Spoil Singnal Heart ~Hikami Nagisa~Route 5

posted on 05 Nov 2009 22:09 by shion20

ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยครับที่หายไปเกือบอาทิตย์เนื่องจากพอดีคุณพ่อของผมป่วยเป็นโรคหัวใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้งานที่บ้านเยอะขึ้นและช่วงเย็นไปเยี่ยมเกือบทุกวันทำให้แทบจะไม่ีมีเวลามาทำสปอย ซึ่งตอนนี้คุณพ่อท่านอาการดีขึ้นแล้วผมจึงถือโอกาสมาสปอยต่อละครับ ถึงช่วงสำคัญพอดีเลย

 

รุ่งเช้าวันหยุด ฮาจิเมะนั่งรอนางิสะอยู่ที่ห้องอาหารแต่เช้าจนอากิระลงมาพบเขาจึงถามว่าทำอะไรอยู่ เมื่อบอกจุดประสงค์ให้อากิระได้รู้ เธอก็บอกว่านางิสะออกจากหอไปตั้งแต่เช้าแล้ว ฮาจิเมะเลยบอกเธอว่าจะออกไปข้างนอกบ้าง และถามอากิระว่าจะทำอะไรบ้างในวันนี้ เธอบอกว่าจะขอนั่งเย็บเสื้อผ้าต่อในห้องของตัวเอง ฮาจิเมะเลยบอกให้เธอพยายามเข้า และคิดว่าอยู่รอที่หอต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์เลยคิดว่าจะออกไปตามหานางิสะข้างนอกดีกว่า

 

 

หลังจากตามหานางิสะตามที่ต่างๆที่เขาพอจะนึกออกว่าเธอจะไปแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ฮาจิเมะจึงกลับมาที่หอและเปลี่ยนแผนว่าจะ ดักรอเธอที่ห้องนั่งเล่นจนในที่สุดนางิสะก็กลับมาถึงหออายาเมะ ฮาจิเมะรีบเข้าไปทักทายเธอและถามว่าไปไหนมา แต่นางิสะกลับทำหน้าลำบากใจและไม่ยอมตอบคำถามเขา แล้วก็เดินหนีเขากลับห้องของตัวเองไปโดยแม้เขาจะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันกลับมา ฮาจิเมะก็เริ่มกังวลว่าคงเป็นเพราะสาเหตุมาจากเรื่องเมื่อวานแน่ๆ ทั้งๆที่เขาเองรู้แล้วว่าตัวเองคิดยังไงกับนางิสะแต่เธอก็ไม่เปิดโอกาสได้เขาได้บอกทำให้รู้สึกกลุ้มใจมาก คืนนั้นหลังจากปิดไฟแล้ว ฮาจิเมะก็นอนคิดอยู่บนเตียงเรื่องที่เขาหาโอกาสคุยกับนางิสะไม่ได้เลยแม้แต่เวลาอาหารเย็นก็ไม่ได้พบเธอ เลยเข้านอนและคิดว่าพรุ่งนี้ต้องพยายามคุยกับเธอให้ได้

 

 

เช้าวันต่อมา ทุกคนก็แปลกใจที่นางิสะไม่ยอมมาที่ห้องอาหาร จิสะจะห่วงว่าเธออาจจะไม่สบายจนล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ มายูกิเลยถามอากิระว่าได้คุยกับนางิสะบ้างไหม อากิระก็บอกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ทุกคนเลยหันมามองที่ฮาจิเมะ พอฮาจิเมะถามว่ามีอะไรกันจิสะก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไร แต่โคโคเนะบอกว่าถ้าเป็นฮาจิเมะล่ะก็น่าจะรู้อะไรบ้าง ฮาจิเมะก็บอกว่าตัวเขาต่างหากที่อยากจะถาม มายูกิเลยรู้สึกเป็นห่วงนางิสะมาก อากิระเลยถามฮาจิเมะว่าที่เมื่อวานบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนางิสะได้คุยไหม ฮาจิเมะก็ปฎิเสธว่าไม่ได้คุยเลย โคโคเนะเลยคิดว่าคงจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่แน่ๆ ฮาจิเมะก็พอเดาออกว่านางิสะคงจะออกไปจากหอแล้วเพื่อหลบเลี่ยงการพบหน้าเขาจึงไม่มาทานข้าวเช้า

 

 

หลังเลิกเรียน นางิสะได้เข้าร่วมประชุมโดยยกหัวข้อต่อยอดมาจากวันก่อนโดยวันนี้เธอพูดคุยกับนักเรียนชายได้อย่างไม่มีท่าทีรังเกียจ ส่วนเคนก็โดนนักเรียนชายในหอเฉ่งเรื่องที่แอบไปชิมเค๊กของนางิสะคนเดียวเมื่อวันก่อน จนฮาจิเมะไม่มีช่องให้เข้าไปคุยกับนางิสะเลย เขาจึงรอจนประชุมเสร็จก่อน แต่พอมายูกิสั่งเลิกประชุมแล้ว ฮาจิเมะที่พยายามหาตัวนางิสะจนเจอกลับเจอเคนเข้ามารั้งตัวไว้เพราะต้องการจะไปที่ร้านน้ำชาเพื่อชิมเครื่องดื่มที่จะเลือกมาใช้งานออกร้าน และไม่ทันที่จะได้ปฎิเสธก็โดนเคนลากออกไปด้วยกันจนได้

 

 

เมื่อเข้าไปถึงร้านชาแล้ว พอเคนสั่งเครื่องดื่มแล้วฮาจิเมะที่ไม่มีกะจิตกะใจอยู่แล้วก็สั่งเครื่องดื่มตามเคนไปและถามว่า เรื่องเครื่องดื่มให้ปรึกษารุ่นพี่จิสะไม่ดีกว่าเหรอ เคนก็ออกรับว่าไม่มีปัญหาหรอกเพราะพวกคนในหอฮิมาวาริให้สิทธิเขาเป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว ยังไงให้พวกผู้หญิงรับผิดชอบเรื่องเค้กไปแล้วพวกเราก็ควรทำอะไรเองบ้าง แล้วเคนจะเริ่มถามฮาจิเมะว่า ได้พยายามทำให้นางิสะยอมรับผู้ชายได้ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า เพราะว่าไหนๆรวมมือกันทั้งที ก็อยากให้ช่วยกันทำให้ประสบความสำเร็จร่วมกัน ทำให้ฮาจิเมะมองดูเค็นแล้วเป็นคนดี แต่ก็แค่แว๊บเดียวเพราะเคนก็เผยจุดประสงค์ว่าตนจะมีอานิสงค์ได้เข้าไปที่หออายาเมะอีก(ตูผิดที่คิดในแง่ดีไปแว๊บนึง)

 

 แล้วคราวนี้เคนก็เข้าเรื่องจริงๆโดยถามฮาจิเมะว่าทำไมเขาดูไม่ร่าเริงเลย แถมดูนางิสะเองก็บรรยากาศดูแปลกไป หรือว่ามีเรื่องอะไรกับนางิสะ ฮาจิเมะเลยถามกลับว่าทำไมเขาถึงรู้ได้ เคนตอบว่า ก็เพราะฮาจิเมะน่ะซื่อจะตายดูแปปเดียวก็รู้แล้ว แถมปกติที่ผ่านมานางิสะเองก็พูดคุยกับฮาจิเมะ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นวันนี้ไม่แม้แต่จะสบตากันเลย ในทางกลับกันที่ฮาจิเมะเอาแต่เหลือบมองเธออยู่ตลอด จนฮาจิเมะเถียงไม่ได้และรู้สึกได้ว่าเคนมองเขาได้อย่างทะลุปุโปร่งมาก และเคนก็เสนอให้ฮาจิเมะลองปรึกษาตนดูถึงแม้สำหรับฮาจิเมะแล้วเขาจะดูพึ่งพาไม่ได้ก็ตาม ฮาจิเมะปฎิเสธว่าไม่ใช่แบบนั้น และตอนนี้เขาก็กำลังต้องการระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้ใครสักคนพอดีจึงเริ่มเล่าให้เคนฟังเรื่องระหว่างเขากับนางิสะ

 

พอฟังที่ฮาจิเมะเล่าจบ เคนก็ด่าว่าน่าโดนต่อยจริงๆที่ปล่อยเรื่องให้ผ่านเลยมาจนเป็นแบบนี้ แม้แต่ความรู้สึกของตัวเองก็ยังไม่ได้บอกให้นางิสะรู้ เขารู้ว่าฮาจิเมะเป็นมนุษย์ที่หัวโคตรช้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้เลย นอกจากนี้ถ้าจะออกจาหอหญิงล่ะก็มันก็เป็นเรื่องที่น่าจะทำแต่แรกไม่ใช่เหรอและก็แนะนำว่าอย่ามานั่งเป็นทุกข์และให้กระโจมเข้าชนกับมัน ถ้ายืนอยู่กับที่ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ฮาจิเมะจึงรู้สึกขอบคุณเคนจากใจจริง (แต่เคนขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นแนะนำเพื่อนน่ารักๆของนางิสะให้สักคน ฮาจิเมะก็ตามน้ำไป)

 

 

ที่หอฮาจิเมะได้ดักรอนางิสะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นพอเห็นเธอกำลังจะออกไปก็ได้เรียกเธอเอาไว้ เขาขอโทษเธอและบอกว่ามีเรื่องที่ถึงยังไงก็ต้องพูดกับเธอให้ได้ แต่นางิสะปฎิเสธว่าไม่มีอะไรจะพูดกับเขา และกำลังจะรีบด้วย จากนั้นเธอก็วิ่งหนีไป จนฮาจิเมะรู้สึกเจ็บใจที่ไม่มีความก้าวหน้าเลยแต่ก็ได้บอกกับตัวเองว่าจะยอมแพ้ไม่ได้

 

 

หลังจากหนีเข้ามาในห้องนางิสะล้มตัวลงบนเตียงและถอนหายใจที่ตัวเองต้องหนีฮาจิเมะมาอีกแล้ว และก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถก้าวข้ามความรู้สึกของตัวเองได้ซะที และแล้วอากิระก็เคาะประตูเพื่อขอเข้ามาคุยด้วย นางิสะเลยถามเธอว่ามีธุระอะไร อากิระก็บอกว่าเป็นเรื่องของฮาจิเมะซึ่งพอดีเธอเห็นเค้ากำลังอ่านนิตยสารสำหรับบ้านเช่าอยู่ก็เลยอยากมาบอกนางิสะ นางิสะก็ตอบว่า ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น อากิระเลยตกใจที่นางิสะรู้อยู่แล้ว นางิสะก็สารภาพว่าเธอเองก็เห็นแล้วเช่นกัน อากิระเลยถามว่าแล้วทำไมเธอถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ ทำไมถึงไม่ห้ามเขา การที่รุ่นพี่จะออกไปสำหรับนางิสะจะเป็นยังไงก็ช่างเหรอ นางิสะที่ได้ยินคำถามนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำ แต่ก็ยังตอบว่า ถ้าเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจเองล่ะก็ช่วยไม่ได้นี่นา อีกอย่างการที่ผู้ชายจะมาอยู่ในหอหญิงก็เป็นเรื่องแปลกอยู่แล้วนี่ เพราะฉะนั้นมันก็แค่กลับไปเป็นอย่างเดิมเท่านั้นเอง

 

แต่แล้วอากิระก็จ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ ทำให้นางิสะถามเธอว่าเป็นอะไรไปเหรอ อากิระเลยด่านางิสะว่าเธอน่ะเป็นคนขี้ขลาด ทำให้นางิสะตกใจมาก แล้วอากิระก็พูดต่อไปว่า นางิสะน่ะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะหลอกลวงความรู้สึกของตัวเองและก็แค่กลัวที่จะต้องเจ็บปวดเท่านั้นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็จะต้องเสียใจภายหลังอย่างที่รุ่นพี่จิสะพูดไว้ไม่ใช่หรือยังไง จะให้เป็นอย่างนั้นเหรอ? นางิสะเลยขอให้อากิระหยุดพูดเถอะ เพราะเธอไม่ไหวแล้ว ตัวเธอเองไม่สามารถยอมรับผู้ชายได้ แล้วอากิระจะเรียกชื่อนางิสะออกมาพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา จนนางิสะรีบถามว่าทำไมเธอถึงต้องร้องไห้ อากิระก็ขอร้องทั้งน้ำตาให้ นางิสะซื่อตรงกับตัวเองสิ เพราะเธอไม่อยากให้นางิสะที่เธอรักต้องเสียใจภายหลัง ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นางิสะจะต้องเศร้าใจแน่ๆ ทำให้นางิสะรู้สึกดีใจที่มีอากิระคอยห่วงใยเธออย่างจริงจังขนาดนี้ นางิสะจึงขอร้องให้อากิระอย่าร้องไห้อีกเลยและกอดอากิระที่กำลังร้องไห้อยู่เอาไว้ พร้อมทั้งตัดสินใจแล้วว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไป แต่ก็ยังสับสนว่าตัวเธอเองจะมีความกล้าพอจะทำไหม

 

 

รุ่งเช้าขึ้นมานางิสะได้ตื่นแต่เช้าขึ้นมาเพื่อทำข้าวกล่องและกังวลเล็กน้อยว่า สิ่งที่เธอทำจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจเกินไปไหมที่อยู่ก็เปลี่ยนท่าทีไปจากเมื่อวาน แค่คิดว่าคนๆนั้นจะมีปฎิกิริยายังไง เธอก็รู้สึกสนุกแล้ว แต่แล้วมายูกิก็โผล่มาทักจากข้างหลังทำให้นางิสะตกใจจนลนลานมากและบอกให้มายูกิอย่าแอบเข้ามาเงียบๆแบบนี้สิ แต่มายูกิกลับบอกว่านี่เป็นเวลาปกติที่เธอจะมาทำอาหารให้และถามนางิสะว่าตนเองมาสายปกติหรือเปล่าที่เห็นนางิสะมาอยู่ตรงนี้ได้ นางิสะเลยบอกว่าไม่ต้องมาแกล้งแซวหรอกตัวเธอก็รู้ตัวดีอยู่หรอกว่าเป็นคนแพ้การตื่นเช้า มายูกิจะถามว่าทำไมนางิสะถึงตื่นเช้าแบบนี้ได้แต่พอเห็นข้าวกล่องที่นางิสะกำลังทำอยู่เธอก็พอเดาได้ จึงขอตัวไปทำอาหารให้คนอื่นก่อน และเอ่ยปากชวนนางิสะว่ากลางวันนี้ไปทานข้าวที่โรงอาหารกันนะ แต่นางิสะก็ขอโทษมายูกิเพราะเธอทำข้าวกล่องของตัวเองแล้ว มายูกิก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรแต่ถ้าว่างก็แวะมาหน่อยก็ดีเพราะทุกคนเป็นห่วงเธอมาก นางิสะเลยขอเป็นวันพรุ่งนี้แทนก็แล้วกัน มายูกิเลยตอบรับด้วยรอยยิ้มและบอกเธอว่า จะรอนะ

