรือยังไง โทยะพูดไม่ออก ไคน์จึงบอกว่า ช่างเถอะ ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่ฉันควรทำ เพื่อการนั้นจึงต้องทำเจ้านี่ให้เสร็จก่อน ยามาโตะถามไคน์ว่านี่เป็นเครื่องของอาคัลเทียเหรอ? ไคน์ตอบว่าใช่แล้วแต่ภายในเป็นของพิเศษ แล้วก็ยังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงด้วย โทยะจะสงสัยเรื่องพลังที่แท้จริง แต่ไคน์บอกว่าเป็นความลับน่ะ แล้วก็มาถามเรื่องของพวกโทยะบ้าง แต่โทยะถามกลับว่าทางฝ่ายเราต่างหากที่ต้องถามว่ามาทำอะไรที่นี่ ไคน์ตอบว่าเพื่อคุยกับโทยะ เพราะสนใจเป็นการส่วนตัว และถามว่านายพอใจกับสถานการณ์ในตอนนี้แล้วเหรอ? สถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ต่อสู้โดยต้องขึ้นขับจักรกลวิญญาณศักดิ์สิทธ์แบบนี้น่ะ

 

     โทยะตอบว่าจะพอใจหรือเปล่าตัวฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าฉันยกโทษให้ประเทศที่ชื่อว่าจิคริมไม่ได้หรอก และก็จะเพิกเฉยต่อเจ้าพวกเซย์อ้อตไม่ได้เช่นกัน ไคน์ชมว่า นายเป็นคนที่ซื่อดีจริงๆ แต่ก็ยังมีคำถามเรื่องการต่อสู้อยู่ใช่ไหมล่ะ? โทยะตอบว่าก็ใช่ ก็คิดว่าทำไมต้องมาขับหุ่นสู้กันด้วยแต่ ถ้ามีสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ล่ะก็ฉันจะทำสิ่งนั้น อันดับแรก ฉันไม่ใช่คนที่จะได้แต่มองดูอยู่เฉยๆแน่ ไคน์เลยเสนอว่า งั้นไม่ลองไปที่สถานที่ดูคุ้มค่าหน่อยเหรอ? ได้เห็นความสามารถของนายในการขับจักรศักดิ์สิทธ์ครั้งแรกแล้วล่ะ สถานที่ซึ่งจะได้แสดงความสามารถนั้น โทยะถามว่าหมายความว่ายังไง ไคน์ตอบว่า ที่ๆสามารถปฎิวัติโลกนี้ได้ไงล่ะ โทยะจึงถามอีกว่า นายเป็นใครกันแน่? ไคน์ตอบว่า ก็แค่อดีตเจ้าชายไงล่ะ โทยะคุง เรื่องที่คุยนี่เอาไปคิดดูนะ ถึงจะอยู่ที่นี่ไปนายก็มีแต่ความทุกข์ เอาล่ะฉันจะกลับไปที่สะพานเดินเรือล่ะ โทยะจะพยายามเรียกให้ไคน์หยุดก่อนแต่ก็ไม่ได้ผล

 

เลยเดินกลับไปเรียกไอแทนแต่ไอก็ไม่ได้อยู่ที่ห้องครัวแล้ว จึงกลับไปที่สะพานเดินเรือ   

    ทางด้านการู้ดที่โล่งใจว่าชิเอลได้ออกไปจากที่นี่แล้วก็ได้ออกมาพร้อมหุ่นที่นอกป้อม ทหารจิคริมได้รายงานกับคร้าดหัวหน้ากองของตนว่า มีหุ่นดาบประกายแสงมายาปรากฏตัวขึ้น แล้วคร้าดก็ได้เห็นเบลเซดอลฟ่าของการู้ดด้วยตาตัวเอง ทางการู้ดก็สัมผัสถึงพลาน่าของคร้าดได้เช่นกัน ซึ่งคร้าดก็ได้ประกาศแนะนำตัวเองกับการู้ดพร้อมทั้งท้าสู้ตัวต่อตัว การู้ดก็รับคำท้า 

