Spoil Singnal Heart ~Hikami Nagisa~Route 5
posted on 05 Nov 2009 22:09 by shion20ก่อนอื่นต้องขออภัยด้วยครับที่หายไปเกือบอาทิตย์เนื่องจากพอดีคุณพ่อของผมป่วยเป็นโรคหัวใจจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทำให้งานที่บ้านเยอะขึ้นและช่วงเย็นไปเยี่ยมเกือบทุกวันทำให้แทบจะไม่ีมีเวลามาทำสปอย ซึ่งตอนนี้คุณพ่อท่านอาการดีขึ้นแล้วผมจึงถือโอกาสมาสปอยต่อละครับ ถึงช่วงสำคัญพอดีเลย
รุ่งเช้าวันหยุด ฮาจิเมะนั่งรอนางิสะอยู่ที่ห้องอาหารแต่เช้าจนอากิระลงมาพบเขาจึงถามว่าทำอะไรอยู่ เมื่อบอกจุดประสงค์ให้อากิระได้รู้ เธอก็บอกว่านางิสะออกจากหอไปตั้งแต่เช้าแล้ว ฮาจิเมะเลยบอกเธอว่าจะออกไปข้างนอกบ้าง และถามอากิระว่าจะทำอะไรบ้างในวันนี้ เธอบอกว่าจะขอนั่งเย็บเสื้อผ้าต่อในห้องของตัวเอง ฮาจิเมะเลยบอกให้เธอพยายามเข้า และคิดว่าอยู่รอที่หอต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์เลยคิดว่าจะออกไปตามหานางิสะข้างนอกดีกว่า
หลังจากตามหานางิสะตามที่ต่างๆที่เขาพอจะนึกออกว่าเธอจะไปแต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ฮาจิเมะจึงกลับมาที่หอและเปลี่ยนแผนว่าจะ ดักรอเธอที่ห้องนั่งเล่นจนในที่สุดนางิสะก็กลับมาถึงหออายาเมะ ฮาจิเมะรีบเข้าไปทักทายเธอและถามว่าไปไหนมา แต่นางิสะกลับทำหน้าลำบากใจและไม่ยอมตอบคำถามเขา แล้วก็เดินหนีเขากลับห้องของตัวเองไปโดยแม้เขาจะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่หันกลับมา ฮาจิเมะก็เริ่มกังวลว่าคงเป็นเพราะสาเหตุมาจากเรื่องเมื่อวานแน่ๆ ทั้งๆที่เขาเองรู้แล้วว่าตัวเองคิดยังไงกับนางิสะแต่เธอก็ไม่เปิดโอกาสได้เขาได้บอกทำให้รู้สึกกลุ้มใจมาก คืนนั้นหลังจากปิดไฟแล้ว ฮาจิเมะก็นอนคิดอยู่บนเตียงเรื่องที่เขาหาโอกาสคุยกับนางิสะไม่ได้เลยแม้แต่เวลาอาหารเย็นก็ไม่ได้พบเธอ เลยเข้านอนและคิดว่าพรุ่งนี้ต้องพยายามคุยกับเธอให้ได้
เช้าวันต่อมา ทุกคนก็แปลกใจที่นางิสะไม่ยอมมาที่ห้องอาหาร จิสะจะห่วงว่าเธออาจจะไม่สบายจนล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ มายูกิเลยถามอากิระว่าได้คุยกับนางิสะบ้างไหม อากิระก็บอกว่านิดหน่อยแต่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร ทุกคนเลยหันมามองที่ฮาจิเมะ พอฮาจิเมะถามว่ามีอะไรกันจิสะก็ปฎิเสธว่าไม่มีอะไร แต่โคโคเนะบอกว่าถ้าเป็นฮาจิเมะล่ะก็น่าจะรู้อะไรบ้าง ฮาจิเมะก็บอกว่าตัวเขาต่างหากที่อยากจะถาม มายูกิเลยรู้สึกเป็นห่วงนางิสะมาก อากิระเลยถามฮาจิเมะว่าที่เมื่อวานบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับนางิสะได้คุยไหม ฮาจิเมะก็ปฎิเสธว่าไม่ได้คุยเลย โคโคเนะเลยคิดว่าคงจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่แน่ๆ ฮาจิเมะก็พอเดาออกว่านางิสะคงจะออกไปจากหอแล้วเพื่อหลบเลี่ยงการพบหน้าเขาจึงไม่มาทานข้าวเช้า
หลังเลิกเรียน นางิสะได้เข้าร่วมประชุมโดยยกหัวข้อต่อยอดมาจากวันก่อนโดยวันนี้เธอพูดคุยกับนักเรียนชายได้อย่างไม่มีท่าทีรังเกียจ ส่วนเคนก็โดนนักเรียนชายในหอเฉ่งเรื่องที่แอบไปชิมเค๊กของนางิสะคนเดียวเมื่อวันก่อน จนฮาจิเมะไม่มีช่องให้เข้าไปคุยกับนางิสะเลย เขาจึงรอจนประชุมเสร็จก่อน แต่พอมายูกิสั่งเลิกประชุมแล้ว ฮาจิเมะที่พยายามหาตัวนางิสะจนเจอกลับเจอเคนเข้ามารั้งตัวไว้เพราะต้องการจะไปที่ร้านน้ำชาเพื่อชิมเครื่องดื่มที่จะเลือกมาใช้งานออกร้าน และไม่ทันที่จะได้ปฎิเสธก็โดนเคนลากออกไปด้วยกันจนได้