  

ส่วนทางด้านฮาจิเมะที่เพิ่งจะตื่นก็หันมามองนาฬิกาเหมือนดังเช่นเคยที่ทำเป็นกิจวัตร แต่ที่ต่างออกไปคือวันนี้เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะยังไงก็ต้องหาทางไปคุยกับนางิสะให้ได้โดยไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมแพ้ และเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและมุ่งหน้าไปที่ห้องอาหารแต่ก็ไม่พบกับนางิสะแม้แต่เงา เค้าจึงพกพาความหวังและรีบตรงดิ่งไปที่ห้องเรียน

 

 

เมื่อมาถึงห้องเรียนฮาจิเมะได้ทักทายกับเคนเสร็จก็รีบกวาดสายตาหานางิสะในห้องเรียนจนพบ แต่พอจะเข้าไปหาเธอก็ถูกเอย์โกะที่จู่ๆโผล่มาจากไหมไม่รู้ถามว่า ทำไมถึงมองไปมองมาอย่างดูลุกลี้ลุกลนแบบนั้น เขาเลยตอบปฎิเสธว่าไม่มีอะไรและชวนเคนคุยเรื่องเครื่องดื่มที่ไปเลือกกันเมื่อวาน แต่เคนก็บอกว่าดูเมนูแล้วชักเลือกไม่ถูกเลย แต่โคโคเนะก็รู้ทันว่าอย่างเคนน่ะมัวแต่มองสาวเสิร์ฟอยู่มากกว่า เคนก็รีบปฎิเสธว่าไม่ใช่แบบนั้น ฮาจิเมะเลยลองใจโดยบอกว่าเมื่อวานมีสาวเสิร์ฟคนนึงแอบจ้องเคนอยู่บ่อยๆ ทำให้เคนขันติแตกทันทีและถามฮาจิเมะอย่างเอาเป็นเอาตายว่าคนไหนโดยเขาสารถยายลักษณะเด่นของสาวเสิร์ฟในร้านให้ฮาจิเมะฟังถึง5คน จนโคโคเนะบอกว่าสมกับเป็นเคนจริงๆ

 

 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทางด้านนางิสะก็กำลังเครียดเพราะเธอกำลังหาจังหวะมอบข้าวกล่องให้ฮาจิเมะอยู่ แต่ตั้งแต่เช้าแล้วเขาก็ไม่โอกาสได้อยู่คนเดียวเลย ครั้นจะมอบให้ต่อหน้าเธอก็ไม่กล้าจึงเอาแต่นั่งรอจังหวะด้วยความกังวลจนบ่นพึมพำอยู่เบาๆว่า จะทำยังไงดีนะ มายูกิที่เดินผ่านมาเลยถามนางิสะว่าแอบอะไรไว้ใต้โต๊ะเหรอ นางิสะก็รีบปฎิเสธว่าไม่มีอะไร แต่มายูกิก็จับผิดว่าสีหน้าของนางิสะดูไม่เหมือนคนที่ไม่มีอะไรเลยนี่นา นางิสะก็ยังคงปฎิเสธว่าไม่มีอะไรและขอให้อย่าสนใจเลย มายูกิจึงบอกให้เธอรีบไปดีกว่า เพราะชั่วโมงต่อไปต้องย้ายห้องเรียน ทำให้นางิสะนึกวิธีออกจึงบอกมายูกิว่า พอดียังไม่ได้เตรียมตัวเลยขอให้มายูกิไปก่อน แม้จะยังไม่หายสงสัยแต่มายูกิก็รับปากและขอตัวไปก่อนโดยเตือนให้นางิสะอย่าไปเข้าเรียนสาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วนางิสะก็นำข้าวกล่องไปใส่ไว้ในใต้โต๊ะของฮาจิเมะ โดยรู้สึกหวั่นเกรงในใจแต่ก็พยายามเชื่อว่าฮาจิเมะคงไม่มีทางทำลายน้ำใจเธอแน่ๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป

 

 

หลังจากการชั่วโมงเรียนจบลง นางิสะก็รีบกลับมาที่ห้องเรียนเร็วกว่าใครๆเพื่อรอดูว่าฮาจิเมะจะมีท่าทีอย่างไรในตอนที่เจอข้าวกล่องกับจดหมายของเธอ แต่พอเธอเห็นฮาจิเมะนั่งลงเค้ากลับนั่งลงอย่างเหมือนกับไม่เห็นอะไรผิดปกติแถมยังคุยกับเคนอยู่ด้วย ทำให้เธอแปลกใจว่าตัวเองใส่ลึกไปหรือเปล่าแต่ขนาดของข้าวกล่องก็น่าจะสะดุดตาพอที่จะทำให้เขาสังเกตได้ไม่ยาก ทำให้นางิสะรู้สึกไม่ดีและอึดอัดใจอย่างประหลาดและรีบลุกไปดูที่ถังขยะ ก่อนจะเดินไปถึงเธอก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและกลัวว่าจะพบกล่องข้าวกับจดหมายของตัวเองอยู่ในนั้น แล้วพอเธอเข้าไปใกล้ๆก็ต้องช็อคอย่างสุดขีดที่พบว่าสิ่งที่เธอกลัวเป็นจริงแล้ว ข้าวกล่องและจดหมายของเธอถูกทิ้งลงในถังขยะ ในชั่วพริบตานั้น ภาพในอดีตก็ปรากฏขึ้นมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง จนเธอไม่อาจทรงตัวอยู่ได้จนล้มลง

 

 

ฮาจิเมะที่เห็นเธอล้มลงจึงเข้าไปช่วยพยุงไว้แต่พอเธอเห็นฮาจิเมะเธอก็เกิดอาการช็อคจนพูดไม่ออกและน้ำตาไหลไม่หยุด จนสายตามืดลงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของฮาจิเมะที่คอยตะโกนเรียกถามเธอตลอดเวลา จนทุกคนเริ่มตกใจที่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ แล้วเอย์โกะก็พบสิ่งที่อยู่ในถังขยะนั่นก็คือกล่องข้าวและมีจดหมายอยู่ เธอจึงส่งให้ฮาจิเมะลองอ่านดูเพราะในซองจ่าหน้าชื่อของนางิสะอยู่คิดว่าคงจะต้องการมอบให้กับเขา โดยมีเนื้อความว่าขอโทษที่ผ่านมาทำตัวเย็นชากับเขามาตลอดและจากนี้ขอให้คืนดีกันเถอะ โคโคเนะเลยสงสัยว่าฮาจิเมะเป็นคนทิ้งเหรอ ฮาจิเมะก็รีบปฎิเสธว่าเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เคนก็คอยรับประกันให้เพราะเขาอยู่กับฮาจิเมะตลอดเวลา ทุกคนเลยสงสัยว่าคนร้ายเป็นใครแต่จะมาหาคนร้ายในเวลานี้ก็เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน

 

 

ที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน จิสะและอากิระที่เพิ่งทราบข่าวก็รู้สึกสงสารนางิสะอย่างจับใจ โคโคเนะก็ได้แต่ด่าประณามคนร้ายว่าถ้าจับได้เธอจะไม่ปราณีมันแน่ แต่จิสะก็ขอให้วางใจเพราะเธอมีวิธีที่พอจะหาตัวได้ โดยเอย์โกะเสนอตัวจะช่วยเหลือแต่จิสะก็ปฎิเสธว่าไม่เป็นไร เพราะครั้งนี้เธอรู้สึกโกรธมาก และยืนยันว่าจะต้องลากคอคนร้ายออกมาให้ได้ จนเคนที่ได้เห็นท่าทีของเธอก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยทีเดียว โคโคเนะก็ยังยืนยันเลยว่าจิสะเท่านั้นที่เธอไม่อยากจะเป็นศัตรูด้วยเลย แล้วจิสะก็จะขอให้ทุกคนรีบไปดูอาการของนางิสะจะดีกว่า แต่ทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เธอไปไหนกัน เอย์โกะเลยให้ลองไปค้นหาที่หอดูก่อนถ้าไม่พบค่อยกระจายกันไปหาที่อื่น

 

 

พอทุกคนกลับมาถึงหอก็พบร่องรอยว่านางิสะได้กลับมาแล้วจึงค่อยโล่งใจไปเปลาะนึง แต่พอไปถึงหน้าห้องไม่ว่าใครก็ตามส่งเสียงเรียกเธอเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมาเลย เอย์โกะจึงเห็นว่าเธอคงได้รับความสะเทือนใจอย่างมากเลยขอให้ฮาจิเมะอย่าเรียกเธอดีกว่าเพราะเจ้าตัวอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนทิ้งข้าวกล่องไปอยู่ก็ได้ อากิระจึงเห็นว่าในตอนนี้ก็คงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนี้ก่อนเท่านั้น ทุกคนจึงทยอยกันกลับไปก่อน

 

 

ภายในห้อง นางิสะกำลังร้องไห้และคิดในใจอยู่ว่า ทั้งๆที่ไม่ได้อยากคิดถึงแท้ๆ แต่ภาพในอดีตมันก็กลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ตัวเธอคิดว่าจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้แล้วแท้ๆ ทั้งๆที่แสดงความกล้าออกไปแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นราวกับไม่ยอมรับในสิ่งที่เธอทำลงไป มันเกิดขึ้นซ้ำกับในอดีตอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เธอไม่อยากกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปแล้วจนร้องไห้ฟูมฟายโดยลำพังในห้องต่อไปคนเดียว

 

ส่วนฮาจิเมะที่กลับมาที่ห้องผู้ดูแลแล้วก็รู้สึกโกรธแค้นทีใครเป็นคนร้ายกันแน่ทั้งๆที่นางิสะพยายามทำข้าวกล่องมาเพื่อขอคืนดีกับเขาแต่คนร้ายกลับเอาไปทิ้งลงถังขยะ เขาควบคุมสติแทบไม่อยู่จนถึงกับชกกำแพง ยิ่งคิดถึงเรื่องของนางิสะเขาก็ยิ่งเจ็บปวดภายในใจและคิดว่าตอนนี้เธอคงต้องร้องไห้อยู่ในห้องแน่ๆ และกัดฟันอย่างเคียดแค้นที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 

 

รุ่งเช้าของวันที่4 ที่นางิสะไม่ได้ออกมาจากในห้องทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงมากเพราะไม่รู้จะทำยังไงถึงจะช่วยให้เธอดีขึ้นได้ จิสะจึงให้กำลังใจว่าอย่างน้อยเธอก็ยอมกินอาหารที่เอาไปวางไว้ให้บ้าง แต่โคโคเนะก็ยังกังวลเพราะนางิสะไม่อยู่ก็ทำให้ขาดคนทำอาหารในงานโรงเรียนไป(โดยเฉพาะเค้ก) จิสะเลยจะไปอธิบายกับอาจารย์ให้ว่า นางิสะกำลังป่วยอยู่ โดยมายูกิจะไปช่วยอีกแรง โคโคเนะก็เลยเตือนว่าถ้าไม่รีบออกจากหอจะไปสาย อากิระกับมายูกิเลยขอตัวไปลองเรียกนางิสะอีกครั้งโดยที่จิสะกับโคโคเนะและฮาจิเมะจะออกไปก่อน

 

 

ทางด้านนางิสะในห้อง เธอในตอนนี้ราวกับไร้ความรู้สึกไปทุกอย่าง ถึงแม้จะท้องว่างแต่ก็ไม่รู้ว่าใครจะกลับมาเมื่อไหร่ก็เลยไม่กล้าไปที่ห้องอาหาร จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เธอตกใจมาก โดยคิดในใจว่าอาจจะเป็นอากิระหรือโคโคเนะ ไม่ก็(ฮาจิเมะ) เธอก็รีบหดตัวลงในผ้าห่มทันที แต่เมื่อรู้ว่าเป็นจิสะ เธอก็ยังระแวงว่าที่จิสะมาหาเธอเป็นเรื่องน่าแปลก แต่เมื่อจิสะบอกว่ารู้ตัวคนร้ายที่ทิ้งข้าวกล่องเธอไปแล้ว ทำให้นางิสะอยากรู้มากจึงรีบไปเปิดให้จิสะเข้ามา ในห้องนางิสะพอตั้งสติได้ก็ถามจิสะว่าพบตัวคนร้ายแล้วจริงๆเหรอ จิสะก็ยืนยันว่าแม้จะลำบากไปหน่อยแต่ก็ไม่ผิดตัวแน่ และแน่นอนว่าคนร้ายไม่ใช่ฮาจิเมะแน่นอน แต่นางิสะเองก็รู้แก่ใจอยู่แล้วเพราะว่าเธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้นและที่สำคัญเธอออกมาจากห้องเรียนก่อนที่เขาจะกลับมาอีกและคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด เขาไม่มีทางเป็นคนร้ายไปได้ซึ่งเธอรู้ดีที่สุด

 

และนางิสะก็ถามว่าใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่ จิสะก็ตอบว่าเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่แอบชอบฮาจิเมะอยู่ พอดีบังเอิญเห็นนางิสะอยู่คนเดียวในห้องกำลังใส่ข้าวกล่องลงในใต้โต๊ะของฮาจิเมะพอดี แล้วพอเธอออกจากห้องไปคนร้ายก็เลยเอาไปทิ้งทันที ทำให้นางิสะเงียบไป จิสะเลยถามว่าถ้าเธอต้องการละก็จะล้างแค้นให้เอง ซึ่งสิ่งที่เธอพูดมา นางิสะคิดได้ว่าถ้าเป็นจิสะต้องทำได้แน่ๆ นางิสะเลยยืนยันว่าจะให้แล้วไปเถอะ ซึ่งจิสะก็เห็นว่าถ้านางิสะไม่คิดทำอะไรเธอก็จะปล่อยคนร้ายไป แต่นางิสะกลับขอให้จิสะช่วยนัดคนร้ายมาคุยกับเธอโดยตรงได้ไหม จิสะจึงเผยรอยยิ้มและรับปากเธอว่าจะจัดการนัดให้โดยให้นางิสะเขียนใส่กระดาษแล้วเธอจะนำไปส่งให้ นางิสะได้ยิ้มและขอบคุณจิสะ ซึ่งในตอนนี้เธอคิดได้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนีต่อไปไม่ได้ และต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อสิ่งนั้นการที่ไปพบคนร้ายเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เมื่อได้เห็นสีหน้าของนางิสะแล้วจิสะจึงทักว่า สีหน้าเธอดูดีขึ้นมาเลยนะ เลยจะให้รางวัลโดยขอยืมหูของเธอมาใกล้ๆและกระซิบอะไรบางอย่างให้เธอได้รู้

 

 