     ตัดมาทางรีโบเฟน เซริก้าจะให้มิยาสุโกะฉายภาพสถานการณ์ที่ป้อมเบลเนียจะพบว่ามีศัตรูล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เรดิวส์บอกว่า ยังดีที่ทางหนียังปลอดภัยอยู่ เซริก้าสงสัยเรื่องทางหนีที่ว่า เรดิวส์จึงอธิบายว่า เป็นทางหนีภัยที่ทำเอาไว้เผื่อเวลาที่ป้อมเบลเนียเกิดเรื่องขึ้น พูดง่ายๆว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ดังที่ว่า ก็จะหลบนี้ได้จากทางนั้น ออสวาลด์แย้งว่า แต่ ถ้าถูกคิดว่าไม่ได้อยู่แนวหน้าแล้วกำลังเตรียมกำลังอยู่ด้านหลังล่ะ ถ้าถูกส่งกองทหารเข้าไปล่ะก็จะเป็นอันตรายกับพวกเราหรือเปล่า ไคน์ก็เห็นว่า จริงสินะ แต่ไม่คิดว่าโง่ไปหน่อยเหรอที่ทำไมถึงกระจายกำลังรบแบบนี้? ผู้บังคับบัญชาของจิคริมนี่บ้าหรือเป็นนักวางแผนกันแน่นะ

 

     เรดิวส์ตอบว่า แต่จากที่สายรายงานมาผู้บังคับบัญชาที่ว่าคือ คร้าด บาคุรี่เชียวนะ ไคน์ค้านว่า คนๆนั้นน่ะสนใจข่าวที่กระจายไปเท่านั้นแหล่ะหรือ ความน่าเชื่อถือตัวข่าวเองเป็นไปได้สูง ซึ่งน่าจะเป็นกรณีหลังนะ นี่อาจจะเป็นปมอย่างหนึ่งก็ได้ เรดิวส์เลยเสนอว่า งั้นก่อนอื่นฉันจะไปเจราจาดูก่อน ถ้าเจรจาล้มเหลวล่ะก็  ให้ใช้จักรกลวิญญาณศักดิ์สิทธ์เข้าบุกแล้วก็ฝากช่วยท่านการู้ดกับชิเอลด้วยนะ อาซ่าเห็นว่าเรื่องนี้มันอันตรายเกินไป แต่เรดิวส์ก็บอกว่า จู่ๆ จะเปิดฉากการสู้รบเลยก็คงจะไม่ดี นอกจากนี้จักรกลศักดิ์สิทธ์ก็ต้องหลีกเลี่ยงเรื่องการเป็นปฎิปักษ์กับประเทศนั้นด้วย เพื่อการณ์นี้นี่เป็นทางที่ดีที่สุด แล้วอัลฟอริน่าจะเข้ามาแล้วบอกว่า ทำเช่นนั้นไม่ได้นะไทรอนก็ไม่อยู่แล้วถ้าต้องเสียคุณไปอีกคนล่ะก็  

 

     ทำให้ทุกคนตกตะลึงที่เธอได้ยินเรื่องเมื่อกี้ ยูมิลรีบเข้ามาถามอาการของเธอ แต่อัลฟอริน่าก็บอกว่า แค่ยังรู้สึกหน้ามืดนิดหน่อย ทำให้ไอไม่พอใจแล้วบอกว่า ก็บอกให้นอนอยู่เฉยๆแท้ๆ แต่อัลฟอริน่าก็บอกว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้ค่อยยังชั่วแล้ว ยิ่งไปกว่านี้ให้ใช้รีโบเฟนเป็นตัวล่อแล้วในระหว่างนั้น ก็ใช้วิธีรีบพาหลบหนีแล้วก็รวมตัวกันกลับมาแล้วแยกตัวออกมาไม่ได้เหรอ? เพราะตัวเธอคิดว่าการต่อสู้กันไปก็ไม่มีความหมาย แต่โครบิสก็บอกว่า ฝ่ายโน้นก็อันตรายไม่น้อย การเจรจาเป็นไปโดยสวัสดิภาพฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ อัลฟอริน่าเลยตอบว่า ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณในฐานะนักรบแต่ตอนนี้ขอให้ช่วยอดทนได้ไหมคะ? เรดิวส์จึงรับทราบคำสั่ง