เมื่อเข้าไปถึงร้านชาแล้ว พอเคนสั่งเครื่องดื่มแล้วฮาจิเมะที่ไม่มีกะจิตกะใจอยู่แล้วก็สั่งเครื่องดื่มตามเคนไปและถามว่า เรื่องเครื่องดื่มให้ปรึกษารุ่นพี่จิสะไม่ดีกว่าเหรอ เคนก็ออกรับว่าไม่มีปัญหาหรอกเพราะพวกคนในหอฮิมาวาริให้สิทธิเขาเป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว ยังไงให้พวกผู้หญิงรับผิดชอบเรื่องเค้กไปแล้วพวกเราก็ควรทำอะไรเองบ้าง แล้วเคนจะเริ่มถามฮาจิเมะว่า ได้พยายามทำให้นางิสะยอมรับผู้ชายได้ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า เพราะว่าไหนๆรวมมือกันทั้งที ก็อยากให้ช่วยกันทำให้ประสบความสำเร็จร่วมกัน ทำให้ฮาจิเมะมองดูเค็นแล้วเป็นคนดี แต่ก็แค่แว๊บเดียวเพราะเคนก็เผยจุดประสงค์ว่าตนจะมีอานิสงค์ได้เข้าไปที่หออายาเมะอีก(ตูผิดที่คิดในแง่ดีไปแว๊บนึง)
แล้วคราวนี้เคนก็เข้าเรื่องจริงๆโดยถามฮาจิเมะว่าทำไมเขาดูไม่ร่าเริงเลย แถมดูนางิสะเองก็บรรยากาศดูแปลกไป หรือว่ามีเรื่องอะไรกับนางิสะ ฮาจิเมะเลยถามกลับว่าทำไมเขาถึงรู้ได้ เคนตอบว่า ก็เพราะฮาจิเมะน่ะซื่อจะตายดูแปปเดียวก็รู้แล้ว แถมปกติที่ผ่านมานางิสะเองก็พูดคุยกับฮาจิเมะ ทั้งที่เป็นอย่างนั้นวันนี้ไม่แม้แต่จะสบตากันเลย ในทางกลับกันที่ฮาจิเมะเอาแต่เหลือบมองเธออยู่ตลอด จนฮาจิเมะเถียงไม่ได้และรู้สึกได้ว่าเคนมองเขาได้อย่างทะลุปุโปร่งมาก และเคนก็เสนอให้ฮาจิเมะลองปรึกษาตนดูถึงแม้สำหรับฮาจิเมะแล้วเขาจะดูพึ่งพาไม่ได้ก็ตาม ฮาจิเมะปฎิเสธว่าไม่ใช่แบบนั้น และตอนนี้เขาก็กำลังต้องการระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้ใครสักคนพอดีจึงเริ่มเล่าให้เคนฟังเรื่องระหว่างเขากับนางิสะ
พอฟังที่ฮาจิเมะเล่าจบ เคนก็ด่าว่าน่าโดนต่อยจริงๆที่ปล่อยเรื่องให้ผ่านเลยมาจนเป็นแบบนี้ แม้แต่ความรู้สึกของตัวเองก็ยังไม่ได้บอกให้นางิสะรู้ เขารู้ว่าฮาจิเมะเป็นมนุษย์ที่หัวโคตรช้าแต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขนาดนี้เลย นอกจากนี้ถ้าจะออกจาหอหญิงล่ะก็มันก็เป็นเรื่องที่น่าจะทำแต่แรกไม่ใช่เหรอและก็แนะนำว่าอย่ามานั่งเป็นทุกข์และให้กระโจมเข้าชนกับมัน ถ้ายืนอยู่กับที่ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ฮาจิเมะจึงรู้สึกขอบคุณเคนจากใจจริง (แต่เคนขอเปลี่ยนคำขอบคุณเป็นแนะนำเพื่อนน่ารักๆของนางิสะให้สักคน ฮาจิเมะก็ตามน้ำไป)
ที่หอฮาจิเมะได้ดักรอนางิสะอยู่ที่ห้องนั่งเล่นพอเห็นเธอกำลังจะออกไปก็ได้เรียกเธอเอาไว้ เขาขอโทษเธอและบอกว่ามีเรื่องที่ถึงยังไงก็ต้องพูดกับเธอให้ได้ แต่นางิสะปฎิเสธว่าไม่มีอะไรจะพูดกับเขา และกำลังจะรีบด้วย จากนั้นเธอก็วิ่งหนีไป จนฮาจิเมะรู้สึกเจ็บใจที่ไม่มีความก้าวหน้าเลยแต่ก็ได้บอกกับตัวเองว่าจะยอมแพ้ไม่ได้
หลังจากหนีเข้ามาในห้องนางิสะล้มตัวลงบนเตียงและถอนหายใจที่ตัวเองต้องหนีฮาจิเมะมาอีกแล้ว และก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถก้าวข้ามความรู้สึกของตัวเองได้ซะที และแล้วอากิระก็เคาะประตูเพื่อขอเข้ามาคุยด้วย นางิสะเลยถามเธอว่ามีธุระอะไร อากิระก็บอกว่าเป็นเรื่องของฮาจิเมะซึ่งพอดีเธอเห็นเค้ากำลังอ่านนิตยสารสำหรับบ้านเช่าอยู่ก็เลยอยากมาบอกนางิสะ นางิสะก็ตอบว่า ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น อากิระเลยตกใจที่นางิสะรู้อยู่แล้ว นางิสะก็สารภาพว่าเธอเองก็เห็นแล้วเช่นกัน อากิระเลยถามว่าแล้วทำไมเธอถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะ ทำไมถึงไม่ห้ามเขา การที่รุ่นพี่จะออกไปสำหรับนางิสะจะเป็นยังไงก็ช่างเหรอ นางิสะที่ได้ยินคำถามนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกแทงใจดำ แต่ก็ยังตอบว่า ถ้าเป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจเองล่ะก็ช่วยไม่ได้นี่นา อีกอย่างการที่ผู้ชายจะมาอยู่ในหอหญิงก็เป็นเรื่องแปลกอยู่แล้วนี่ เพราะฉะนั้นมันก็แค่กลับไปเป็นอย่างเดิมเท่านั้นเอง