วันต่อมาทุกคนก็เป็นห่วงว่านางิสะจะหยุดเรียนอีกจึงรวมตัวกันจะไปหาเธอที่ห้องกัน แต่จิสะก็บอกว่าไม่จำเป็นแล้วล่ะ จากนั้นนางิสะก็ปรากฏตัวออกมาทักทายทุกคนด้วยท่าทางเขินอาย แล้วเธอก็ขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วงด้วย ก่อนจะหันมาที่ฮาจิเมะและและบอกว่าคนที่เธออยากจะขอโทษที่สุดก็คือเขา ฮาจิเมะก็พยักหน้าเบาๆและยิ้มให้ มายูกิก็เข้ามาแสดงความดีใจที่นางิสะยอมออกจากห้องแล้ว ซึ่งทุกคนก็เช่นเดียวกันโดยเฉพาะอากิระที่คอยถามเธอว่าไม่สบายตรงไหนบ้างไหม เธอก็บอกว่าสบายดีและพูดคุยหยอกล้อกับทุกคนได้ตามปกติ ฮาจิเมะเกิดสงสัยเลยถามจิสะว่าพูดยังถึงทำให้นางิสะยอมออกจากห้องได้ แต่จิสะก็ตอบอย่างหยอกๆว่า นั่นสิน่ะยังไงดีนะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องโดยการบอกให้ทุกคนรีบทานข้าวเช้ากันดีกว่าเพราะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายกัน มายูกิเลยรีบประตือรือร้นเข้าไปทำส่วนของนางิสะให้ด้วยโดยมีอากิระขอตามไปช่วย

 

 

เมื่อเข้ามาในห้องเรียน นางิสะก็เข้ามาทักทายทุกคนและขอโทษที่ลาหยุดเรียนไป แต่เอย์โกะกับเคนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยหยุดเรียนกันบ้าง ก่อนที่เอย์โกะจะเล่นมุขกับเคนเพื่อให้นางิสะได้หัวเราะ

 

 

แล้วหลังเลิกเรียนนางิสะจะเรียกโคโคเนะมาถามว่า วันนี้มีประชุมเกี่ยวกับการออกร้านใช่ไหม? โคโคเนะก็ตอบว่าใช่และทุกคนก็มาร่วมประชุมหมดด้วย นางิสะเลยขอรบกวนให้โคโคเนะไปบอกทุกคนหน่อยว่าเธอมีเรื่องจำเป็นทำให้ต้องขาดประชุม โคโคเนะก็ตอบว่าไม่ขัดข้องหรอกเพราะยังไงหน้าที่รับผิดชอบของนางิสะก็เป็คนทำเค้กอยู่แล้วเรื่องอื่นไม่น่าจะมีปัญหา แต่นางิสะจบอกว่าเธอค่อนข้างขาดบ่อยก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดี มายูกิก็เลยเดินเข้ามาทักทั้งคู่และถามว่ามีอะไรหรือเปล่า โคโคเนะก็เลยเล่ารายละเอียดให้ฟัง มายูกิเลยบอกนางิสะให้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเธอจะบอกทุกคนให้เอง นางิสะเลยรีบขอบคุณมายูกิและรีบวิ่งออกจากห้องไป ฮาจิเมะที่เห็นพอดีเลยสงสัยว่าเธอจะไปไหน

 

แล้วจิสะจะเข้ามาในห้องเรียนพอดี โคโคเนะเลยรายงานกับเธอว่านางิสะมีธุระเลยขอตัว จิสะเลยยิ้มและพูดขึ้นมาว่า ดูท่าจะไปจริงๆสินะ ฮาจิเมะเลยถามเธอว่ารู้ใช่ไหมว่านางิสะจะไปทำอะไร? จิสะก็ตอบว่า ถ้าถามว่ารู้ไหมล่ะก็คำตอบคือ YES แล้วฮาจิเมะสนใจหรือว่าเป็นเรื่องอะไร? ทำให้ฮาจิเมะพูดไม่ออก เธอเลยบอกอีกว่า ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยอยากให้ใครรู้หรอกแต่ถ้าเป็นฮาจิเมะล่ะก็คงจะได้แล้วก็เข้ามากระซิบข้างๆหูของเขาเพื่อบอกว่านางิสะกำลังจะไปหาข้อยุติยังไงล่ะ ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจกับคำว่าข้อยุติ จิสะเลยบอกว่าเพราะรู้ตัวคนร้ายที่เป็นคนทิ้งข้าวกล่องกับจดหมายไปแล้วล่ะ แล้วพอบอกให้นางิสะรู้เธอก็เลยขอให้นัดคนร้ายไปคุยกันโดยตรง ทำให้ฮาจิเมะตกใจและถามว่าไปคนเดียวเนี่ยนะ? ทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้ถึงไม่รีบบอก จิสะจึงบอกว่าเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาของตัวนางิสะเอง คนอื่นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่าย แต่ฮาจิเมะก็ยืนนัยว่าเป็นเรื่องสิทธ์ล่ะก็ตัวเขาเองก็มีเหมือนกัน เพราะจดหมายนั้นส่งมาถึงเขาแต่กลับถูกทิ้งไป ทำให้จิสะตกใจเล็กน้อยก่อนจะบอกเขาว่า ถ้างั้นก็ลองตามไปดูสักหน่อยสิ น่าจะอยู่ที่สวนสาธารณะนะ เมื่อฟังจบฮาจิเมะก็ไม่รอช้า เขาบอกกับมายูกิว่าวันนี้ขอขาดประชุมและรีบวิ่งออกไปจากห้อง ทำให้มายูกิตกใจมากจะรั้งไว้ก็ไม่ทัน แต่จิสะก็ยิ้มและบอกให้ปล่อยเขาไปเถอะ

 

 

นางิสะที่มาถึงสวนสาธารณะพยายามมองหาคู่กรณี แต่ก็ยังไม่มีแม้แต่เงา เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะไม่มีความตื่นเต้นเลยเพราะตอนนี้เธอได้แสดงความกล้าออกมาแล้ว ในขณะที่มีเสียงฝีเท้าค่อยๆย่างกรายเข้ามาทำให้เธอเริ่มระแวง ซึ่งฮาจิเมะก็เพิ่งมาถึงสวนสาธารณะเช่นกันด้วยความเร่งรีบทำให้เขาถึงกับหอบเลยทีเดียว เมื่อมองหาอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็พบกับนางิสะอยู่เพียงคนเดียวจึงสงสัยว่าเธอได้คุยกับคนร้ายเสร็จแล้วเหรอ แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว เขารีบวิ่งเข้าไปเรียกเธอทันทีจนทำให้นางิสะตกใจที่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่เธอก็เดาได้ในวินาทีนั้นเองว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนของรุ่นพี่จิสะแน่ๆเลยพร้อมกับยิ้มราวกับว่าติดกับเข้าเต็มๆซะแล้ว ฮาจิเมะพยายามจะเอ่ยถามแต่เขากลับพูดไม่ออกเพราะรอยยิ้มของนางิสะ เธอจึงถามว่า รู้เรื่องทั้งหมดแล้วสินะ ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็คงไม่มีเหตุผลที่จะมาที่นี่หรอก เขาหายใจไม่ค่อยทันเพราะยังรู้สึกเหนื่อยและตอบว่า รุ่นพี่บอกมาแล้วล่ะ แล้วเป็นยังไงบ้าง

นางิสะ:     อืม ถึงจะไม่รู้สึกอย่างนั้นแท้ๆแต่ต้องบอกว่าอยู่ข้างๆตัวอิจิโดะคุงแล้วล่ะ

                ฉันน่ะรำคาญสายตามากเลยล่ะ

ฮาจิเมะ:    รำคาญสายตาเหรอ ทำไมถึงพูดจาโหดร้ายแบบนั้นล่ะ

นางิสะ:     โหดร้ายงั้นเหรอ อืม ก็คงจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะก็คิดว่าถึงจะพูดอย่างนั้นก็ช่วย

                ไม่ได้นี่ ทั้งๆที่สะกิดใจตั้งแต่แรกแท้ๆ ก็ท่าทางเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือขนาดนั้น

                นี่นา และก็คิดว่าก็คงไม่ได้สนใจเด็กคนนั้นแน่นอนอยู่แล้ว ก็ฉันมันเป็นคนขี้

                ขลาดนี่นะ

ฮาจิเมะ:      คนขี้ขลาด?

นางิสะ:       ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีความกล้าแม้แต่จะเดินออกไปข้าง

                  หน้าสักก้าว ก่อนหน้านี้เคยเล่าให้อิจิโดะคุงฟังแล้วใช่ไหม ว่าตอนเด็ก

                  เคยคิดจะสารภาพรักกับเด็กผู้ชายคนนึง ในตอนนั้นฉันก็ขอยืมแรงของ

                  เพื่อนเหมือนกัน แล้วแม้แต่ตอนของอิจิโดะคุงก็เหมือนกัน

                  ก็เอาเรื่องของอากิระมาบังหน้า ความจริงคนที่กลัวผู้ชายก็คือฉัน

                 เองต่างหาก แย่ที่สุดเลยใช่ไหม? ปากก็บอกว่าเพื่อเพื่อนแท้ๆ

                 ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เป็นความเอาแต่ใจของตัวเอง แต่เพราะอิจิโดะคุงต่างออกไป

                 ถ้าเป็นกับอิจิโดะคุงล่ะก็ ไม่ว่าจะทั้งตอนนั้น คิดว่าอาจจะฝ่าฟันไปจนคบกันได้

                 ก็ได้ ฉันกำลังใช้ประโยชน์จากอิจิโดะคุงอยู่หรือเปล่านะ

ฮาจิเมะ:      ถ้าอย่างนั้น ก็ใช้ประโยชน์ให้ถึงที่สุดเลยสิ

(นางิสะรู้สึกตะลึง)

นางิสะ:       อิจิโดะ....คุง

ฮาจิเมะ:     ฉันชอบฮิคามินะ ไม่ว่าฮิคามิจะคิดยังไงก็ไม่เกี่ยว ในที่สุดฉันก็ได้บอก

                 ความรู้สึกให้เธอได้รู้แล้ว ช่วยบอกคำตอบหน่อยได้ไหม?

                 ถ้าอย่างน้อยมีความรู้สึกอย่างนั้นอยู่ล่ะก็ ช่วยตอบทีเถอะนะ

(นางิสะนิ่งเงียบไป เวลาผ่านไปสักพักนึง เธอก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้น)

นางิสะ:       ฉันที่เป็นแบบนี้ ดีแล้วจริงๆเหรอ?

ฮาจิเมะ:       แน่นอน สำหรับฉันแล้ว นอกจากฮิคามิแล้วก็ไม่สามารถคิดถึงใครได้อีก

(แล้วฮาจิเมะก็คว้านางิสะเข้ากอดเอาไว้ในอ้อมแขนของตน แล้วกระซิบข้างๆหูเธอ)

ฮาจิเมะ :      ชอบนะ

นางิสะ:        ฉันก็เหมือนกัน

แล้วทั้งคู่ก็ได้จูบกันโดยที่ไม่จำเป็นหรือต้องการคำพูดใดๆในอีกแล้ว  เพราะตอนนี้ทั้งคู่ใจตรงกันแล้ว

 

 

ในห้วงความคิดของนางิสะเธอได้รู้ความจริงในตอนเด็กแล้วว่า คนที่เอาช็อคโกแลตและจดหมายของเธอไปทิ้งแท้จริงแล้วก็คือเพื่อนที่เธอไหว้วานนั่นเอง ทำให้เธอรู้สึกช็อคมากทั้งๆที่เป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆและในเวลาเดียวกันก็เกิดกลัวขึ้นมา กลัวการที่จะชอบใครสักคน ทั้งๆที่การชอบใครนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าและยอดเยี่ยมแท้ๆแต่ในเวลาเดียวกันก็เปลี่ยนคนให้อัปลักษณ์ไปได้เช่นกัน การทรยศเพื่อน การทำให้ใครต้องเจ็บปวด ทำให้เธอรู้สึกกลัวและเลิกคิดที่จะมีความรักแต่มันก็ไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนี้เธอได้มีคนที่เธอรักเสียแล้ว ในวันนั้นรุ่นพี่จิสะได้บอกความจริงกับเธอว่า คนที่เธอตั้งใจจะมอบช็อคโกแลตและจดหมายให้ในสมัยเด็กก็คือ ฮาจิเมะนั่นเอง ซึ่งก่อนที่รุ่นพี่จะเล่าให้ฟังเธอก็ไม่เคยสะกิดใจมาก่อนแถมตัวฮาจิเมะเองก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้ว แต่เธอก็คิดว่าดีแล้วเพราะคำว่า เด็กผู้ชายเด็กผู้หญิง ในวันนั้นสำหรับเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อคิดได้แบบนี้ตัวเธอในวัยเด็กก็จะเลิกร้องไห้ได้แล้ว

 

 

ขากลับระหว่างทาง ฮาจิเมะและนางิสะได้เดินจูงมือกัน แล้วจู่ๆนางิสะก็บอกขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนมาให้โดยตลอด ฮาจิเมะตอบว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอก ก็ด้วยกันทั้งสองฝ่ายแหล่ะ นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณทุกคนด้วยนะ นางิสะก็เห็นด้วย แล้วทั้งคู่เงียบไปด้วยความเขินก่อนที่นางิสะจะขอเรียกชื่อของเขาแทนนามสกุลตั้งแต่นี้ไปได้ไหม(ตั้งแตแรกมาจนถึงตอนนี้เรียกว่า อิจิโดะคุงมาตลอด) ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจ นางิสะเลยลนลานแล้วอธิบายว่า ไหนๆพวกเราก็คบกันแล้ว จะให้เรียกอิจิโดะคุงก็เหมือนคนอื่นคนไกลเกินไป แล้วเธอก็อายจนหน้าแดงจนต้องหลบสายตาไป ฮาจิเมะจึงส่งยิ้มให้เธอและตอบว่า เรียกว่าฮาจิเมะก็ได้นะ นางิสะ ทำให้เธอตกใจและยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเดิม ทำให้เธอหันมาต่อว่าเขาว่า ชิงเรียกก่อนเธออีกแล้วนะ เมื่อกี้ตอนบอกรักเขาก็เป็นคนพูดก่อน ฮาจิเมะจึงให้เหตุผลว่า ก็ไม่ได้กะเกณท์ว่าใครพูดก่อนแล้วจะชนะนี่นา ทำให้เธอต่อว่าเขาว่า ฮาจิเมะขี้แกล้ง แต่ก็ชอบที่สุดเลยล่ะ แล้วเธอก็ยิ้มพร้อมทั้งใช้กอดแขนเขาไว้แน่นก่อนจะเดินกลับหอด้วยกัน

 

 