 

     แต่พอสิ้นการตอบรับของเรดิวส์อันฟอริน่าก็ล้มลงทันที ทุกคนจึงรีบปรี่เข้ามาดูอาการ แต่เธอบอกว่าแค่หน้ามืดนิดหน่อยเท่านั้น ไอจึงรีบเรียกให้หมอมารับด่วนเลย ซึ่งออสวาลด์จะขอให้ทุกคนดำเนินแผนการต่อไปส่วนอัลฟอริน่าเค้าจะพาไปเองพร้อมกับมิยาสุโกะ ซึ่งก่อนออกไปไคน์กับออสวาลด์จะมองหน้ากันอย่างมีเลศนัย พอออกไปกันแล้วไอจะทำท่าเป็นห่วงจนอาซ่าปลอบว่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกต้องไม่เป็นไรแน่ 

     ทางด้านการู้ดก็เริ่มดวลกับคร้าด ซึ่งการู้ดก็ได้ยอมรับในศักดิ์ศรีของคร้าดในฐานะนักรบเช่นเดียวกัน ซึ่งพวกโทยะจะเห็นทั้งคู่ดวลกันตัวต่อตัวอยู่จึงไม่ได้แทรกแทรง ซึ่งทั้งสองก็ผลัดกันรุกคนละทีจนทำให้ต่างฝ่ายต่างพอใจในฝีมือของอีกฝ่าย

 

     แต่จังหวะนั้นก็มีทหารคนนึงของฝ่ายจิคริมแอบลอบโจมตีการู้ดโดยที่ไม่ทันตั้งตัว แต่โชคดีชิเอลปรากฎตัวออกมาจัดการทหารคนนั้นได้ทันเวลาพอดี ซึ่งคร้าดก็ได้ต่อว่าการกระทำอันต่ำช้าของทหารใต้บังคับบัญชาของตนว่า ถ้าได้ชัยด้วยวิธีนี้จะมีความหมายอะไร ส่วนการู้ดก็ถามชิเอลว่าทำไมถึงกลับมา ชิเอลรายงานว่า ไทรอนนี่เล่นละครตบตาได้แย่ชะมัดเลย การู้ดเลยพูดว่า ความแตกแล้วเหรอเนี่ยแล้วคนถามถึงคนอื่นๆ ชิเอลจึงบอกว่า ให้ถอนตัวไปแล้วที่นี่เหลือแค่พวกเราสองคนเท่านั้น แล้วคร้าดจะขอโทษการู้ดถึงการกระทำของลูกน้องตน แต่การู้ดก็ไม่โทษเขาเพราะเชื่อว่าคนอย่างคร้าดมีศักดิ์ศรีพอจะไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่ๆ แต่พอทั้งคู่จะเริ่มดวลกันอีกครั้งทหารฝ่ายจิคริมก็ขัดคำสั่งคร้าดโดยบุกกรูกันเข้ามาหาการู้ดและบางส่วนก็คุ้มกันคร้าดไว้ จนคร้าดแปลกใจที่พวกทหารขัดคำสั่งตน โทยะที่ดูอยู่ก็บอกว่า ท่าจะแย่แล้วแฮะ ไคน์จึงถามว่าจะเอายังไงล่ะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ทั้งสองคนนั้นต้องตายแน่ เรดิวส์จึงขอโทษทุกคนและจะขอแยกทางกะรีโบเฟนที่นี่ แต่ยูมิลจะปรามไว้เพราะอยากให้ลองเจรจาดูก่อน ไคน์ก็ยังคงขัดขึ้นว่า อย่าทำเช่นนั้นดีกว่า เพราะดูจากการเคลื่อนไหวของจิคริมแล้วดูไม่พร้อมใจกันเลย หลักฐานก็คือไม่ฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แล้วก็เสนอแผนว่า ให้ลงจากตรงนี้ไปรวดเดียวเพื่อดึงความสนใจฝ่ายตรงข้ามแล้วช่วย2คนนั้นออกมาจากนั้นก็รีบถอยกลับมารวดเดียวเลยดีไหม? ซึ่งเซริก้าก็เห็นด้วยกับไคน์เพราะจะทิ้งให้การู้ดกับชิเอลไว้แบบนั้นไม่ได้ ยูมิลก็เห็นด้วยว่า การจะไหนน่ะง่ายแต่ถ้าไม่ช่วยทั้ง2คนด้วยล่ะก็คงช่วยโลกไม่ได้แน่ จากนั้นก็สั่งให้ทุกคนบุกได้เลย