แต่แล้วอากิระก็จ้องมองเธอด้วยความไม่พอใจ ทำให้นางิสะถามเธอว่าเป็นอะไรไปเหรอ อากิระเลยด่านางิสะว่าเธอน่ะเป็นคนขี้ขลาด ทำให้นางิสะตกใจมาก แล้วอากิระก็พูดต่อไปว่า นางิสะน่ะไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะหลอกลวงความรู้สึกของตัวเองและก็แค่กลัวที่จะต้องเจ็บปวดเท่านั้นเอง ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปก็จะต้องเสียใจภายหลังอย่างที่รุ่นพี่จิสะพูดไว้ไม่ใช่หรือยังไง จะให้เป็นอย่างนั้นเหรอ? นางิสะเลยขอให้อากิระหยุดพูดเถอะ เพราะเธอไม่ไหวแล้ว ตัวเธอเองไม่สามารถยอมรับผู้ชายได้ แล้วอากิระจะเรียกชื่อนางิสะออกมาพร้อมกับหลั่งน้ำตาออกมา จนนางิสะรีบถามว่าทำไมเธอถึงต้องร้องไห้ อากิระก็ขอร้องทั้งน้ำตาให้ นางิสะซื่อตรงกับตัวเองสิ เพราะเธอไม่อยากให้นางิสะที่เธอรักต้องเสียใจภายหลัง ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นางิสะจะต้องเศร้าใจแน่ๆ ทำให้นางิสะรู้สึกดีใจที่มีอากิระคอยห่วงใยเธออย่างจริงจังขนาดนี้ นางิสะจึงขอร้องให้อากิระอย่าร้องไห้อีกเลยและกอดอากิระที่กำลังร้องไห้อยู่เอาไว้ พร้อมทั้งตัดสินใจแล้วว่าเธอควรจะทำยังไงต่อไป แต่ก็ยังสับสนว่าตัวเธอเองจะมีความกล้าพอจะทำไหม
รุ่งเช้าขึ้นมานางิสะได้ตื่นแต่เช้าขึ้นมาเพื่อทำข้าวกล่องและกังวลเล็กน้อยว่า สิ่งที่เธอทำจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามตกใจเกินไปไหมที่อยู่ก็เปลี่ยนท่าทีไปจากเมื่อวาน แค่คิดว่าคนๆนั้นจะมีปฎิกิริยายังไง เธอก็รู้สึกสนุกแล้ว แต่แล้วมายูกิก็โผล่มาทักจากข้างหลังทำให้นางิสะตกใจจนลนลานมากและบอกให้มายูกิอย่าแอบเข้ามาเงียบๆแบบนี้สิ แต่มายูกิกลับบอกว่านี่เป็นเวลาปกติที่เธอจะมาทำอาหารให้และถามนางิสะว่าตนเองมาสายปกติหรือเปล่าที่เห็นนางิสะมาอยู่ตรงนี้ได้ นางิสะเลยบอกว่าไม่ต้องมาแกล้งแซวหรอกตัวเธอก็รู้ตัวดีอยู่หรอกว่าเป็นคนแพ้การตื่นเช้า มายูกิจะถามว่าทำไมนางิสะถึงตื่นเช้าแบบนี้ได้แต่พอเห็นข้าวกล่องที่นางิสะกำลังทำอยู่เธอก็พอเดาได้ จึงขอตัวไปทำอาหารให้คนอื่นก่อน และเอ่ยปากชวนนางิสะว่ากลางวันนี้ไปทานข้าวที่โรงอาหารกันนะ แต่นางิสะก็ขอโทษมายูกิเพราะเธอทำข้าวกล่องของตัวเองแล้ว มายูกิก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรแต่ถ้าว่างก็แวะมาหน่อยก็ดีเพราะทุกคนเป็นห่วงเธอมาก นางิสะเลยขอเป็นวันพรุ่งนี้แทนก็แล้วกัน มายูกิเลยตอบรับด้วยรอยยิ้มและบอกเธอว่า จะรอนะ
ส่วนทางด้านฮาจิเมะที่เพิ่งจะตื่นก็หันมามองนาฬิกาเหมือนดังเช่นเคยที่ทำเป็นกิจวัตร แต่ที่ต่างออกไปคือวันนี้เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะยังไงก็ต้องหาทางไปคุยกับนางิสะให้ได้โดยไม่ว่ายังไงก็ไม่ยอมแพ้ และเขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและมุ่งหน้าไปที่ห้องอาหารแต่ก็ไม่พบกับนางิสะแม้แต่เงา เค้าจึงพกพาความหวังและรีบตรงดิ่งไปที่ห้องเรียน
เมื่อมาถึงห้องเรียนฮาจิเมะได้ทักทายกับเคนเสร็จก็รีบกวาดสายตาหานางิสะในห้องเรียนจนพบ แต่พอจะเข้าไปหาเธอก็ถูกเอย์โกะที่จู่ๆโผล่มาจากไหมไม่รู้ถามว่า ทำไมถึงมองไปมองมาอย่างดูลุกลี้ลุกลนแบบนั้น เขาเลยตอบปฎิเสธว่าไม่มีอะไรและชวนเคนคุยเรื่องเครื่องดื่มที่ไปเลือกกันเมื่อวาน แต่เคนก็บอกว่าดูเมนูแล้วชักเลือกไม่ถูกเลย แต่โคโคเนะก็รู้ทันว่าอย่างเคนน่ะมัวแต่มองสาวเสิร์ฟอยู่มากกว่า เคนก็รีบปฎิเสธว่าไม่ใช่แบบนั้น ฮาจิเมะเลยลองใจโดยบอกว่าเมื่อวานมีสาวเสิร์ฟคนนึงแอบจ้องเคนอยู่บ่อยๆ ทำให้เคนขันติแตกทันทีและถามฮาจิเมะอย่างเอาเป็นเอาตายว่าคนไหนโดยเขาสารถยายลักษณะเด่นของสาวเสิร์ฟในร้านให้ฮาจิเมะฟังถึง5คน จนโคโคเนะบอกว่าสมกับเป็นเคนจริงๆ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทางด้านนางิสะก็กำลังเครียดเพราะเธอกำลังหาจังหวะมอบข้าวกล่องให้ฮาจิเมะอยู่ แต่ตั้งแต่เช้าแล้วเขาก็ไม่โอกาสได้อยู่คนเดียวเลย ครั้นจะมอบให้ต่อหน้าเธอก็ไม่กล้าจึงเอาแต่นั่งรอจังหวะด้วยความกังวลจนบ่นพึมพำอยู่เบาๆว่า จะทำยังไงดีนะ มายูกิที่เดินผ่านมาเลยถามนางิสะว่าแอบอะไรไว้ใต้โต๊ะเหรอ นางิสะก็รีบปฎิเสธว่าไม่มีอะไร แต่มายูกิก็จับผิดว่าสีหน้าของนางิสะดูไม่เหมือนคนที่ไม่มีอะไรเลยนี่นา นางิสะก็ยังคงปฎิเสธว่าไม่มีอะไรและขอให้อย่าสนใจเลย มายูกิจึงบอกให้เธอรีบไปดีกว่า เพราะชั่วโมงต่อไปต้องย้ายห้องเรียน ทำให้นางิสะนึกวิธีออกจึงบอกมายูกิว่า พอดียังไม่ได้เตรียมตัวเลยขอให้มายูกิไปก่อน แม้จะยังไม่หายสงสัยแต่มายูกิก็รับปากและขอตัวไปก่อนโดยเตือนให้นางิสะอย่าไปเข้าเรียนสาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในห้องแล้วนางิสะก็นำข้าวกล่องไปใส่ไว้ในใต้โต๊ะของฮาจิเมะ โดยรู้สึกหวั่นเกรงในใจแต่ก็พยายามเชื่อว่าฮาจิเมะคงไม่มีทางทำลายน้ำใจเธอแน่ๆ แล้วก็เดินออกจากห้องไป
หลังจากการชั่วโมงเรียนจบลง นางิสะก็รีบกลับมาที่ห้องเรียนเร็วกว่าใครๆเพื่อรอดูว่าฮาจิเมะจะมีท่าทีอย่างไรในตอนที่เจอข้าวกล่องกับจดหมายของเธอ แต่พอเธอเห็นฮาจิเมะนั่งลงเค้ากลับนั่งลงอย่างเหมือนกับไม่เห็นอะไรผิดปกติแถมยังคุยกับเคนอยู่ด้วย ทำให้เธอแปลกใจว่าตัวเองใส่ลึกไปหรือเปล่าแต่ขนาดของข้าวกล่องก็น่าจะสะดุดตาพอที่จะทำให้เขาสังเกตได้ไม่ยาก ทำให้นางิสะรู้สึกไม่ดีและอึดอัดใจอย่างประหลาดและรีบลุกไปดูที่ถังขยะ ก่อนจะเดินไปถึงเธอก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและกลัวว่าจะพบกล่องข้าวกับจดหมายของตัวเองอยู่ในนั้น แล้วพอเธอเข้าไปใกล้ๆก็ต้องช็อคอย่างสุดขีดที่พบว่าสิ่งที่เธอกลัวเป็นจริงแล้ว ข้าวกล่องและจดหมายของเธอถูกทิ้งลงในถังขยะ ในชั่วพริบตานั้น ภาพในอดีตก็ปรากฏขึ้นมาหลอกหลอนเธออีกครั้ง จนเธอไม่อาจทรงตัวอยู่ได้จนล้มลง
ฮาจิเมะที่เห็นเธอล้มลงจึงเข้าไปช่วยพยุงไว้แต่พอเธอเห็นฮาจิเมะเธอก็เกิดอาการช็อคจนพูดไม่ออกและน้ำตาไหลไม่หยุด จนสายตามืดลงไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของฮาจิเมะที่คอยตะโกนเรียกถามเธอตลอดเวลา จนทุกคนเริ่มตกใจที่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ แล้วเอย์โกะก็พบสิ่งที่อยู่ในถังขยะนั่นก็คือกล่องข้าวและมีจดหมายอยู่ เธอจึงส่งให้ฮาจิเมะลองอ่านดูเพราะในซองจ่าหน้าชื่อของนางิสะอยู่คิดว่าคงจะต้องการมอบให้กับเขา โดยมีเนื้อความว่าขอโทษที่ผ่านมาทำตัวเย็นชากับเขามาตลอดและจากนี้ขอให้คืนดีกันเถอะ โคโคเนะเลยสงสัยว่าฮาจิเมะเป็นคนทิ้งเหรอ ฮาจิเมะก็รีบปฎิเสธว่าเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เคนก็คอยรับประกันให้เพราะเขาอยู่กับฮาจิเมะตลอดเวลา ทุกคนเลยสงสัยว่าคนร้ายเป็นใครแต่จะมาหาคนร้ายในเวลานี้ก็เป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน
ที่ห้องคณะกรรมการนักเรียน จิสะและอากิระที่เพิ่งทราบข่าวก็รู้สึกสงสารนางิสะอย่างจับใจ โคโคเนะก็ได้แต่ด่าประณามคนร้ายว่าถ้าจับได้เธอจะไม่ปราณีมันแน่ แต่จิสะก็ขอให้วางใจเพราะเธอมีวิธีที่พอจะหาตัวได้ โดยเอย์โกะเสนอตัวจะช่วยเหลือแต่จิสะก็ปฎิเสธว่าไม่เป็นไร เพราะครั้งนี้เธอรู้สึกโกรธมาก และยืนยันว่าจะต้องลากคอคนร้ายออกมาให้ได้ จนเคนที่ได้เห็นท่าทีของเธอก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเลยทีเดียว โคโคเนะก็ยังยืนยันเลยว่าจิสะเท่านั้นที่เธอไม่อยากจะเป็นศัตรูด้วยเลย แล้วจิสะก็จะขอให้ทุกคนรีบไปดูอาการของนางิสะจะดีกว่า แต่ทุกคนก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้เธอไปไหนกัน เอย์โกะเลยให้ลองไปค้นหาที่หอดูก่อนถ้าไม่พบค่อยกระจายกันไปหาที่อื่น