ซึ่งที่หน้าหอทุกคนก็ได้รอต้อนรับทั้ง2คนอย่างอบอุ่น โดยจิสะเริ่มถามว่า ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ นางิสะก็รู้สึกอายจนตอบไม่ถูก มายูกิเลยชิงตอบว่า ดูจากท่าทางแล้วคงจะไปได้สวยสินะ เอย์โกะก็เห็นด้วยว่า เดินจับมือกันกลับมาก็เป็นอย่างที่คาดไว้แล้วล่ะ อากิระก็ถามว่า รุ่นพี่กับนางิสะจังคบกันแล้วสินะคะ ฮาจิเมะก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา จิสะเลยสนใจถามว่าแล้วไปสารภาพรักอีท่าไหนล่ะ ทำให้ฮาจิเมะตอบไม่ถูก ส่วนนางิสะก็พูดไม่ออกเหมือนกัน(อายทั้งคู่) เอย์โกะเลยได้โอกาสแซวว่าเพิ่งจะเคยเห็นฮาจิเมะหน้าแดงแบบนี้เป็นครั้งแรก แล้วทุกคนก็จะกล่าวแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วย

 

ปล.หลังจากแปลเสร็จ จขบ.แอบเอาหมอนกอดมาต่อยแทนฮาจิเมะ เพราะอิจฉามานน งวดหน้าอาจจะย่อจนจบเลยนะครับ เพราะไม่ค่อยมีอะไรสำคัญแล้ว 

 

 

 

Spoil Singnal Heart ~Hikami Nagisa~Route 4

posted on 30 Oct 2009 20:09 by shion20

มาต่อกับช่วงใกล้จะไคล์แม็กซ์แล้วนะครับ ช่วงนี้จะค่อนข้างดราม่ากันหนักหน่อย(เจอสาวซึนก็ต้องลำบากใจอย่างนี้แหละ)

รุ่งขึ้นฮาจิเมะได้ตื่นขึ้นมายืดเส้นยืดสายเล็กน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองหายไข้อย่างสมบูรณ์แล้ว ทำให้เขารู้สึกขอบคุณนางิสะที่เมื่อวานช่วยมาพยาบาลให้จนอาการดีขึ้น แล้วจู่ๆนางิสะก็เปิดประตูเข้ามาหาเขาในห้องด้วยท่าทางสลึมสลือแล้วยังใส่ชุดนอนมาอีก ทำให้เขาแปลกใจมากและถามเธอว่ามีธุระอะไรเหรอ? เธองัวเงียอยู่ครู่นึงแล้วก็เริ่มถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง ฮาจิเมะกลับถามเธออย่างเป็นห่วงว่าเธอต่างหากล่ะที่เป็นอะไรหรือเปล่าท่าทางสโหลสะเหลเหมือนจะล้มเลย แต่ก็เหมือนกับเธอจะไม่ได้ยินและก็ถามแต่ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้ฮาจิเมะเข้าใจว่าเธอฝืนตัวเองมาทั้งๆที่นอนไม่พอเพื่อถามอาการเขาเพราะเป็นห่วง ฮาจิเมะก็เลยตอบเธอไปว่าเขาหายดีแล้ว นางิสะเลยยิ้มอย่างโล่งใจและบอกว่าดีจังเลยนะ เมื่อสิ้นเสียงเธอก็ล้มตัวลงพร้อมรอยยิ้มทำให้ฮาจิเมะรีบคว้าตัวเธอไว้ และก็เกิดเดจาวูเหตุการณ์เดิมเหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ อากิระและโคโคเนะรวมทั้งมายูกิก็เข้ามาเห็นภาพฮาจิเมะกอดนางิสะไว้อยู่(จริงๆคือพยุงตัวเธอไว้)ทำให้มายูกิเดือดขึ้นมาทันที เพราะเข้าใจผิดว่าเขากำลังทำเรื่องไม่งามกับนางิสะทำให้ฮาจิเมะต้องรีบอธิบายเรื่องให้เธอฟัง โดยมีอากิระที่เคยมีประสปการณ์กับเรื่องนี้ช่วยพูดด้วย

 

 

ที่ห้องอาหาร จิสะที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็เข้าใจเรื่องราวว่าสาเหตุที่มีเสียงอึกทึกเมื่อสักครู่เกิดจากอะไร ซึ่งโคโคเนะก็สารถยายสิ่งที่เธอเห็นตั้งแต่ ที่เห็นนางิสะหลับอยู่ในอ้อมกอดของฮาจิเมะจนมายูกิเห็นก็เกิดเดือดขึ้นมา มายูกิเลยให้เหตุผลว่า ไม่ว่าใครเห็นภาพแบบนั้นก็ต้องเข้าใจผิดทั้งนั้นแหล่ะ โชคดีที่อากิระอธิบายให้ฟังก็เลยหายเข้าใจผิด แล้วจึงขอโทษฮาจิเมะที่สงสัยเขา ฮาจิเมะก็ตอบว่าสถาณการณ์แบบนั้นใครเห็นก็ต้องคิดแบบนั้นทั้งนั้นแหละ โคโคเนะก็แซวตอนที่นางิสะอยู่ในอ้อมแขนของฮาจิเมะว่าเป็นภาพเด็ดมาก จนจิสะเสียดายที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลยไม่ได้อัดวีดีโอไว้ แล้วก็หันมาแซวฮาจิเมะว่า นางิสะที่แพ้การตื่นเช้าอย่างนั้นอุตส่าห์พยายามตื่นขึ้นมาดูอาการเขาด้วยความเป็นห่วงเชียวนะ นางิสะจึงปฎิเสธว่า นั่นเป็นเพราะเธอเป็นต้นเหตุทำให้ฮาจิเมะเป็นหวัดต่างหาก จิสะเลยแกล้งถามว่าเหตุผลมีแค่นั้นจริงๆเหรอ และถามอากิระและโคโคเนะว่าคิดอย่างนั้นเหมือนกันหรือเปล่า โคโคเนะจะตอบว่าไม่แต่อากิระกลัวจนไม่กล้าพูด นางิสะก็ยืนยันเสียงแข็งว่าแค่ไปเยี่ยมเท่านั้น และรีบอ้างว่าวันนี้มีประชุมแล้วให้รีบลืมเรื่องนี้ไปซะ จิสะเลยแซวเธอว่านางิสะตอนอายนี่น่ารักจังเลยนะ

 

 

หลังจากนางิสะออกจากห้องนอนแล้ว ที่หน้าระเบียงเธอก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนพูดเรื่องแปลกๆเมื่อเช้านี้ แถมฮาจิเมะยังทำหน้างงๆทำอะไรไม่ถูกอีก ซึ่งเธอพยายามแก้ตัวกับตัวเองว่าเรื่องที่เกิดเมื่อเช้าเพียงแค่อยากจะไปดูอาการของเขาเท่านั้นเอง แต่พอคิดดูดีๆในใจของเธอกลับมีบางสิ่งที่แปลกออกไปจนเธอเริ่มคิดถึงเรื่องที่ตัวเองครุ่นคิดเมื่อคืน เรื่องที่เธอรู้สึกบางอย่างกับฮาจิเมะ แต่พอเธอคิดถึงภาพตัวเองในอดีตก็พลันปวดใจขึ้นมาทันที และพยายามปฎิเสธว่าตัวเองชอบฮาจิเมะเข้าซะแล้ว จนเกิดกลัวขึ้นมาว่ามันจะเป็นเหมือนเช่นอดีต แล้วอากิระจะเข้ามาเรียกเธอว่าถ้าไม่รีบจะไปประชุมสายนะ จึงตกใจที่อากิระมาอยู่ที่นี่ได้ เธอจึงบอกว่าลืมของเลยกลับมาเอา นางิสะกลบเกลื่อนโดนรีบชวนอากิระออกจากหอ

 

 

ที่ห้องเรียน เหล่านักเรียนชายรวมทั้งเคนก็กำลังตื่นเต้นเพราะวันนี้จะได้ทานเค้กของนางิสะ จนมีโคโคเนะไม่อยู่เฉยและแย้งว่าเค้กของนางิสะจนมีปากเสียงกัน(เหมือนเด็กทะเลาะกัน) จิสะจึงเริ่มเปิดประชุมโดยถามความเห็นนางิสะ นางิสะจึงเสนอให้นักเรียนชายเลือกเมนูเค้กมาคนละหนึ่งอย่างจากในรายการที่เธอทำไว้ หลังจากเลือกเสร็จนางิสะจะถามว่าน้อยไปหรือเปล่า ซึ่งเคนก็บอกว่าแค่นี้พอดีแล้วล่ะ พวกจิสะก็เห็นด้วยว่าแค่4ชนิดกำลังดี โดยมี ช็อตเค๊ก,ชีสเค๊ก,โรลเค๊กและกาโด้ช็อคโคล่า ฮาจิเมะจะเห็นว่าน่าจะเพิ่มอีกสัก2ชนิดซึ่งโคโคเนะก็รีบเห็นด้วยทันที แต่เจอฮาจิเมะดักคอว่าเธอว่าจะกินเองล่ะสิ และให้เธอสำนึกด้วยว่าเธอเป็นพนักงานนะ โคโคเนะก็เลยปฎิเสธว่าแค่อยากชิมเท่านั้นแต่ก็ถูกนางิสะดักคออีกว่า แต่ก็คิดจะกินล่ะสิเจ้าตัวก็ไม่ปฎิเสธ จิสะเลยเสนอให้สรุปและเลิกประชุมก่อนก็ไม่มีใครคัดค้าน แล้วฮาจิเมะก็เข้าไปเรียกนางิสะแต่เธอก็ตกใจจนสะดุ้งจนทำให้ฮาจิเมะแปลกใจ ฮาจิเมะเลยถามเธอว่าจะให้เขาช่วยอะไรได้บ้างแต่เธอก็ทำท่าเหมือนพูดอะไรไม่ถูกและปฎิเสธว่าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นและขอโทษพร้อมทั้งวิ่งหนีออกจากห้องไป ฮาจิเมะเลยสันนิษฐานว่าเธอกำลังโกรธอะไรอยู่เลยหาทางจะขอโทษ

 

 

เมื่อกลับมาที่หอ ฮาจิมะจะแซวโคโคเนะเรื่องเค้กจนอากิระเข้ามาห้ามเพราะเห็นนางิสะต้องทำงานอยู่คนเดียว ฮาจิเมะเลยเสนอความช่วยเหลือจะขอให้นางิสะบอกว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง ทำให้เธอตกใจจนสะดุ้งอีกครั้ง และก็รู้สึกอึดอัดจนพูดลำบากก็เลยบอกเขาว่าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นและเธอทำคนเดียวได้ แล้วก็ขอตัวเข้าไปในครัวก่อน จนโคโคเนะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจึงบอกว่า มีเรื่องสนุกๆเกิดขึ้นซะแล้วสิ และถามว่าฮาจิเมะทะเลาะกับนางิสะอยู่สินะ ฮาจิเมะก็ปฎิเสธว่าไม่มีเรื่องอะไรจริงๆจะนึกออกก็มีแค่เรื่องเดียวคือตอนที่อาบน้ำคราวก่อนแต่คงไม่ใช่เพราะคนผิดคือนางิสะ ทำให้ทุกคนก็คิดหาเหตุผลไม่ออก โคโคเนะก็เลยออกความเห็นว่าอาการของนางิสะคล้ายๆกับผู้หญิงที่กำลังมีความรักเหมือนที่เธอเคยอ่านในการ์ตูนเลย แต่พอฮาจิเมะถามว่าแล้วชอบใครล่ะทำให้อากิระกับโคโคเนะถอนใจกับความบื้อของเขาเลยให้เขาไปถามตัวเองดูสิ

 

 

แล้วนางิสะจะออกมาจากในครัวโดยบอกว่าวัตถุดิบไม่พอจึงขอให้อากิระหรือโคโคเนะไปเป็นเพื่อนหน่อย ฮาจิเมะจะเสนอตัวเองแต่นางิสะกลับอ้ำอึ้งและหันไปชวนอากิระ แต่เธอปฎิเสธว่าต้องทำเสื้อผ้า จึงหันไปชวนโคโคเนะแทนแต่เธอก็หนีไปเรียบร้อยแล้ว ฮาจิเมะจึงเสนอว่าจะไปเรียกรุ่นพี่จิสะให้ แต่นางิสะเห็นว่าอย่างรุ่นพี่คงไม่ยอมไปช่วยถือของแน่ๆ ฮาจิเมะเลยเล่นแง่ว่า แล้วจะเอายังไงล่ะ ของก็ดูท่าจะเยอะถือคนเดียวไหวเหรอ? นางิสะจึงเงียบไปครู่นึงก่อนจะขอโทษเขาและง้อให้ช่วยหน่อย และบอกว่าจะปฎิเสธก็ไม่เป็นไรนะ แต่ฮาจิเมะก็ตอบตกลงทันที

 

 

ตลอดเวลาระหว่างที่ซื้อของนางิสะกับฮาจิเมะก็รู้สึกตึงเครียดจนพูดไม่ออกทั้งคู่ จนเสียงร้องของท้องฮาจิเมะก็ทำลายความเงียบลง จึงชวนนางิสะเข้าร้านน้ำชาเพื่อทานข้าวด้วยกันตอนแรกเธอจะปฏิเสธว่ายังไม่หิวแต่ไม่ทันไร เสียงท้องของเธอก็ร้องเช่นกันทำให้ยอมรับว่าตนก็หิวเหมือนกัน ฮาจิเมะเลยชวนเธอเข้าร้านน้ำชาแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆนั้น หลังจากเข้ามาในร้านแล้วนางิสะก็ยังคงเงียบจนกระทั่งสั่งอาหารเสร็จ ฮาจิเมะก็เริ่มพูดถึงเรื่องต่างๆเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนบ้านไฟไหม้จนได้มาอยู่อาศัยร่วมชายคาเดียวกับเธอ ทำให้เธอเริ่มผ่อนคลายและคุยอย่างปกติ แล้วนางิสะก็ขอโทษที่ตอนนั้นทั้งๆที่รู้ว่าเขากำลังลำบากจากอุบัติเหตุก็ยังเห็นแก่ตัวเพราะทิฐิของตัวเองคัดค้านการที่จะให้เค้ามาพึ่งพิงหออายาเมะ

 

แต่เขาก็ไม่ได้โกรธเธอเพราะเหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เขาได้มาร่วมทำอาหารและออกมาซื้อของด้วยกันกับเธอเหมือนวันนี้ และฮาจิเมะก็ขอให้จากนี้ไปยังคงสนิทกันไปแบบนี้รวมทั้งขอโทษถ้ามีเรื่องทำให้เธอโกรธ ทำให้นางิสะตกใจและปฎิเสธว่าเขาไม่เป็นต้องขอโทษเลยเพราะไม่ได้ทำอะไรผิด และบอกเขาว่าอย่าเข้าใจผิดเพราะเธอไม่ได้โกรธอะไรเขาเลย ฮาจิเมะเลยถามว่าทำไมดูเธออารมณ์ไม่ค่อยดีเลยล่ะแล้วยังรู้สึกได้ว่าพยายามหลีกเลี่ยงเขาอยู่ด้วย เธอก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไรและขอโทษที่ทำให้รู้สึกไม่ดี ฮาจิเมะก็เลยตอบว่าในเมื่อเขาไม่ได้ทำอะไรผิด นางิสะก็ไม่มีเหตุผลจะต้องขอโทษเขาเหมือนกัน และขอให้นางิสะอย่าเกรงใจเขาอีก ถ้ามีเรื่องอะไรก็ปรึกษากับเขาได้ เพราะเขาก็อยากจะสนิทกับเธอให้มากยิ่งขึ้น ทำให้นางิสะยิ้มออกและกล่าวขอบคุณเขา แล้วอาหารจะมาเสิร์ฟพอดีทั้งคู่จึงลงมือทานกัน

 

 

เมื่อกลับมาถึงหอ นางิสะจะขอบคุณฮาจิเมะที่ช่วยถือของและเธอจะขอตัวเข้าครัวเอาของไปเก็บและเริ่มทำเค๊ก ฮาจิเมะเลยเสนอตัวไปช่วยด้วย แต่นางิสะก็ยังปฎิเสธและขอให้เขาช่วยเหลืองานบ้านภายในหอแทนเพราะมันก็เป็นงานที่สำคัญไม่แพ้กัน ฮาจิเมะจะรู้สึกผิดหวังเพราะอยากจะมีอกาสได้พูดคุยกับเธอมากกว่านี้แต่ก็จนด้วยเหตุผลและรับปากไป แต่ก็บอกกับเธอว่าถ้ามีอะไรจะให้ช่วยก็ขอให้เธอเรียกเขาได้เลยจะรีบมาหาทันที แต่เธอกลับเงียบไปทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดในใจ เขาจึงแกล้งเปลี่ยนเรื่องว่าจะรอเค๊กอร่อยๆจากเธอนะ เธอก็เลยยิ้มแห้งๆตอบรับเขา

 

 

แล้วฮาจิเมะก็ขึ้นมาชั้นบนของหอและคิดอยู่ว่าถึงจะบอกว่าให้ช่วยงานของหอแต่จะให้ทำอะไรดีล่ะ แต่แล้วจู่ๆโคโคเนะก็เข้ามาเรียกเขาและลากเขาเข้าไปคุยกันในห้องผู้ดูแล ฮาจิเมะเลยถามโคโคเนะว่าทำไมต้องคุยกันที่นี่แทนจะเป็นห้องนั่งเล่น เธอเลยบอกว่านี่เป็นเรื่องที่ไม่สามารถคุยที่ห้องนั่งเล่นได้ และโคโคเนะก็เริ่มคาดคั้นที่เค้าออกไปกับนางิสะตั้งนานว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งฮาจิเมะก็เล่าไปตามปกติว่า แค่ไปซื้อของด้วยกันแล้วเกิดหิวเลยชวนไปทานข้าวในร้านน้ำชาเท่านั้นเอง โคโคเนะก็เลยถามว่าได้สารภาพรักกันหรือยัง แต่ฮาจิเมะก็ทำท่างงๆอย่างไม่เข้าใจเหตุผล โคโคเนะเลยมั่นใจว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นชัวร์เลย ทำให้เธอโทษตัวเองที่ไปคาดหวังกับฮาจิเมะมากไป แล้วเธอก็ถามกับฮาจิเมะตรงๆว่าเขาคิดยังไงกับนางิสะในฐานะผู้หญิง ทำให้เขานิ่งไปนานจนโคโคเนะบอกว่าเขานี่แย่จริงๆว่าไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยเหรอไง ฮาจิเมะจึงลำดับเรียบเรื่องราวระหว่างเขากับนางิสะที่เกิดขึ้นดู

 

 

ตัดมาที่ด้านนางิสะกำลังจัดของเข้าตู้เย็นอยู่ และเธอก็ถอนหายใจและคิดในใจว่าไม่อยากจะให้ฮาจิเมะเป็นห่วงเธอเลยอยากจะทำตัวให้เป็นเหมือนเดิมแต่ก็ทำไม่ได้ทั้งๆที่รู้สึกได้ว่าเขาต่างจากผู้ชายคนอื่นแท้ๆที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าเธอเริ่มเข้าใจความรู้สึกของตัวเองที่มี่ต่อฮาจิเมะแล้ว และแล้วจู่ๆจิสะก็โผล่เข้ามาถามเธอว่าทำไมมาถอนหายใจคนเดียวตรงนี้แถมยังเข้าของเข้าๆออกๆตู้เย็นตั้ง5รอบแล้ว ทำให้เธอตกใจมาก จิสะจึงขอโทษที่ทำให้ตกใจแต่เพราะมีเรื่องอยากจะถามเธอและไม่เพียงแค่เธอเท่านั้น อากิระก็เดินเข้ามาหานางิสะอีกคน โดยอากิระจะห่วงเธอว่าดูเธอถอนหายใจแปลกๆแต่นางิสะปฎิเสธว่าไม่มีอะไร จิสะเลยถามว่ามีเรื่องอะไรกับฮาจิเมะใช่ไหม ทำให้นางิสะยิ่งตะคอกปฎิเสธเสียงแข็ง จิสะเลยบอกว่าดูง่ายจังเลยนะ อย่าได้ปิดบังเธอเลย เพราะเธอคอยดูอยู่ตลอด ทำให้นางิสะรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำจนหน้าสลดพูดไม่ออก

 

 จิสะเลยขอให้นางิสะบอกว่าอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่ และยิงคำถามขึ้นว่า เพราะเธอชอบฮาจิเมะใช่ไหม?ทำให้นางิสะตกใจราวกับถูกอ่านใจออก ทำให้จิสะหัวเราะเบาะและบอกว่าถูกเผงเลยสินะ และถามอากิระว่า นางิสะนี่ดูออกง่ายจังเลยนะ จริงไหม แต่นางิสะก็รีบปฎิเสธอย่างลนลานว่า อย่าพูดตามใจแบบนี้สิ ชอบอะไรกัน อีกฝ่ายเป็นผู้ชายนะ จิสะเลยแกล้งถามว่า แล้วถ้าเป็นหญิงจะไม่มีปัญหาเหรอ? นางิสะก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่แบบนั้น จิสะก็เลยบอกกับเธอว่า อย่าได้แก้ตัวอีกเลย การจะรักชอบใครสักคนไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย นางิสะจึงเงียบไปราวกับยอมรับ จิสะเลยแนะนำว่า ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้ยุ่งยากเลย แค่ลองบอกความรู้สึกกับฮาจิเมะไปตรงๆก็พอแล้ว และยังเตือนว่าถ้ามัวแต่ชักช้าล่ะก็โอกาสจะหนีหายไปล่ะเพราะฮาจิเมะก็ค่อนข้างเนื้อหอมด้วยทำให้เธอมีคู่แข่งอยู่เพียบเลย

 

 

พอมองหน้านางิสะที่กำลังสลดอยู่เงียบๆ จิสะจึงถอนหายใจและบอกว่า จู่ๆจะบอกให้ไปสารภาพรักคงจะไม่ไหวสินะ แต่จะปล่อยให้ทุกข์ใจแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ดี เธอเลยเสนอกับนางิสะว่าจะจัดฉากสารภาพรักให้ หรืออยากจะสารภาพด้วยตัวเอง? นางิสะยังคงเงียบและค่อยๆตอบสั้นๆว่า ทำไม่ได้หรอก ทำให้ทั้งคู่รู้สึกเป็นห่วงมาก อากิระจึงแนะนำว่า ถ้าเธอชอบรุ่นพี่ฮาจิเมะล่ะก็สารภาพไปตรงจะดีกว่านะไม่งั้นจะต้องเสียใจทีหลังแน่ เพราะตัวเธอเองก็ไม่อยากเห็นนางิสะต้องเสียใจ แล้วทั้งคู่ก็มองนางิสะด้วยสายตาจริงๆจังทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปครู่นึงและตอบคำถามกับพวกเธอเพียงแค่ว่า เพราะกลัวน่ะ กลัวที่จะชอบผู้ชาย จิสะเลยถามว่ากลัวว่าจะเป็นเหมือนตอนเด็กเหรอ ทำให้นางิสะตกใจว่าทำไมจิสะถึงรู้เรื่องนี้ได้ จิสะก็ตอบว่าอย่างที่บอกไงว่าฉันมองอยู่ตลอด เอาเป็นว่ารู้เรื่องทั้งหมดก็แล้วกัน ทำให้นางิสะสารภาพเรื่องในอดีตว่า เธอมีคนที่ชอบอยู่และชอบเขามาก อยากจะส่งความรู้สึกให้เขาได้รับรู้ แต่กลัวที่จะไปคนเดียวเลยได้ขอให้เพื่อนไปด้วย และส่งช็อคโกแล็ตพร้อมจดหมายให้กับเด็กผู้ชายคนนั้นโดยเอาไปใส่ไว้ในโต๊ะ

 

 ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน จิสะจึงสรุปว่านางิสะยังกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีกสินะ จึงบอกกับนางิสะว่า คนเราน่ะจะยึดติดอยู่กับอดีตตลอดไปไม่ได้หรอกนะ คนที่ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ท้ายที่สุดก็จะไม่สามารถยอมรับสิ่งใดได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น การที่ได้อยู่ร่วมกับฮาจิเมะมาจนป่านนี้เธอคิดว่าเขาจะเป็นคนแบบเดียวกับเด็กผู้ชายคนนั้นหรือเปล่าล่ะ ตัวฉันคิดว่าไม่ และถามนางิสะว่าแล้วเธอคิดว่ายังไงล่ะ นางิสะยังคงเงียบไปแต่ในใจของเธอมีคำตอบอยู่แล้วว่าเธอรู้ดีที่สุดว่าถ้าเป็นฮาจิเมะจะไม่ทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นแน่นอน แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้เพราะเธอกลัวที่จะรักใครสักคนไม่ว่าจะยังไงก็ตาม

 

 

ตัดกลับมาที่ห้องของฮาจิเมะ เขาถามขึ้นลอยๆว่าฉันคิดยังไงกับฮิคามิ(นางิสะ)นะ แต่โคโคเนะที่อยู่ในห้องด้วยกันก็บอกว่า นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องถามนายต่างหาก เขาจึงขอโทษโคโคเนะที่ยังไงเขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เลย โคโคเนะจึงแซวเขาว่าเป็นคุณชายหัวช้า แต่ฮาจิเมะก็ตอกกลับว่าเฉพาะเธอเลยนะที่ไม่อยากให้พูดแบบนี้ได้ ทำให้ทั้งคู่คุยเล่นหัวกันไปสักพักโคโคเนะก็กลับห้องไป

 

เมื่อโคโคเนะกลับไป ฮาจิเมะก็นอนคิดอยู่เพียงลำพังถึงเรื่องของนางิสะ ไม่ว่าจะคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังคงคิดไม่ออก แต่เค้าก็รู้สึกได้ว่านางิสะพยายามหลบหน้าเขาอย่างชัดเจน ซึ่งโคโคเนะก็รู้สึกได้แบบนั้นเช่นกัน แต่พอฮาจิเมะคิดว่าเขาถูกนางิสะเกลียดซะแล้ว เขาก็รู้สึกปวดใจมากซึ่งเค้าก็หาสาเหตุของความเจ็บปวดไม่ได้ ทำให้เขาปวดหัวมากจนคิดไม่ออกจึงตัดสินใจนอน และคิดว่าพรุ่งนี้จะไปถามนางิสะให้ชัดเจนเลยดีกว่าไม่ว่าจะเป็นคำตอบแบบไหนเขาก็อยากจะรู้ให้ได้

 

 

พอรุ่งเช้าฮาจิเมะก็รู้สึกตัวขึ้นและพบว่าเมื่อคืนเขาเอาแต่คิดจนนอนไม่ค่อยหลับเลยนับเวลาที่นอนก็พอจำได้ลางๆว่าแค่ประมาณ3 ชั่วโมงเท่านั้น ตอนแรกคิดจะนอนต่อแต่กลัวว่าจะนอนจนถึงบ่าย ก็เลยจะไปล้างหน้าและออกไปเดินเล่นซักหน่อย แต่พอเปิดประตูออกมาก็เกิดบังเอิญเจอกับนางิสะที่ระเบียงทางเดินพอดี นางิสะที่ยังอยู่ในชุดนอนและสภาพที่ไม่ต่างกับเขาเท่าไหร่(คิดมากนอนไม่หลับเหมือนกัน)และตัวเขาเองก็รู้สึกเข้าหน้ากันไม่ติดจึงได้แต่ทักทายกันเพียงเท่านั้น และนางิสะก็ขอตัวกลับห้องไปอย่างรวดเร็ว และหันกลับมามองเขาชั่วครู่หนึงก่อนจะเข้าห้องไป

 

 

ตอนกลางวัน นางิสะได้เรียกทุกคนมาชิมรสชาติของเค๊กที่เธอได้ลองทำโดยนางิสะได้เรียกเอย์โกะมาด้วย แล้วทุกคนจะพูดคุยกันด้วยความสนุกสนาน จนฮาจิเมะอดเจ็บปวดไม่ได้ว่านางิสะสามารถทำผลงานเค๊กออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมโดยที่ตัวเขาไม่ได้มีส่วนช่วยเลยเลยรู้สึกน้อยใจว่าเขาเค้าเองไม่ได้มีความจำเป็นแต่แรกแล้วก็ได้ สำหรับนางิสะแล้วตัวตนของเขามีอยู่เพียงแค่นั้น เพราะความรู้สึกในใจตอนนี้ทำให้เขาไม่สามารถแสดงความยินดีได้อย่างจริงใจ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ทีไรก็พลันทำให้รู้สึกปวดใจ แต่แล้วก็มีเสียงขึ้นมาขัดจังหวะว่า ถ้าฮาจิเมะไม่กินฉันจะจัดการเองนะ ซึ่งเจ้าของเสียงก็คือเคน ทำให้ฮาจิเมะถามหาคนที่พาเคนเข้ามา ซึ่งก็มีแต่คนปฎิเสธจนสุดท้ายโคโคเนะก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนชวนเคนเข้ามาเองเพราะเธอกับเคนถือเป็นสหายพันธมิตรของหวานเหมือนกัน แต่พอเวลาทานจริงๆกลับไม่มีส่วนของเคนเพราะไม่ได้เตรียมไว้ให้ เคนจึงถามหาส่วนของตน ฮาจิเมะเลยให้ไปขอแบ่งจากโคโคเนะแทนเพราะเหตุผลข้างต้น และก็แน่นอนว่าจอมตะกละอย่างโคโคเนะก็ปฎิเสธที่จะแบ่งให้อย่างแน่นอน แต่นางิสะก็บอกว่าเธอทำไว้เยอะและเอามาเพิ่มให้เพราะคิดไว้ว่าโคโคเนะคงจะกินเยอะแน่ๆ ทำให้เคนซาบซึ้งใจในตัวเธอประดุจเทพธิดาเลยทีเดียว