 

     ทางด้านห้องพยาบาล อัลฟอริน่าบอกมิยาสุโกะว่าอาการของตนดีขึ้นแล้ว แล้วถามออสวาลด์ว่าทำไมสีหน้าดูไม่ดีเลย มิยาสุโกะเลยอาสาไปหยิบยามาให้ แต่ออสวาลด์จะขอตัวไปพักผ่อนดีกว่าแล้วออกจากห้องไป แล้วคุณหมอคาฮอนจะมาตามมิยาสุโกะกลับสะพานเดินเรือเพราะการรบเริ่มขึ้นแล้ว อัลฟอริน่าจะบอกให้มิยาสุโกะไปเถอะไม่ต้องห่วง ขอเธอพักผ่อนสักเล็กน้อยก็พอ มิยาสุโกะจึงขอตัวไป

 

     แต่แล้วพอมิยาสุโกะออกไปไม่นาน ออสวาลด์ก็กลับเข้ามาหาอัลฟอริน่าอีกครั้ง เขาเริ่มพูดกับอัลฟอริน่าว่า ถ้าเกิดช่วยการู้ดกับชิเอลออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว จากนั้นจะเดินทางต่อไปที่แผ่นดินศักดิ์สิทธ์ตามกำหนดการซึ่งที่นั่นพระแม่อีเวลกับเจ้าชายโรดิสกำลังรออยู่สินะ แล้วเค้าจะถามต่อว่า เครื่องรางเสียงกังวานอยู่กับพระองค์ใช่ไหม? อัลฟอริน่าจะแปลกใจที่เค้าถามถึงสิ่งนั้น แล้วออสวาลด์จะบอกว่านั่นเป็นของสำคัญซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสำหรับชัยชนะ แต่อัลฟอริน่าก็บอกว่าไม่ต้องห่วงหรอกขอแค่มีท่านโรดิสอยู่ด้วยเราจะไม่มีวันแพ้

 

     ทำให้ออสวาลด์เกิดอาการคลั่งที่อัลฟอริน่าเอาแต่พูดถึงชื่อของโรดิส ทั้งๆที่ตัวเขาต่างๆที่มองแต่เธอ ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นเธอกลับไม่ยอมรับความรู้สึกของเขา แล้วจู่ๆออสวาลด์จะเกิดคลุ้มคลั่งและชักมีดออกมา บังคับให้อัลฟอริน่ามอบเครื่องรางมา แต่อัลฟอริน่าก็ร้องแต่ให้โรดิสมาช่วย ทำให้ออสวาลด์ยิ่งแค้นและขาดสติได้ใช้มีดในมือกระทำสิ่งที่แม้แต่ตัวเค้าตอนมีสติอยู่ยังไม่คาดคิดลงไป     

     ทางด้านพวกโทยะก็ลงมาช่วยพวกการู้ดโดยจะช่วยถ่วงเวลาให้การู้ดกับชิเอลหนีเข้าไปที่รีโบเฟน ส่วนพวกตนจะคอยสกัดทหารที่ตามมาให้เอง ก่อนจะเข้าปะทะ โทยะกับไอจะรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแต่อาซ่าก็บอกให้ทั้งคู่สนใจศัตรูที่อยู่ข้างหน้าก่อนเพราะเป้าหมายคือการให้ชิเอลกับการู้ดหนีไปได้ ทำให้ทั้ง2คนต้องให้ความสำคัญกับศัตรูตรงหน้าก่อน แล้วการู้ดจะกล่าวลากับคร้าดว่าไว้คราวหน้าค่อยมาสู้กันใหม่ ซึ่งคร้าดก็ขออวยพรให้โชคดี