พอทุกคนกลับมาถึงหอก็พบร่องรอยว่านางิสะได้กลับมาแล้วจึงค่อยโล่งใจไปเปลาะนึง แต่พอไปถึงหน้าห้องไม่ว่าใครก็ตามส่งเสียงเรียกเธอเท่าไหร่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมาเลย เอย์โกะจึงเห็นว่าเธอคงได้รับความสะเทือนใจอย่างมากเลยขอให้ฮาจิเมะอย่าเรียกเธอดีกว่าเพราะเจ้าตัวอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนทิ้งข้าวกล่องไปอยู่ก็ได้ อากิระจึงเห็นว่าในตอนนี้ก็คงได้แต่ปล่อยเธอเอาไว้แบบนี้ก่อนเท่านั้น ทุกคนจึงทยอยกันกลับไปก่อน
ภายในห้อง นางิสะกำลังร้องไห้และคิดในใจอยู่ว่า ทั้งๆที่ไม่ได้อยากคิดถึงแท้ๆ แต่ภาพในอดีตมันก็กลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆที่ตัวเธอคิดว่าจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้แล้วแท้ๆ ทั้งๆที่แสดงความกล้าออกไปแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นราวกับไม่ยอมรับในสิ่งที่เธอทำลงไป มันเกิดขึ้นซ้ำกับในอดีตอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้เธอไม่อยากกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปแล้วจนร้องไห้ฟูมฟายโดยลำพังในห้องต่อไปคนเดียว
ส่วนฮาจิเมะที่กลับมาที่ห้องผู้ดูแลแล้วก็รู้สึกโกรธแค้นทีใครเป็นคนร้ายกันแน่ทั้งๆที่นางิสะพยายามทำข้าวกล่องมาเพื่อขอคืนดีกับเขาแต่คนร้ายกลับเอาไปทิ้งลงถังขยะ เขาควบคุมสติแทบไม่อยู่จนถึงกับชกกำแพง ยิ่งคิดถึงเรื่องของนางิสะเขาก็ยิ่งเจ็บปวดภายในใจและคิดว่าตอนนี้เธอคงต้องร้องไห้อยู่ในห้องแน่ๆ และกัดฟันอย่างเคียดแค้นที่ตัวเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย
รุ่งเช้าของวันที่4 ที่นางิสะไม่ได้ออกมาจากในห้องทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นห่วงมากเพราะไม่รู้จะทำยังไงถึงจะช่วยให้เธอดีขึ้นได้ จิสะจึงให้กำลังใจว่าอย่างน้อยเธอก็ยอมกินอาหารที่เอาไปวางไว้ให้บ้าง แต่โคโคเนะก็ยังกังวลเพราะนางิสะไม่อยู่ก็ทำให้ขาดคนทำอาหารในงานโรงเรียนไป(โดยเฉพาะเค้ก) จิสะเลยจะไปอธิบายกับอาจารย์ให้ว่า นางิสะกำลังป่วยอยู่ โดยมายูกิจะไปช่วยอีกแรง โคโคเนะก็เลยเตือนว่าถ้าไม่รีบออกจากหอจะไปสาย อากิระกับมายูกิเลยขอตัวไปลองเรียกนางิสะอีกครั้งโดยที่จิสะกับโคโคเนะและฮาจิเมะจะออกไปก่อน
ทางด้านนางิสะในห้อง เธอในตอนนี้ราวกับไร้ความรู้สึกไปทุกอย่าง ถึงแม้จะท้องว่างแต่ก็ไม่รู้ว่าใครจะกลับมาเมื่อไหร่ก็เลยไม่กล้าไปที่ห้องอาหาร จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้เธอตกใจมาก โดยคิดในใจว่าอาจจะเป็นอากิระหรือโคโคเนะ ไม่ก็…(ฮาจิเมะ) เธอก็รีบหดตัวลงในผ้าห่มทันที แต่เมื่อรู้ว่าเป็นจิสะ เธอก็ยังระแวงว่าที่จิสะมาหาเธอเป็นเรื่องน่าแปลก แต่เมื่อจิสะบอกว่ารู้ตัวคนร้ายที่ทิ้งข้าวกล่องเธอไปแล้ว ทำให้นางิสะอยากรู้มากจึงรีบไปเปิดให้จิสะเข้ามา ในห้องนางิสะพอตั้งสติได้ก็ถามจิสะว่าพบตัวคนร้ายแล้วจริงๆเหรอ จิสะก็ยืนยันว่าแม้จะลำบากไปหน่อยแต่ก็ไม่ผิดตัวแน่ และแน่นอนว่าคนร้ายไม่ใช่ฮาจิเมะแน่นอน แต่นางิสะเองก็รู้แก่ใจอยู่แล้วเพราะว่าเธอเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนแบบนั้นและที่สำคัญเธอออกมาจากห้องเรียนก่อนที่เขาจะกลับมาอีกและคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด เขาไม่มีทางเป็นคนร้ายไปได้ซึ่งเธอรู้ดีที่สุด
และนางิสะก็ถามว่าใครคือคนร้ายตัวจริงกันแน่ จิสะก็ตอบว่าเป็นเด็กผู้หญิงคนนึงที่แอบชอบฮาจิเมะอยู่ พอดีบังเอิญเห็นนางิสะอยู่คนเดียวในห้องกำลังใส่ข้าวกล่องลงในใต้โต๊ะของฮาจิเมะพอดี แล้วพอเธอออกจากห้องไปคนร้ายก็เลยเอาไปทิ้งทันที ทำให้นางิสะเงียบไป จิสะเลยถามว่าถ้าเธอต้องการละก็จะล้างแค้นให้เอง ซึ่งสิ่งที่เธอพูดมา นางิสะคิดได้ว่าถ้าเป็นจิสะต้องทำได้แน่ๆ นางิสะเลยยืนยันว่าจะให้แล้วไปเถอะ ซึ่งจิสะก็เห็นว่าถ้านางิสะไม่คิดทำอะไรเธอก็จะปล่อยคนร้ายไป แต่นางิสะกลับขอให้จิสะช่วยนัดคนร้ายมาคุยกับเธอโดยตรงได้ไหม จิสะจึงเผยรอยยิ้มและรับปากเธอว่าจะจัดการนัดให้โดยให้นางิสะเขียนใส่กระดาษแล้วเธอจะนำไปส่งให้ นางิสะได้ยิ้มและขอบคุณจิสะ ซึ่งในตอนนี้เธอคิดได้แล้วว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนีต่อไปไม่ได้ และต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อสิ่งนั้นการที่ไปพบคนร้ายเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เมื่อได้เห็นสีหน้าของนางิสะแล้วจิสะจึงทักว่า สีหน้าเธอดูดีขึ้นมาเลยนะ เลยจะให้รางวัลโดยขอยืมหูของเธอมาใกล้ๆและกระซิบอะไรบางอย่างให้เธอได้รู้
วันต่อมาทุกคนก็เป็นห่วงว่านางิสะจะหยุดเรียนอีกจึงรวมตัวกันจะไปหาเธอที่ห้องกัน แต่จิสะก็บอกว่าไม่จำเป็นแล้วล่ะ จากนั้นนางิสะก็ปรากฏตัวออกมาทักทายทุกคนด้วยท่าทางเขินอาย แล้วเธอก็ขอโทษทุกคนที่ทำให้เป็นห่วงด้วย ก่อนจะหันมาที่ฮาจิเมะและและบอกว่าคนที่เธออยากจะขอโทษที่สุดก็คือเขา ฮาจิเมะก็พยักหน้าเบาๆและยิ้มให้ มายูกิก็เข้ามาแสดงความดีใจที่นางิสะยอมออกจากห้องแล้ว ซึ่งทุกคนก็เช่นเดียวกันโดยเฉพาะอากิระที่คอยถามเธอว่าไม่สบายตรงไหนบ้างไหม เธอก็บอกว่าสบายดีและพูดคุยหยอกล้อกับทุกคนได้ตามปกติ ฮาจิเมะเกิดสงสัยเลยถามจิสะว่าพูดยังถึงทำให้นางิสะยอมออกจากห้องได้ แต่จิสะก็ตอบอย่างหยอกๆว่า นั่นสิน่ะยังไงดีนะ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องโดยการบอกให้ทุกคนรีบทานข้าวเช้ากันดีกว่าเพราะเดี๋ยวจะไปโรงเรียนสายกัน มายูกิเลยรีบประตือรือร้นเข้าไปทำส่วนของนางิสะให้ด้วยโดยมีอากิระขอตามไปช่วย
เมื่อเข้ามาในห้องเรียน นางิสะก็เข้ามาทักทายทุกคนและขอโทษที่ลาหยุดเรียนไป แต่เอย์โกะกับเคนก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะไม่ว่าใครก็ต้องเคยหยุดเรียนกันบ้าง ก่อนที่เอย์โกะจะเล่นมุขกับเคนเพื่อให้นางิสะได้หัวเราะ
แล้วหลังเลิกเรียนนางิสะจะเรียกโคโคเนะมาถามว่า วันนี้มีประชุมเกี่ยวกับการออกร้านใช่ไหม? โคโคเนะก็ตอบว่าใช่และทุกคนก็มาร่วมประชุมหมดด้วย นางิสะเลยขอรบกวนให้โคโคเนะไปบอกทุกคนหน่อยว่าเธอมีเรื่องจำเป็นทำให้ต้องขาดประชุม โคโคเนะก็ตอบว่าไม่ขัดข้องหรอกเพราะยังไงหน้าที่รับผิดชอบของนางิสะก็เป็คนทำเค้กอยู่แล้วเรื่องอื่นไม่น่าจะมีปัญหา แต่นางิสะจบอกว่าเธอค่อนข้างขาดบ่อยก็เลยรู้สึกไม่ค่อยดี มายูกิก็เลยเดินเข้ามาทักทั้งคู่และถามว่ามีอะไรหรือเปล่า โคโคเนะก็เลยเล่ารายละเอียดให้ฟัง มายูกิเลยบอกนางิสะให้ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวเธอจะบอกทุกคนให้เอง นางิสะเลยรีบขอบคุณมายูกิและรีบวิ่งออกจากห้องไป ฮาจิเมะที่เห็นพอดีเลยสงสัยว่าเธอจะไปไหน
แล้วจิสะจะเข้ามาในห้องเรียนพอดี โคโคเนะเลยรายงานกับเธอว่านางิสะมีธุระเลยขอตัว จิสะเลยยิ้มและพูดขึ้นมาว่า ดูท่าจะไปจริงๆสินะ ฮาจิเมะเลยถามเธอว่ารู้ใช่ไหมว่านางิสะจะไปทำอะไร? จิสะก็ตอบว่า ถ้าถามว่ารู้ไหมล่ะก็คำตอบคือ YES แล้วฮาจิเมะสนใจหรือว่าเป็นเรื่องอะไร? ทำให้ฮาจิเมะพูดไม่ออก เธอเลยบอกอีกว่า ก็เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยอยากให้ใครรู้หรอกแต่ถ้าเป็นฮาจิเมะล่ะก็คงจะได้แล้วก็เข้ามากระซิบข้างๆหูของเขาเพื่อบอกว่านางิสะกำลังจะไปหาข้อยุติยังไงล่ะ ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจกับคำว่าข้อยุติ จิสะเลยบอกว่าเพราะรู้ตัวคนร้ายที่เป็นคนทิ้งข้าวกล่องกับจดหมายไปแล้วล่ะ แล้วพอบอกให้นางิสะรู้เธอก็เลยขอให้นัดคนร้ายไปคุยกันโดยตรง ทำให้ฮาจิเมะตกใจและถามว่าไปคนเดียวเนี่ยนะ? ทำไมเรื่องสำคัญแบบนี้ถึงไม่รีบบอก จิสะจึงบอกว่าเพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาของตัวนางิสะเอง คนอื่นจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่าย แต่ฮาจิเมะก็ยืนนัยว่าเป็นเรื่องสิทธ์ล่ะก็ตัวเขาเองก็มีเหมือนกัน เพราะจดหมายนั้นส่งมาถึงเขาแต่กลับถูกทิ้งไป ทำให้จิสะตกใจเล็กน้อยก่อนจะบอกเขาว่า ถ้างั้นก็ลองตามไปดูสักหน่อยสิ น่าจะอยู่ที่สวนสาธารณะนะ เมื่อฟังจบฮาจิเมะก็ไม่รอช้า เขาบอกกับมายูกิว่าวันนี้ขอขาดประชุมและรีบวิ่งออกไปจากห้อง ทำให้มายูกิตกใจมากจะรั้งไว้ก็ไม่ทัน แต่จิสะก็ยิ้มและบอกให้ปล่อยเขาไปเถอะ
นางิสะที่มาถึงสวนสาธารณะพยายามมองหาคู่กรณี แต่ก็ยังไม่มีแม้แต่เงา เธอรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะไม่มีความตื่นเต้นเลยเพราะตอนนี้เธอได้แสดงความกล้าออกมาแล้ว ในขณะที่มีเสียงฝีเท้าค่อยๆย่างกรายเข้ามาทำให้เธอเริ่มระแวง ซึ่งฮาจิเมะก็เพิ่งมาถึงสวนสาธารณะเช่นกันด้วยความเร่งรีบทำให้เขาถึงกับหอบเลยทีเดียว เมื่อมองหาอย่างถี่ถ้วนแล้วเขาก็พบกับนางิสะอยู่เพียงคนเดียวจึงสงสัยว่าเธอได้คุยกับคนร้ายเสร็จแล้วเหรอ แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว เขารีบวิ่งเข้าไปเรียกเธอทันทีจนทำให้นางิสะตกใจที่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่เธอก็เดาได้ในวินาทีนั้นเองว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนของรุ่นพี่จิสะแน่ๆเลยพร้อมกับยิ้มราวกับว่าติดกับเข้าเต็มๆซะแล้ว ฮาจิเมะพยายามจะเอ่ยถามแต่เขากลับพูดไม่ออกเพราะรอยยิ้มของนางิสะ เธอจึงถามว่า รู้เรื่องทั้งหมดแล้วสินะ ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็คงไม่มีเหตุผลที่จะมาที่นี่หรอก เขาหายใจไม่ค่อยทันเพราะยังรู้สึกเหนื่อยและตอบว่า รุ่นพี่บอกมาแล้วล่ะ แล้วเป็นยังไงบ้าง
นางิสะ: อืม ถึงจะไม่รู้สึกอย่างนั้นแท้ๆแต่ต้องบอกว่าอยู่ข้างๆตัวอิจิโดะคุงแล้วล่ะ
ฉันน่ะรำคาญสายตามากเลยล่ะ
ฮาจิเมะ: รำคาญสายตาเหรอ ทำไมถึงพูดจาโหดร้ายแบบนั้นล่ะ
นางิสะ: โหดร้ายงั้นเหรอ อืม ก็คงจะเป็นอย่างนั้นล่ะนะก็คิดว่าถึงจะพูดอย่างนั้นก็ช่วย
ไม่ได้นี่ ทั้งๆที่สะกิดใจตั้งแต่แรกแท้ๆ ก็ท่าทางเปลี่ยนไปราวกับหน้ามือขนาดนั้น
นี่นา และก็คิดว่าก็คงไม่ได้สนใจเด็กคนนั้นแน่นอนอยู่แล้ว ก็ฉันมันเป็นคนขี้
ขลาดนี่นะ
ฮาจิเมะ: คนขี้ขลาด?
นางิสะ: ไม่ว่าเมื่อไหร่ ก็ทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ ไม่มีความกล้าแม้แต่จะเดินออกไปข้าง
หน้าสักก้าว ก่อนหน้านี้เคยเล่าให้อิจิโดะคุงฟังแล้วใช่ไหม ว่าตอนเด็ก
เคยคิดจะสารภาพรักกับเด็กผู้ชายคนนึง ในตอนนั้นฉันก็ขอยืมแรงของ
เพื่อนเหมือนกัน แล้วแม้แต่ตอนของอิจิโดะคุงก็เหมือนกัน
ก็เอาเรื่องของอากิระมาบังหน้า ความจริงคนที่กลัวผู้ชายก็คือฉัน
เองต่างหาก แย่ที่สุดเลยใช่ไหม? ปากก็บอกว่าเพื่อเพื่อนแท้ๆ
ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เป็นความเอาแต่ใจของตัวเอง แต่เพราะอิจิโดะคุงต่างออกไป
ถ้าเป็นกับอิจิโดะคุงล่ะก็ ไม่ว่าจะทั้งตอนนั้น คิดว่าอาจจะฝ่าฟันไปจนคบกันได้
ก็ได้ ฉันกำลังใช้ประโยชน์จากอิจิโดะคุงอยู่หรือเปล่านะ
ฮาจิเมะ: ถ้าอย่างนั้น ก็ใช้ประโยชน์ให้ถึงที่สุดเลยสิ
(นางิสะรู้สึกตะลึง)
นางิสะ: อิจิโดะ....คุง
ฮาจิเมะ: ฉันชอบฮิคามินะ ไม่ว่าฮิคามิจะคิดยังไงก็ไม่เกี่ยว ในที่สุดฉันก็ได้บอก
ความรู้สึกให้เธอได้รู้แล้ว ช่วยบอกคำตอบหน่อยได้ไหม?
ถ้าอย่างน้อยมีความรู้สึกอย่างนั้นอยู่ล่ะก็ ช่วยตอบทีเถอะนะ
(นางิสะนิ่งเงียบไป เวลาผ่านไปสักพักนึง เธอก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้น)
นางิสะ: ฉันที่เป็นแบบนี้ ดีแล้วจริงๆเหรอ?
ฮาจิเมะ: แน่นอน สำหรับฉันแล้ว นอกจากฮิคามิแล้วก็ไม่สามารถคิดถึงใครได้อีก
(แล้วฮาจิเมะก็คว้านางิสะเข้ากอดเอาไว้ในอ้อมแขนของตน แล้วกระซิบข้างๆหูเธอ)
ฮาจิเมะ : ชอบ…นะ
นางิสะ: ฉันก็เหมือนกัน
แล้วทั้งคู่ก็ได้จูบกันโดยที่ไม่จำเป็นหรือต้องการคำพูดใดๆในอีกแล้ว เพราะตอนนี้ทั้งคู่ใจตรงกันแล้ว
ในห้วงความคิดของนางิสะเธอได้รู้ความจริงในตอนเด็กแล้วว่า คนที่เอาช็อคโกแลตและจดหมายของเธอไปทิ้งแท้จริงแล้วก็คือเพื่อนที่เธอไหว้วานนั่นเอง ทำให้เธอรู้สึกช็อคมากทั้งๆที่เป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆและในเวลาเดียวกันก็เกิดกลัวขึ้นมา กลัวการที่จะชอบใครสักคน ทั้งๆที่การชอบใครนั้นเป็นสิ่งที่มีค่าและยอดเยี่ยมแท้ๆแต่ในเวลาเดียวกันก็เปลี่ยนคนให้อัปลักษณ์ไปได้เช่นกัน การทรยศเพื่อน การทำให้ใครต้องเจ็บปวด ทำให้เธอรู้สึกกลัวและเลิกคิดที่จะมีความรักแต่มันก็ไม่ไหวแล้ว เพราะตอนนี้เธอได้มีคนที่เธอรักเสียแล้ว ในวันนั้นรุ่นพี่จิสะได้บอกความจริงกับเธอว่า คนที่เธอตั้งใจจะมอบช็อคโกแลตและจดหมายให้ในสมัยเด็กก็คือ ฮาจิเมะนั่นเอง ซึ่งก่อนที่รุ่นพี่จะเล่าให้ฟังเธอก็ไม่เคยสะกิดใจมาก่อนแถมตัวฮาจิเมะเองก็ดูเหมือนจะลืมไปแล้ว แต่เธอก็คิดว่าดีแล้วเพราะคำว่า เด็กผู้ชายเด็กผู้หญิง ในวันนั้นสำหรับเธอได้เปลี่ยนไปแล้ว เมื่อคิดได้แบบนี้ตัวเธอในวัยเด็กก็จะเลิกร้องไห้ได้แล้ว
ขากลับระหว่างทาง ฮาจิเมะและนางิสะได้เดินจูงมือกัน แล้วจู่ๆนางิสะก็บอกขอโทษที่สร้างความเดือดร้อนมาให้โดยตลอด ฮาจิเมะตอบว่าไม่ใช่แบบนั้นหรอก ก็ด้วยกันทั้งสองฝ่ายแหล่ะ นอกจากนี้ยังต้องขอบคุณทุกคนด้วยนะ นางิสะก็เห็นด้วย แล้วทั้งคู่เงียบไปด้วยความเขินก่อนที่นางิสะจะขอเรียกชื่อของเขาแทนนามสกุลตั้งแต่นี้ไปได้ไหม(ตั้งแตแรกมาจนถึงตอนนี้เรียกว่า อิจิโดะคุงมาตลอด) ทำให้ฮาจิเมะแปลกใจ นางิสะเลยลนลานแล้วอธิบายว่า ไหนๆพวกเราก็คบกันแล้ว จะให้เรียกอิจิโดะคุงก็เหมือนคนอื่นคนไกลเกินไป แล้วเธอก็อายจนหน้าแดงจนต้องหลบสายตาไป ฮาจิเมะจึงส่งยิ้มให้เธอและตอบว่า เรียกว่าฮาจิเมะก็ได้นะ นางิสะ ทำให้เธอตกใจและยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเดิม ทำให้เธอหันมาต่อว่าเขาว่า ชิงเรียกก่อนเธออีกแล้วนะ เมื่อกี้ตอนบอกรักเขาก็เป็นคนพูดก่อน ฮาจิเมะจึงให้เหตุผลว่า ก็ไม่ได้กะเกณท์ว่าใครพูดก่อนแล้วจะชนะนี่นา ทำให้เธอต่อว่าเขาว่า ฮาจิเมะขี้แกล้ง แต่ก็ชอบที่สุดเลยล่ะ แล้วเธอก็ยิ้มพร้อมทั้งใช้กอดแขนเขาไว้แน่นก่อนจะเดินกลับหอด้วยกัน
ซึ่งที่หน้าหอทุกคนก็ได้รอต้อนรับทั้ง2คนอย่างอบอุ่น โดยจิสะเริ่มถามว่า ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ นางิสะก็รู้สึกอายจนตอบไม่ถูก มายูกิเลยชิงตอบว่า ดูจากท่าทางแล้วคงจะไปได้สวยสินะ เอย์โกะก็เห็นด้วยว่า เดินจับมือกันกลับมาก็เป็นอย่างที่คาดไว้แล้วล่ะ อากิระก็ถามว่า รุ่นพี่กับนางิสะจังคบกันแล้วสินะคะ ฮาจิเมะก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมา จิสะเลยสนใจถามว่าแล้วไปสารภาพรักอีท่าไหนล่ะ ทำให้ฮาจิเมะตอบไม่ถูก ส่วนนางิสะก็พูดไม่ออกเหมือนกัน(อายทั้งคู่) เอย์โกะเลยได้โอกาสแซวว่าเพิ่งจะเคยเห็นฮาจิเมะหน้าแดงแบบนี้เป็นครั้งแรก แล้วทุกคนก็จะกล่าวแสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วย
ปล.หลังจากแปลเสร็จ จขบ.แอบเอาหมอนกอดมาต่อยแทนฮาจิเมะ เพราะอิจฉามานน งวดหน้าอาจจะย่อจนจบเลยนะครับ เพราะไม่ค่อยมีอะไรสำคัญแล้ว
ไว้เจอกันในบทต่อไปครับ