 

หลังจากได้ชิมเค้กกันแล้ว ทุกคนก็คอมเม้นว่าอร่อยมาก ซึ่งในใจฮาจิเมะก็ยอมรับว่าอร่อยจริงๆแต่ก็เริ่มรู้สึกน้อยใจอีกครั้ง จนอากิระสังเกตถึงความปกติจึงถามเขาด้วยความห่วงใยแต่เขาก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไร โคโคเนะเลยฉวยโอกาสถามว่าถ้าไม่อร่อยเธอจะขอกินแทนฮาจิเมะเอง แต่ก็โดนนางิสะห้ามไปยุ่งกับส่วนของฮาจิเมะเพราะเธอทำไว้ให้โคโคเนะอยู่เยอะแล้ว เมื่อทุกคนทานเสร็จจิสะก็ลงความเห็นว่าถ้าจะออกร้านน้ำชาล่ะก็ตอนนี้โอเคแล้ว

 

หลังจากเสร็จเรื่องแล้วมายูกิกับเอย์โกะก็เลยจะขอตัวกลับกันก่อน แต่แล้วพวกเธอก็สังเกตุเห็นเคนกำลังจะแอบย่องอยู่ก็เลยจับมาสอบสวนได้ความว่า เขาคิดจะแอบเข้าไปสำรวจหออายาเมะสักครั้งซึ่งถือเป็นโอกาสที่ลูกผู้ชายเกิดมาสักครั้งนึงจะมีเลยหาเสียงสนับสนุนจากฮาจิเมะซึ่งก็แน่นอนว่าไม่มีทาง เค้าจึงโดนเอย์โกะกับมายูกิหิ้วปีกกลับไปพร้อมกัน แม้ตอนแรกเขาจะโวยวายแต่พอคิดได้ว่ากำลังได้ถือดอกไม้ทั้ง2มือเขาก็กลายเป็นดีใจแทน ทำให้ฮาจิเมะรู้สึกอยากชมสหายของเขาที่เปลี่ยนความทุกข์ให้กลายเป็นความสุขได้

 

 

ในตอนเย็นฮาจิเมะจะทำความสะอาดพลางถอนหายใจอย่างกลุ้มใจที่ไม่มีโอกาสได้คุยกับนางิสะเลยรวมทั้งตัวเธอก็พยายามเลี่ยงเธอด้วยอยู่ในห้องนั่งเล่น แล้วจิสะจะเข้ามาทักทายเขาและบอกว่ามีธุระกับเขาและมอบนิตยาสารข่าวสารเกี่ยวกับอาพาร์ทเม้นต์ให้เช่าของคนรู้จักให้ ฮาจิเมะเลยถามว่าทำไมจู่ก็เอามาให้ จิสะเลยบอกว่าพอดีได้คุยโทรศัพท์กันเลยได้รับไหว้วานให้มาบอกฮาจิเมะด้วย แต่พอดูปฎิกิริยาของเขาแล้วจิสะก็แกล้งถามว่าดูท่าจะไม่ค่อยอยากไปสินะ หรือว่าอยากอยู่ที่หออายาเมะตลอดไปล่ะ ฮาจิเมะจึงตอบอย่างไม่เต็มคำว่า ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่แค่ จิสะจึงถามดักคอว่า แค่อะไรเหรอ? หรือว่ามีคนที่ชอบแล้วไม่อยากจะไปจากที่นี่กัน ฮาจิเมะปฎิเสธว่าเพียงแค่เขาเคยชินกับที่นี่แล้วถ้าย้ายออกไปคงจะรู้สึกเหงา จิสะก็เห็นด้วยว่าช่วงนี้เขาก็เริ่มเข้ากันได้กับทุกคนจริงๆ และแซวเขาว่ายิ่งท่าทางตอนทำความสะอาดห้องนั่งเล่นยิ่งดูดีมากเลย ฮาจิเมะเลยขอร้องเธอว่าอย่าแซวเขาแบบนี้สิ แล้วจิสะก็เริ่มถามจริงจังว่า แต่ว่ายังไงก็คงไม่คิดจะอยู่ที่นี่จนจบการศึกษาใช่ไหมล่ะ  เขาก็ยอมรับว่าเป็นเช่นนั้น จิสะก็เลยถามว่าแต่เขาก็ไม่ควรปล่อยโอกาสในอนาคตไปอย่างเปล่าประโยชน์และก็ไม่ได้บอกให้ออกไปเร็วๆนี้จึงให้เขาเอาไปลองคิดดู ฮาจิเมะจึงขอบคุณเธอมากแล้วจิสะก็ขอตัวไปก่อน

 

 

แต่ในขณะที่ฮาจิเมะคาดไม่ถึง จิสะได้เหลือบไปมองที่นางิสะที่แอบอยู่แว่บนึง ทำให้เธอตกใจมากที่จิสะรู้ว่าเธอแอบได้ฟังอยู่ แต่จากที่เธอได้เห็นทำให้เธอคิดเอาเองว่าที่ฮาจิเมะรับนิตยสารจากจิสะเพราะเขาคิดจะออกจากหอหญิง เมื่อเธอจะก้าวออกไปก็หยุดเท้าลงและถามตัวเองว่าตัวเธอเองคิดจะทำอะไรอยู่ ไปถามเขางั้นเหรอซึ่งเธอก็ทำไม่ได้ และเริ่มหาข้ออ้างให้ตัวเองว่า การที่ผู้ชายเข้ามาอยู่ในหอหญิงก็เป็นเรื่องแปลกอีกทั้งเธอยังเป็นตัวตั้งตัวตีอันดับ1ตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นถ้าเขาจะออกไปตัวเธอควรจะยินดีไม่ใช่เหรอ แต่เธอก็รู้สึกขึ้นมาว่าตัวเองที่คิดแบบนั้นช่างน่ารังเกียจจริงๆ ทำให้เธอรู้สึกยิ่งสับสนจนทำอะไรไม่ถูก

 

 

จนตกดึกฮาจิเมะนั่งดูนิตยสารที่ได้รับมาก็วางมันลงและนั่งถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก เพราะเขาคิดว่าถ้ายังไม่รู้ท่าทีที่ชัดเจนของนางิสะเขาก็ทำใจออกไปจากที่นี่ไม่ได้เช่นกัน เขาจึงตัดสินใจเดินไปหานางิสะที่ห้องของเธอ เมื่อถึงหน้าห้องเขาเคาะประตูและบอกนางิสะว่ามาธุระที่ต้องคุยด้วยให้ได้ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับเลยคิดว่าเธอนอนหลับไปแล้วแต่ก็ลองเคาะอีกครั้ง เธอก็ตอบกลับมาว่า ไม่ได้ล็อค เข้ามาสิ เมื่อเข้ามาข้างในฮาจิเมะก็ขอโทษที่ต้องเข้ามารบกวน แต่นางิสะก็อยากให้เขาเข้าเรื่องเลย ฮาจิเมะเลยถามตรงๆว่า ทำไมเธอต้องพยายามหลีกเลี่ยงเขาด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้แล้วแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเลย เพราะฉะนั้นคราวนี้จึงอยากทราบเหตุผล ทำให้เธอนิ่งเงียบไปก่อนจะเอ่ยถามว่า แล้วทำไมต้องสนใจฉันถึงขนาดนั้นด้วย คำว่าทำไมทำให้ฮาจิเมะคิดถึงว่าราวกับตอนที่เคยถามเหตุผลที่เกลียดผู้ชาย เป็นความรู้สึกราวกับกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นอยู่ระหว่างเขาและเธอและเป็นหนึ่งคำที่ทำให้เค้ารู้สึกอึดอัด แต่ถ้ามาหยุดตรงนี้ก็จะไม่มีความหมาย เขาได้คำนึงถึงความรู้สึกของตนเองอย่างจริงจังและพร้อมจะบอกมันออกไปว่า ฉันน่ะ..... แต่แล้วนางิสะก็ตะโกนบอกให้เค้าหยุด อย่าพูดออกมา ทั้งที่เขาจะออกไปจากหออายาเมะอยู่แล้วแท้ๆ ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่อยู่แล้วแท้ๆ ทำให้ฮาจิเมะตกใจที่เธอรู้ได้ยังไง แต่ก็เดาได้ในทันทีว่าเธอคงเห็นเรื่องในห้องนั่งเล่นเมื่อตอนเย็นแล้ว ฮาจิเมะจึงขอให้เธอฟังเขาก่อน แต่นางิสะก็ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้นและขอร้องให้เขาออกไปจากห้องของเธอซะ ทำให้ฮาจิเมะได้กล่าวขอโทษเธอและลาออกจากห้องไป พอเดินออกจากห้องไป ฮาจิเมะก็นึกออกว่าพอได้เห็นหน้าของเธอแล้วทำให้ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบแล้ว แต่สิ่งนั้นก็ได้ถูกปฎิเสธก่อนจะได้สารภาพออกไป และเขาก็เดินจากไป

 

 

ตัดมาที่ในห้องของนางิสะ เธอนั่งเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป แล้วก็ยอมรับในสิ่งที่รุ่นพี่จิสะพูดในวันนั้นแล้วว่าเธอยังเป็นเหมือนกับเมื่อวันนั้น และนึกย้อนไปถึงเรื่องในวันนั้นที่เธอได้รับความเจ็บปวดจากรักแรกรวมทั้งการที่รอเค้าแต่ก็ไม่ยอมมาพบและย้ายไป เธอรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้ก้าวหน้าไปจากวันนั้นเลย ยังคงหยุดอยู่กับที่ๆนั้นต่อไป และจากนี้ไปก็คงไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้แน่นอน

 

ติดตามจุดไคลแมกซ์ได้ในบทต่อไปครับ ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมบล็อคเสมอมานะครับ

เป็นน ทำให้ฮาจิเมะถามหาคนที่พาเคนเข้ามาอกาสจะหนีหายไปล่ะเพราะฮาจิเมะก็ค่อนข้างเนื้อหอมด้วยทำให้เธอมีคู่แข่งอยู่เพียบเลยค่

 

 

Spoil Singnal Heart ~Hikami Nagisa~Route 3

posted on 28 Oct 2009 09:48 by shion20

มาต่อกันในส่วนที่3ล่ะครับ วันนี้รู้สึกกลัวหลุดดำตะหงิดๆ

วันรุ่งขึ้น เอย์โกะได้เข้ามาถามเรื่องที่จะมีการร่วมมือกันของทั้ง 2หอเพื่อออกร้านน้ำชา ฮาจิเมะเลยบอกว่าถ้าไม่ร่วมมือกันก็จะไม่ทันเวลา แต่เอย์โกะก็เลยหยอดว่า ถ้าจะทำจริงๆเธอช่วยหาอาสาสมัครให้ได้นะ ทำให้นางิสะรีบถามว่าจริงเหรอ แต่เคนก็ท้วงไม่ให้นางิสะผิดสัญญาเพราะตกลงกันแล้วทำให้นางิสะผิดหวัง เอย์โกะเลยเสียดายที่นางิสะน่าจะมาปรึกษาเธอก่อนสักนิด นางิสะจึงขอโทษเธอแต่เอย์โกะก็ไม่ใส่ใจแต่ขอเปลี่ยนเป็นขอหาข้อมูลจากคนแถวนี้แทน แล้วเคนก็เห็นด้วยว่าอยากถามฮาจิเมะเหมือนกันว่าทำยังไงให้นางิสะสามารถยอมรับได้ นางิสะเริ่มเคืองเลยถามว่าคิดยังไงถึงมาถามต่อหน้าเจ้าตัวแบบนี้

 

เคนกับเอย์โกะจึงบอกให้ฮาจิเมะช่วยบอกหน่อยสิ ฮาจิเมะเลยตอบว่า จะให้ราดน้ำมันในกองไฟหรือยังไงนะแต่ก็เอาเถอะก็แค่บอกว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้วันเปิดร้านจริงจะแย่เอานะเธอก็ยินยอมแค่นั้นแหล่ะ เอย์โกะก็ยังสงสัยว่าแค่นั้นเองเหรอ นางิสะก็ยอมรับว่าแค่นั้นจริงๆ ฮาจิเมะก็เสริมว่าถ้ามีเหตุผลพอแค่พูดกับนางิสะเธอก็เข้าใจแล้ว เอย์โกะเลยถามว่ากับนางิสะคนนั้นเนี่ยนะ นางิสะรู้สึกหงุดหงิดเลยถามว่าคำว่าคนนั้นมันหมายความว่ายังไง เคนเลยให้คำจำกัดความว่าซึนเดเระไงล่ะ เพราะฮาจิเมะไม่เข้าใจความหมายเลยให้เคนอธิบายให้ฟังซึ่งฮาจิเมะก็เห็นด้วยว่านางิสะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่แล้วนางิสะก็เปล่งออร่าที่น่ากลัวขึ้นที่ด้านหลังและถามฮาจิเมะว่า ใครซึนเดเระเหรอ ฮาจิเมะเลยพึงเข้าใจสถานการณ์ว่างานเข้าเป็นแน่แท้ จึงโบ้ยไปให้เคนจนถูกเคนด่าว่าเพื่อนทรยศแต่ดูเหมือนนางิสะจะจงใจเล่นงานเขาโดยเฉพาะเคนเลยต้องเป็นฝ่ายไว้อาลัยให้เขาแทน

 

 

แล้วพวกเราก็จะมาแจ้งเรื่องรวมหอกันออกร้านให้มายูกิรู้ทำให้เธอโล่งใจที่แก้ปัญหาได้แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาใหม่มาคือไม่มีใครทำเค้กเป็นนอกจากนางิสะ เคนเลยอ้อนขอให้เธอช่วยทำให้หน่อยเพราะพวกผู้ชายทำกันไม่เป็นเลย นางิสะเลยให้พวกเคนไปซื้อเค๊กมาขายกันเองสิแต่เขาก็ให้เหตุผลว่ามันราคาแพงเกินไปจึงขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อน ส่วนเรื่องชุดนั้นก็มอบให้อากิระที่พอจะตัดเย็บได้เป็นคนจัดการไป แล้วพอโคโคเนะจะให้คิดชื่อน่ารักๆให้ร้าน นางิสะกลับทำหน้าไม่ค่อยพอใจ

 

 

เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ฮาจิเมะกำลังจะกลับหอพร้อมกับนางิสะ แต่ก็ถูกมายูกิเรียกตัวไว้ เธอไหว้วานนางิสะช่วยไปซื้อวัตถุดิบทำอาหารตามรายการที่เธอเตรียมไว้ให้ทีเพราะวันนี้ต้องกลับช้าเนื่องจากงานของสภานักเรียน นางิสะจึงรับปากเป็นธุระให้ พอเธอเดินออกไป มายูกิก็วานให้ฮาจิเมะไปช่วยถือของให้นางิสะหน่อย ฮาจิเมะเลยถามว่าที่เรียกเขาไว้มีแค่จุดประสงค์นี้จริงๆเหรอ มายูกิเลยบอกว่าจริงๆแล้วเธอห่วงที่นางิสะยังไม่คุ้นเคยกับผู้ชายเลยร่วมงานกันลำบาก ผู้ชายที่พอพึ่งพาได้เลยมีแค่ฮาจิเมะเท่านั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ฮาจิเมะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนางิสะกับพวกผู้ชายให้หน่อย เพราะอย่างน้อยเธอทำงานโรงเรียนด้วยกันทั้งทีเธอก็อยากให้ทุกคนได้สนุกรวมทั้งนางิสะด้วย ฮาจิเมะก็บอกว่าอย่าคาดหวังอะไรมากละกันและตามนางิสะไป

 

 

แล้วฮาจิเมะจะวิ่งตามนางิสะมาทันจนถึงหน้าโรงเรียนและบอกเธอว่าจะขอไปด้วย แต่นางิสะก็ปฎิเสธ ฮาจิเมะเลยต้องอ้างว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย แล้วก็ลากเธอด้วยกัน จนทั้งคู่กลับหอไปแล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาซื้อของด้วยกัน บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ระหว่างเดินเงียบกริบ นางิสะเลยชิงถามเพื่อทำลายความเงียบว่า เรื่องที่จะคุยคืออะไรเหรอ? ฮาจิเมะเลยสารภาพว่าอ้างไปอย่างนั้นและถามกลับว่าไม่ตามมาด้วยจะดีกว่าเหรอ นางิสะก็ปฎิเสธว่าไม่หรอกแต่พอดีเธอมีเรื่องที่ต้องคิดนิดหน่อย ฮาจิเมะเลยบอกให้ไปซื้อของให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันดีกว่า

 

 

หลังจากซื้อของเสร็จ ฮาจิเมะจะสังเกตว่าเธอดูท่าทางไม่สดชื่นเลยเสนอให้พักสักครู่ที่สวนสาธารณะ นางิสะก็ตกลงว่าขอพักสักหน่อยก็แล้วกัน ฮาจิเมะเลยพาเธอมาพักที่ศาลาและซื้อน้ำมาให้ เขาจะเลี้ยงน้ำนางิสะแต่เธอไม่ยอมเพราะรู้ว่าตอนนี้เขายังไม่มีเงินทำให้ฮาจิเมะต้องยอมรับเงินจากเธอ หลังจากดื่มน้ำเสร็จเธอก็ถอนหายใจและขอโทษฮาจิเมะที่สร้างความลำบากใจให้กับเขาสาเหตุเพราะในตอนที่ประชุมซึ่งเธอเองก็พอรู้ว่ามายูกิกับอากิระก็ระแคะระคายอยู่บ้าง ฮาจิเมะเลยบอกให้เธอไม่ต้องฝืน เพราะแต่แรกเธอก็ไม่ได้ยอมรับอยู่แล้ว เธอก็ปฎิเสธว่างานโรงเรียนเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำร่วมกันจะให้เธอเอาแต่ใจอยู่คนเดียวก็คงจะไม่ดี ฮาจิเมะก็ให้เหตุผลว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องฝืนยังไงทุกคนต่างก็พยายามอยู่ แค่ให้เธอทำในส่วนของเธอให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เมื่อให้กำลังใจนางิสะแล้วเธอก็ขอบคุณฮาจิเมะและรู้สึกแปลกที่แม้เธอจะเกลียดผู้ชายคนอื่นๆแต่กับเขาแล้วกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย แต่แล้วเธอก็เผลอหลับไปซบลงบนไหล่ของฮาจิเมะ ฮาจิเมะเห็นว่าเธอคงจะเหนื่อยมากจึงปล่อยให้เธอหลับ

 

 

เวลาผ่านไปสักพัก ฮาจิเมะจะรู้สึกว่านางิสะรู้สึกตัวแล้วแต่พอหันไปดูก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่เลยนึกว่าตัวเองคิดไปเอง (จริงๆตื่นแล้วแต่แกล้งเนียน) แล้วจู่ๆเสียงโทรศัพท์ของนางิสะก็ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้งตื่นและรีบตอบโทรศัพท์ไปว่า ซื้อของเสร็จแล้วกำลังจะกลับแล้วก็วางหูไป(อากิระจังโหมดนิวไทป์เหมือนรู้ว่ากำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยชิงขัดจังหวะ) พอหันไปหาฮาจิเมะ เขาก็ยิ้มให้และถามเธอว่าตื่นแล้วเหรอ ทำให้นางิสะอายจนหน้าแดงก่ำจึงด่าเขาว่า บ้า แล้วรีบเดินกลับไปที่หอ

 

 

เมื่อกลับมาถึงหอ อากิระได้ทักทายนางิสะและถามว่าทำไมไปซื้อของแล้วถึงกลับมามือเปล่า แล้วฮาจิเมะก็ตามเข้ามาพร้อมของเต็มมือ เธอเลยรู้ว่าที่อยู่ข้างๆนางิสะเมื่อตอนที่เธอโทรไปหาเมื่อสักครู่คือฮาจิเมะ แต่ฮาจิเมะก็ปรามให้อากิระอย่าเพิ่งพูดมากกว่านี้เพราะนางิสะกำลังอารมณ์ไม่ดีและขอตัวเอาของที่ซื้อมาไปเก็บก่อน

 

 

รุ่งเช้า ฮาจิเมะมาที่ห้องอาหารก็จะพบอากิระที่กำลังทานอาหารอยู่ เธอจึงทักทายเขาและชวนทานข้าวด้วยกัน หลังจากคุยกันเรื่องงานเล็กน้อยเธอก็บอกฮาจิเมะว่ามีนัดประชุมกับเพื่อนในชั้นเรียนตอน 10 โมง ให้อย่าลืมไปด้วย

 

 

ในห้องเรียน ฝ่ายหอทั้ง2 ก็ได้รวมตัวกันปรึกษาหารืออย่างเช่นเคย แต่เพราะนางิสะไม่คุ้นเคยกับฝ่ายชายทำให้ทำหน้าลำบากใจอยู่ตลอดและเวลามีฝ่ายชายมาถามเธอก็ตอบแบบขอไปที ทำให้มายูกิกับจิสะรู้สึกได้ว่าตอนนี้นางิสะคงยังไม่ไหวเลยฝากให้ฮาจิเมะช่วยเธอหน่อย แล้วก็ประกาศให้เลิกประชุมก่อนเพราะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ทำให้นางิสะรู้สึกโล่งอกและตามพวกโคโคเนะไปทานข้าว ฝ่ายหอชายจะขอคุยกับฮาจิเมะหน่อยเรื่องของนางิสะโดยอยากให้เธอเห็นแก่ส่วนรวมช่วยแสดงความเห็นหน่อย ฮาจิเมะก็อธิบายกับทุกคนว่าแต่แรกนางิสะเองก็มีความจำเป็นของเธอแต่เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวเลยไม่สามารถอธิบายได้

 

แต่แล้วเคนก็เผยเจตนาที่แท้จริงของตนกับทุกคนว่าจริงๆแล้วพวกตนอยากทานเค้กฝีมือของนางิสะ ฮาจิเมะก็ถามว่าก่อนหน้านี้เคนเคยไปกินกับโคโคเนะแล้วไม่ใช่เหรอ เคนก็ค้านว่าที่เขากินมันเป็นเค้กที่ซื้อมาแค่มีเงินจะซื้อเท่าไหร่ก็ได้ แต่เค้กของนางิสะนี่ไม่ว่ายังไงก็ไม่สามารถหามากินได้ หลังจากเคนได้บรรยายความน่ากินของเค้กของนางิสะ(ที่มันเพ้อเจ้อเอาเอง)ก็ทำให้พวกผู้ชายที่เหลือแทบดิ้นทุรนทุรายด้วยความอยาก ฮาจิเมะจึงรับปากว่าจะไปเกลี้ยกล่อมให้(และคิดว่าตูคิดผิดเองที่ไปบ้าฟังพวกมัน) ฮาจิเมะเลยกลุ้มใจแค่เรื่องที่ทั้งรุ่นพี่จิสะและมายูกิฝากไว้ก็หนักกบาลพอแล้วยังมีเรื่องของไอ้พวกบ้านี่อีก ยิ่งรู้สึกหนักใจแต่ก็คิดว่าจะลองคุยกับนางิสะดู

 

 

เมื่อกลับ ฮาจิเมะตามกลิ่นหอมจนมาถึงห้องอาหาร เมื่ออากิระเห็นเขาจึงถามว่าจะมาทานข้าวกลางวันเหรอ นางิสะที่อยู่ด้วยเพิ่งทำอาหารเสร็จจึงชวนเขามาทานข้าวด้วยกัน เขาก็ไม่ปฎิเสธนางิสะเลยจะเข้าไปเตรียมให้ แล้วฮาจิเมะก็ถามเธอว่าทำเค้กยากไหม นางิสะอธิบายคร่าวๆว่ามีทั้งแบบง่ายและยาก เขาจึงขอให้นางิสะช่วยสอนวิธีทำให้ตนหน่อย นางิสะเลยถามว่าก็ลองทำเองดูก็ได้นี่นา แต่ฮาจิเมะบอกว่าอยากได้เค้กทีตัวเขากับนางิสะเป็นคนทำ เมื่อได้ยินนางิสะกับอากิระก็ถึงกับตกใจเรื่องที่เขาพูดมา ฮาจิเมะจึงถามว่าถ้างั้นถ้าเขาขอร้องให้นางิสะทำเค้กให้เธอจะว่าอะไรไหม เธอก็ตอบอย่างเขินๆว่า จนป่านนี้แล้วจะบอกว่ารังเกียจก็.. และด้วยการออดอ้อนด้วยสายตาที่เหมือนจะร้องไห้ของฮาจิเมะและคำขอร้องอากิระก็เลยรัปปากจะให้ฮาจิเมะช่วยทำเค้กด้วย หลังทานอาหารเสร็จแล้วอากิระจะขอตัวไปทำเสื้อผ้าต่อ แล้วนางิสะจะเริ่มสอนทำเค้กให้ฮาจิเมะ เมื่อถามเขาว่าจะทำเค้กแบบไหน ฮาจิเมะก็เลยบอกว่าฝ่ายชายยกให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเลือก นางิสะจะท้วงว่าถ้าเป็นแบบนั้นก็ปรึกษาโคโคเนะก็ได้ แต่ไม่ทันพูดจบฮาจิเมะก็หนีไปแล้ว

 

 

ที่ห้องเรียน ฮาจิเมะได้มาแจ้งข่าวดีให้เคนและนักเรียนชายทั้งห้องทราบ เคนเลยบอกว่าคิดถูกแล้วที่ถ้าให้ฮาจิเมะเป็นคนไปขอร้องทำให้นางิสะยอมรับ เมื่อเอย์โกะได้ยินเธอก็คิดว่าจะเอาไปเป็นสกู๊ปทำให้นางิสะเข้ามาปราม แล้วเคนจะขอคุยเรื่องเมนูเค้ก จิสะเลยเสนอให้ทุกคนมาร่วมคุยด้วยกัน แต่เคนดันทำความแตกเรื่องที่ขอให้นางิสะทำเค๊กให้ทำให้นางิสะรู้เจตนาที่ฮาจิเมะมาขอให้เธอสอนทำเค๊ก แต่เธอก็ยอมรับปากจะทำให้แต่ต้องให้ฮาจิเมะมาเป็นคนช่วยด้วย ทำให้เหล่านักเรียนชายยินดีมาก เมื่อออกมาจากห้อง นางิสะก็ถอนหายใจและบอกว่ารู้สึกเหมือนตัวเองพูดอะไรแปลกๆออกไปซะแล้ว ฮาจิเมะก็เลยบอกว่าเขาดีใจที่เห็นเธอสนใจที่จะทำนะ นางิสะก็เห็นด้วยว่าเธอรู้สึกสนุกจริงๆ ก็เป็นงานโรงเรียนทั้งทีนี่นะ

 

 

ฮาจิเมะทำความสะอาดห้องน้ำตามเวลาปกติ ฮาจิเมะจะนึกถึงรอยยิ้มของนางิสะเมื่อกลางวันนี้น่ารักมากและคิดว่าถ้าเธอยิ้มตลอดเวลาคงจะดีกว่านี้ ระหว่างทำอยู่นั้นเองเค้าก็ได้ยินเสียงของนางิสะจากข้างในห้องน้ำ ทำให้เขาลนลานและพอมองไปดูที่ตะกร้าเสื้อผ้าก็พบว่ามีเสื้อผ้าของนางิสะอยู่จริงๆ แล้วนางิสะที่กำลังอาบน้ำอยู่ก็กำลังบ่นถึงเรื่องที่ตัวเองพักนี้เอาแต่คิดถึงเรื่องของฮาจิเมะบ่อยๆ แล้วก็กำลังจะออกจากห้องน้ำ ฮาจิเมะได้พยายามตะโกนเตือนให้เธออย่าเพิ่งออกมาแต่สายไปแล้ว เมื่อเธอเดินออกมาเห็นฮาจิเมะก็ตกใจที่ฮาจิเมะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงและเกิดกลัวว่าเขาจะได้ยินเรื่องที่เธอเพิ่งพูดคนเดียวเมื่อครู่ แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจกับเรื่องที่สำคัญกว่าเพราะเธอกำลังเปลือยกายอยู่ตรงหน้าฮาจิเมะพอเธอรู้สึกตัวก็กรีดร้องออกมาจนดังสนั่น และตบฮาจิเมะจนกระเด็นล้มไปในอ่างน้ำร้อน

 

 

หลังจากนั้นทุกคนก็มารวมกันที่ห้องนั่งเล่นเพื่อสอบถามเรื่องราว ซึ่งฮาจิเมะกำลังจามเพราะยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า โคโคเนะเลยหัวเราะที่เค้าโดนนางิสะโจมตีจนตกลงไปในอ่างน้ำร้อน นางิสะเลยเข้ามาขอโทษเขา ฮาจิเมะก็ตอบว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ แต่จิสะก็หาเรื่องให้เขาโดยถามว่าได้เห็นร่างเปลือยของนางิสะหรือเปล่า ทำให้อากิระและโคโคเนะสงสัยและบีบคั้นถามเขาว่าเห็นใช่ไหม ฮาจิเมะก็แก้ตัวไปว่า ตอนนั้นไอน้ำหนามากทำให้เห็นแค่ใบหน้าของนางิสะเท่านั้น

 

จิสะเลยเปลี่ยนมาถามว่าทั้งที่กำหนดเวลาไว้แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้หรือว่าฮาจิเมะวางแผนไว้ ฮาจิเมะก็ปฏิเสธว่า เขาทำความสะอาดหลังเวลาที่คนในหอใช้งานตามที่กำหนดไว้จริงๆ นางิสะก็ยอมรับผิดว่าเป็นเพราะเธอทำอะไรหลายๆอย่างเลยเข้ามาอาบน้ำสายไปหน่อยแล้วก็ลืมไปว่าฮาจิเมะต้องมาทำความสะอาดเวลานี้ด้วย จิสะจึงสรุปว่าเป็นความผิดของนางิสะฝ่ายเดียว เธอก็ยอมรับโดยไม่เถียง ฮาจิเมะเลยจะขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะหนาวมาก จิสะก็เห็นว่าเมื่อเขาพ้นผิดแล้วก็ควรปล่อยไป แต่โคโคเนะแอบเสียดายที่คิดว่าถ้าฮาจิเมะแอบเข้าไปทำมิดีมิร้ายนางิสะด้วยความหื่นล่ะก็เรื่องคงสนุกกว่านี้ แต่ฮาจิเมะก็ตอบว่า ไม่สนุกเฟ้ย นางิสะเลยต้องขอโทษเขาอีกครั้ง อากิระก็เตือนให้ต่อไปนางิสะระวังมากกว่านี้ แล้วฮาจิเมะก็คิดในใจรีบปล่อยผมไปเถอะครับ หนาวจะตายอยู่แล้ว

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ฮาจิเมะจะรู้สึกตาพร่าและรู้สึกกระหายน้ำมา จึงลุกขึ้นไปเพื่อหาน้ำดื่ม แล้วนางิสะก็เดินเข้ามาหาเขาในห้องพอดี เมื่อได้ยินเสียงเธอถามว่าเขาเป็นอะไรไหม ฮาจิเมะก็สลบไปทันที พอเขาได้สติก็พบว่านางิสะกำลังเฝ้าไข้เขาอยู่ เธอได้บอกเขาว่าอย่าฝืนลุกขึ้นมาสิ กำลังมีไข้อยู่นะ ทำให้เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีไข้สูงมาก นางิสะก็โทษตัวเองว่าเพราะเรื่องเมื่อวานทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ แต่ฮาจิเมะก็ปฎิเสธว่าไม่ใช่เพราะเธอแต่เป็นเขาที่ไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าต่างหาก แล้วก็บอกไว้แล้วไงว่ามันเป็นอุบัติเหตุ นางิสะจึงยิ้มและบอกว่าเขาใจดีจังเลยนะ ฮาจิเมะจะคิดว่าพอเขาเห็นใบหน้าที่ดูเศร้าและน้ำเสียงที่ดูสงบของเธอก็ทำให้ในอกของเขารู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่สามารถอธิบายได้

 

แล้วฮาจิเมะก็นึกได้ว่าวันนี้ต้องเตรียมงานโรงเรียน แต่ร่างกายตอนนี้ถึงเขาไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร นางิสะเลยบอกให้เขาไม่ต้องห่วงและคิดแต่เรื่องทำให้ตัวเองหายก็พอแล้ว แล้วก่อนหน้านี้ก็เคยสัญญาไว้แล้วฉะนั้นเธอจะเป็นคนพยาบาลเขาเอง แต่ฮาจิเมะก็บอกว่าเขาอยู่คนเดียวได้ เธอจะไปก็ได้นะ แต่นางิสะก็ยืนยันหนักแน่นว่า จะให้ปล่อยคนป่วยไว้ตามลำพังได้ยังไง ฮาจิเมะเลยถามว่า แต่เธอกลัวผู้ชาย ไม่ใช่เหรอ?ทำแบบนี้จะดีเหรอ? ทำให้นางิสะตกใจและถามว่า ไปได้ยินมาจากใคร ฮาจิเมะเลยสารภาพว่า มาจากมายูกิแม้จะไม่รู้ละเอียดก็ตาม นางิสะเลยกะไปคิดบัญชีกับเธอทีหลัง แล้วก็อธิบายว่า จะว่ากลัวมันก็แค่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่านั้นเอง แม้จะบอกว่าเกลียดผู้ชายแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกลำบากหรอก ฮาจิเมะจึงชมเธอกลับว่า เธอที่อดทนต่อความรู้สึกไม่สบายใจที่อยู่กับผู้ชายแล้วมาพยาบาลเขา เธอเองก็ใจดีเหมือนกันแหล่ะ เธอก็เลยรู้สึกอายและปฎิเสธว่า ทำไปเพราะเธอเป็นต้นเหตุต่างหาก อีกอย่างเคยมีเด็กผู้ชายคนนึงบอกไว้ว่า ไม่ว่าใครก็ตามเดือดร้อนล่ะก็จงให้ความช่วยเหลือโดยไม่หวังคำขอบคุณ ซึ่งในตอนนั้น ตัวเธอก็ได้รู้สึกลำบากมาแต่ก็ได้เขาคนนั้นเป็นคนช่วยไว้ แต่ก็เพราะหมอนั่นเช่นกันที่ทำให้เธอไม่ชอบผู้ชาย

 

ฮาจิเมะเลยขอให้เธอช่วยเล่าให้ฟังหน่อย นางิสะจึงเริ่มเล่าว่า เด็กผู้ชายคนนั้นมักจะมาเล่นพร้อมกับพ่อเป็นประจำ ซึ่งพ่อของเขาเป็นคนที่ไม่ละเอียดอ่อนและเอาแต่สร้างความเดือดร้อนให้คนรอบข้างไปทั่ว ซึ่งจุดนั้นแหล่ะที่เป็นสาเหตุทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ภรรยาของเขาเป็นคนที่ใจดีมากเลย ไม่ว่าสามีจะทำอะไรก็ยังยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วฮาจิเมะก็รู้สึกว่าเรื่องมันยังมีต่อ นางิสะที่มองหน้าเขาก็พอรู้เลยถามว่า อยากรู้จริงๆเหรอ? ฮาจิเมะก็ตอบว่าถ้าบอกว่าไม่อยากก็คงจะโกหก เธอเลยถามเขาอีกว่า ทำไมล่ะ? ถึงตอนนี้ฮาจิเมะพอมองหน้าเธอที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ก็รู้สึกว่าราวกับหัวใจเต้นไม่หยุด เขาจึงตอบเธอว่า ก็เพราะว่าเป็นเรื่องของเธอยังไงล่ะ ทำให้เธออายจนหน้าแดงก่ำ ฮาจิเมะจึงบอกเธอว่า ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องก็ได้ แต่เธอกลับยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไรหรอก นี่อาจจะเป็นโอกาสดีก็ได้

 

 

เธอเริ่มเล่าว่าตอนเด็กๆเธอมักจะชอบเล่นเป็นฮีโร่กับเด็กผู้ชายคนนึงเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงและก็ได้หลงรักเด็กผู้ชายคนนั้นเข้า ซึ่งในตอนนั้นเธอก็กำลังจะย้ายไปและตรงกับวันวาเลนไทน์พอดีเลยรวบรวมความกล้าเพื่อสารภาพรักไป แต่เพราะว่าอายจนไม่กล้าให้ต่อหน้าจึงฝากเด็กที่สนิทกันอีกคนเอาไปวางไว้ใต้โต๊ะของคนที่ชอบ พอวันต่อมาเธอก็ไปเล่นที่นั่นตามปกติก็พบกับกล่องช็อคโกแลตที่ละลายแล้วกับกระดาษที่เขียนว่าผู้ชายผู้หญิง ทำให้เธอตกใจและช็อคมาก จึงได้รบกวนเด็กคนที่เอาไปส่งช่วยเรียกเขาออกมาพบหน่อย แต่เด็กคนนั้นก็ไม่ได้มาและจนกระทั่งเธอย้ายไป ท้ายสุดก็ไม่ได้ถามเหตุผล จากนั้นเธอก็พยายามจะทำตัวให้สมกับเป็นผู้หญิงและเริ่มทำอาหาร ในตอนนี้ก็คิดว่าตัวเองสมกับเป็นผู้หญิงแล้วแต่เพราะเรื่องในตอนนั้นทำให้ยังไงก็ไม่สามารถเข้าใจผู้ชายได้ ทำให้ฮาจิเมะเข้าใจความรู้สึกของเธอเพราะถ้าให้เปลี่ยนเป็นเขายืนอยู่ตรงนั้นเขาก็คงไม่สามารถเชื่อใจผู้หญิงได้เช่นกัน นางิสะก็ขอบใจที่เขาเป็นห่วงแต่ก็อย่าไปใส่ใจเลยเพราะมันเป็นเรื่องนานมาแล้ว ฮาจิเมะเลยถามอีกว่า ไม่กลัวเขาจริงๆเหรอ ถึงขนาดมาเฝ้าไข้ให้จนป่านนี้ เธอตอบว่าตอนแรกก็กลัวมากเลยตอนที่เพิ่งเข้าหอมา แต่พอได้ผ่านเรื่องต่างๆด้วยกันมาก็เริ่มหายกลัวไป แล้วเธอก็บอกว่าเล่าจบแล้วให้ฮาจิเมะพักผ่อนซะ แล้วตัวฮาจิเมะก็หลับไป

 

 

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่ากลางวันแล้ว และไม่พบนางิสะอยู่ข้างกายจึงคิดว่าจะหลับต่ออีกครั้ง แต่เธอก็เข้ามาพอดีและถามอาการของเขา ฮาจิเมะบอกว่าตอนนี้ดีขึ้นแล้วถ้าเป็นเมื่อตอนเช้าจะไม่รู้สึกอยากอาหารเลย เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางิสะจึงบอกให้รอสักครู่แล้วก็ออกไปข้างนอกห้อง สักครู่นึงเธอก็กลับมาที่ห้องและประคองเขาขึ้นแล้วลองวัดดูว่าตัวเขายังมีไข้อยู่ จึงป้อนข้าวต้มให้และช่วยเป่าจนหายร้อนเพื่อให้ทานได้ง่าย ฮาจิเมะจึงบอกว่าเขาทานเองได้ แต่นางิสะก็ไม่ยอมให้คนป่วยฝืนจึงดึงดันจะป้อนเขาให้ได้ แต่แล้วก็มีตัวทำลายบรรยากาศขึ้นนั่นก็คือรุ่นพี่จิสะ เธอพูดขึ้นว่า แหม ว่าจะมาดูอาการซะหน่อยแต่ดูเหมือนจะมาขัดจังหวะสินะ ก็ทำให้นางิสะตกใจและเขินอายจนแก้ตัวพัลวัน จนเผลอป้อนฮาจิเมะไปทั้งๆที่ข้าวต้มยังร้อนๆอยู่ ทำให้เธอยิ่งลนลานหนักแต่เธอก็พยายามป้อนจนฮาจิเมะอิ่มและรีบขอตัวไปเอาชามไปล้าง ทำให้จิสะแซวฮาจิเมะต่อว่าก้าวหน้าไปบ้างแล้วสินะ

 

 

ตัดกลับมาที่ห้องนอนของนางิสะ เธอก็พูดกับตัวเองว่า ตัวเธอเองทำอะไรลงไปนะ ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นผู้ชายแท้ๆ จนถึงกระทั่งทำให้เข้าใจผิดจนได้ ตัวฮาจิเมะเองก็ไม่ได้รู้สึกทำให้เธอต้องสร้างกำแพงเข้าใส่เลย แล้วก็กังวลว่าตอนนี้รุ่นพี่จิสะคงกำลังล้อแซวฮาจิเมะอยู่แน่ๆเลย แล้วนางิสะก็คิดแต่ว่าแม้จะพยายามยังไงก็ไม่สามารถหยุดมันได้ พักนี้เธอคิดแต่เรื่องของฮาจิเมะตลอด จนเริ่มคิดว่าเธอจะมีความรู้สึกบางอย่างกับเขาเข้าแล้ว

 

 

แล้วที่ห้องของฮาจิเมะ อากิระได้เคาะประตูปลุกเขามาทานอาหารง่ายๆที่เธอทำเอาไว้ให้ พอถามถึงนางิสะเธอก็บอกว่า นางิสะออกไปกินข้าวข้างนอกแล้ว ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ พอตามอากิระออกมาจากห้องเขาก็พบโคโคเนะที่ถามอาการของเขา ฮาจิเมะเลยตอบว่าตอนนี้ดีขึ้นมากและไข้ก็ลดลงแล้ว โคโคเนะเลยแซวว่าเพราะได้นางิสะช่วยเฝ้าไข้สินะ ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจที่เธอก็รู้เรื่องนี้ด้วย เธอก็ยอมรับว่าไปแอบดูอาการของฮาจิเมะมา และถามถึงเรื่องที่ฮาจิเมะคุยกับนางิสะ ฮาจิเมะเห็นว่าอากิระอยู่ด้วยและก็เป็นเพื่อนสมัยเด็กของนางิสะจึงไม่ค่อยเหมาะที่จะเล่าให้ฟัง จึงเอ่ยขึ้นเพียงว่า รักแรกน่ะ ทำให้โคโคเนะสนใจและอ้างว่าอากิระก็อยากรู้เหมือนกัน ฮาจิเมะจึงเล่าเรื่องรักแรกของตนให้ฟังว่า อีกฝ่ายเป็นใครก็จำไม่ได้เหมือนกัน เป็นเรื่องที่ตอนที่เค้ากำลังจะย้ายไปแล้วก็ได้รับจดหมายรักมา พอจะจำได้ว่าจากเด็กผู้หญิงที่มาเล่นด้วยกันบ่อยๆ เด็กคนนั้นก็มักจะเล่นกับผู้ชายคนอื่นอยู่เสมอแต่พอจู่ๆยัยนั่นบอกว่าชอบก็ตกใจมากเลย จะว่าไปเด็กคนนั้นตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ แล้วอากิระถามถึงว่าให้คำตอบไปยังไง ? ฮาจิเมะตอบว่า เพราะว่าจะย้ายไปแล้วก็เลยปฎิเสธไป นอกจากนี้แม้จะรู้สึกอย่างเพื่อนแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแบบความรัก ทำให้อากิระโล่งใจ แต่ก็โดนโคโคเนะแซวว่า น่าเสียดายนะ ทั้งๆที่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายแท้ๆ

 

แล้วก็เสร็จไปอีกส่วนนะครับ ในใจก็ภาวนาให้อย่าโดนหลุมดำเล้ย ผมก็ใช้ Brush ของ PS ไม่ค่อยเก่งเรื่องแต่งภาพอยู่ ใครคิดว่าไม่เหมาะสมก็โพสให้ลบได้นะครับ ผมก็กลัวเหมือนกัน ไว้เจอกันในบทต่อไปครับ