    

  เมื่อจัดการศัตรูไปได้10 เครื่องหรือชิเอลกับการู้ดไปจนถึงรีโบเฟน คร้าดจะสั่งให้ทหารทุกนายถอยทัพ  ส่วนไคน์จะแยกตัวออกไปทำให้เซริก้าแปลกใจพร้อมทั้งพูดทิ้งท้ายไว้ว่า เป้าหมายของฉันได้บรรลุแล้ว แล้วทิ้งปริศนาให้เซริก้าคิดว่า ที่ตนมาอยู่ที่นี่ไม่คิดว่ามันจะเหมาะเจาะพอดีเกินไปหน่อยเหรอ สร้างความแปลกใจให้เซริก้าเป็นอย่างมาก ที่เค้ายอมรับว่ามีส่วนร่วมกับจิคริม 

     ในยานรีโบเฟน เซริก้าขอโทษทุกคนที่ แม้จะไม่อยากเชื่อแต่แผนครั้งนี้ไคน์มีส่วนรู้เห็นกับฝ่ายจิคริมจริงๆ แล้วยูมิลจะถามถึงไอ โครบิสเลยบอกว่า ไปเยี่ยมอัลฟอริน่าแล้ว ยูมิลจึงบ่นว่า ช่วยไม่ได้ล่ะนะ

 

     แล้วเฟย์อินจะพาการู้ดกับชิเอลเข้ามาพบทุกคน เซริก้าเลยแนะนำทั้งคู่ให้ทุกคนรู้จัก ซึ่งการู้ดจะอยากเข้าเฝ้าอัลฟอริน่าแต่ยูมิลก็บอกว่าเธอกำลังพักฟื้นอยู่ แล้วเซริก้าจะถามว่าคนอื่นไปไหนกัน การู้ดบอกว่าให้มุ่งหน้าไปที่ครอนเดมแล้ว ที่นี่เหลือเพียงตนกับชิเอลเท่านั้น ชิเอลเสนอว่าเมื่อเจ้าหญิงปลอดภัยแล้วก็ขอให้พวกเรามุ่งหน้าไปที่แผ่นดินศักดิ์สิทธ์กันเลย ซึ่งเซริก้ากับยูมิลก็เห็นด้วย แล้วการู้ดจะขอไปเยี่ยมอัลฟอริน่า โครบิสเลยเสนอว่าไหนๆก็ไหนๆก็ไปกันพร้อมกันทุกคนเลยก็แล้วกัน

  

     ตัดไปที่ไอที่เพิ่งทำคุกกี้เสร็จก็กำลังเอาไปให้อัลฟอริน่าชิมอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อเข้าไปในห้องพยาบาลเธอก็พบกับกลิ่นแปลกๆ แล้วเมื่อค่อยเดินไปใกล้ๆก็พบกับอัลฟอริน่า

 

 

     แล้วเธอก็กรีดร้องออกมาดังลั่นไปทั่วทั้งยาน ซึ่งระหว่างที่เฟย์อินกำลังนำทางการู้ดไปด้วยคุยไปด้วยอยู่ทุกคนได้ยินเสียงของไอก็รีบไปที่ห้องพยาบาล

 

     ก็พบกับภาพที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา ที่แม้แต่โทยะยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง มีเพียงแต่ไอกำลังร้องไห้และพยายามเรียกให้อัลฟอริน่าลืมตาขึ้นมา แต่ก็ไม่มีปาฎิหารย์เกิดขึ้นทำให้เธอกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ซึ่งโทยะก็เจ็บใจที่ไม่อาจทำอะไรได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet